การพัฒนาระบบกลไกนิเวศการวิจัยเชิงสร้างสรรค์มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ ๑) เพื่อศึกษาการบริหารจัดการนิเวศการวิจัยของมหาวิทยาลัยในประเทศไทย ๒) เพื่อสร้างกระบวนการจัดการนิเวศการวิจัยของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ๓) เพื่อพัฒนาระบบกลไกการจัดการนิเวศการวิจัยเชิงสร้างสรรค์ของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพโดยการใช้เครื่องมือวิจัยจากการศึกษาเอกสาร การสนทนากลุ่ม การมีส่วนร่วมและปฏิบัติการ เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพจากการศึกษาเอกสาร การประชุมกลุ่มย่อยและปฏิบัติการ โดยกลุ่มผู้ให้ข้อมูลสำคัญการสนทนากลุ่ม ๒๐ คน และกลุ่มเป้าหมายเชิงปฏิบัติการจำนวน ๒๒ คน วิเคราะห์ข้อมูลเชิงเนื้อหาและกระบวนการจัดการนิเวศการวิจัยของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยเชิงพรรณนา ผลการศึกษาวิจัย พบว่า ๑. การบริหารจัดการนิเวศการวิจัยต้องคำนึงถึงปัจจัย ดังนี้ ๑) นโยบายและยุทธศาสตร์การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม ที่เป็นแฟลตฟอร์มเชิงยุทธศาสตร์ คือ (๑) การพัฒนากำลังคนและสถาบันความรู้ (๒) การวิจัยและสร้างนวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์ท้าทายของสังคม (๓) การวิจัยและสร้างนวัตกรรมเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน (๔) การวิจัยและสร้างนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาเชิงพื้นที่และลดความเลื่อมล้ำ และการปฏิรูประบบการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม โดยสังเคราะห์ได้ ๑๖ โปรแกรม ๒) การวางแผนและการจัดการนิเวศวิจัยให้สอดคล้องกับการจัดกลุ่มมหาวิทยาลัยออกเป็น ๕ กลุ่ม คือ (๑) กลุ่มพัฒนาการวิจัยระดับแนวหน้าของโลก (๒) กลุ่มพัฒนาเทคโนโลยีและส่งเสริมการสร้างนวัตกรรม (๓) กลุ่มพัฒนาชุมชนท้องถิ่นหรือชุมชนอื่นๆ (๔) กลุ่มพัฒนาปัญญาและคุณธรรมด้วยหลักทางศาสนา และ (๕) กลุ่มผลิตและพัฒนาบุคลากรวิชาชีพและสาขาจำเพาะ ๓) วิเคราะห์ปัจจัยการบริหารจัดการนิเวศวิจัยของมหาวิทยาลัย ได้แก่ ๑) พันธกิจมหาวิทยาลัย ๒) การจัดกลุ่มมหาวิทยาลัยเพื่อพัฒนากำลังคนให้มีศักยภาพและความสามารถระดับสูงในสายวิชาการและวิชาชีพ ๓) นโยบายและยุทธศาสตร์การพัฒนาอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมที่กำหนดกรอบการ ๔ ด้าน ๑๖ โปรแกรม และ ๔) การจัดการการวิจัยของสถาบันการศึกษาแต่ละแห่ง ๓ ระยะ ได้แก่ ระยะที่ ๑ การจัดการก่อนดำเนินการวิจัย ระยะที่ ๒ การจัดการระหว่างการทำวิจัย โดยการติดตามผลการดำเนินงานให้บุคลากรของมหาวิทยาลัยดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล และ ระยะที่ ๓ การจัดการหลังการดำเนินการวิจัย ๒. กระบวนการส่งเสริมและการจัดการนิเวศการวิจัยเชิงสร้างสรรค์ เพื่อพัฒนาพุทธนวัตกรรมให้เกิดความยั่งยืนอยู่ ๔ ขั้นตอน คือ ๑) การวางแผนกิจกรรม โดยการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประเด็นต่างๆ ที่จะนำมาสู่การพัฒนาการวิจัย ๒) การออกแบบกิจกรรมนิเวศการวิจัยที่สามารถตอบโจทย์การวิจัยได้อย่างเหมาะสม ๓) การพัฒนากิจกรรม โดยการให้ความรู้ ความเข้าใจ และปฏิบัติการจริง เริ่มตั้งแต่การตั้งหัวข้อ วัตถุประสงค์ ระเบียบวิธีวิจัยและกิจกรรมการดำเนินการวิจัย การประเมินแต่ละโครงการ การวิพากษ์และเสนอแนวทางการดำเนินงานโครงการให้บรรลุเป้าหมาย และการถอดบทเรียนจะนำไปสู่การพัฒนาเป็นโครงการวิจัยฉบับสมบูรณ์ต่อไป ๔) การยื่นเสนอขอรับทุนสนับสนุนการวิจัยพื้นฐานสำหรับผู้ที่ผ่านการคัดเลือกจากผู้ทรงคุณวุฒิ โดยจะต้องกรอกโครงการให้ตรงกับแผนและประเด็นการวิจัยตามที่ได้กำหนดไว้ ๓. การสร้างระบบกลไกการจัดการนิเวศการวิจัยเชิงสร้างสรรค์ของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยมีอยู่ ๓ ประการ คือ ๑) กลไกการพัฒนาด้านบุคคล โดยสร้างทัศนคติที่ดีต่อการวิจัย การเชิดชูเกียรติ ให้รางวัลเพื่อสร้างขวัญและกำลังใจ และการนำไปสู่การประเมินความดีความชอบหรือการขึ้นเงินเดือน ๒) กลไกด้านการส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัย โดยให้ข้อมูลข่าวสารจะต้องทั่วถึงบุคลากรทุกภาคส่วน เพื่อกระตุ้นบุคลากรและนักวิจัยได้ยื่นเสนอโครงการแก่แหล่งทุน โดยทั่วไปการสนับสนุนการวิจัยควรมีการจัดสรรจาก ๓ แหล่งทุน คือ (๑) การจัดสรรงบประมาณในการวิจัยในชั้นเรียนหรือวิจัยจากส่วนงาน (๒) การจัดสรรงบประมาณจากการจัดสรรการวิจัยพื้นฐานจากสถาบันวิจัยพุทธศาสตร์ และ (๓) การสนับสนุนทุนที่ได้รับการจากแหล่งทุนภายนอก และ ๓) กลไกการพัฒนาการจัดการ โดยทุกส่วนงานต้องทำงานเป็นทีม การคิดโจทย์วิจัย การกำหนดหัวข้อและวัตถุประสงค์ กระบวนการศึกษา การสร้างเครือข่ายในพื้นที่ ซึ่งกลไกนี้จะช่วยให้งานวิจัยเกิดประโยชน์และสร้างความสุขด้วยพุทธนวัตกรรมที่เป็นอัตลักษณ์ของมหาวิทยาลัย