กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ ๑) เพื่อศึกษาการบริหารจัดการนิเวศการวิจัยของมหาวิทยาลัยในประเทศไทย ๒) เพื่อสร้างกระบวนการจัดการนิเวศการวิจัยของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ๓) เพื่อพัฒนาระบบกลไกการจัดการนิเวศการวิจัยเชิงสร้างสรรค์ของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพโดยการใช้เครื่องมือวิจัยจากการศึกษาเอกสาร การสนทนากลุ่ม การมีส่วนร่วมและปฏิบัติการ เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพจากการศึกษาเอกสาร การประชุมกลุ่มย่อยและปฏิบัติการ โดยกลุ่มผู้ให้ข้อมูลสำคัญการสนทนากลุ่ม ๒๐ คน และกลุ่มเป้าหมายเชิงปฏิบัติการจำนวน ๒๒ คน วิเคราะห์ข้อมูลเชิงเนื้อหาและกระบวนการจัดการนิเวศการวิจัยของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยเชิงพรรณนา ผลการศึกษาวิจัย พบว่า ๑. การบริหารจัดการนิเวศการวิจัยต้องคำนึงถึงปัจจัย ดังนี้ ๑) นโยบายและยุทธศาสตร์การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม ที่เป็นแฟลตฟอร์มเชิงยุทธศาสตร์ คือ (๑) การพัฒนากำลังคนและสถาบันความรู้ (๒) การวิจัยและสร้างนวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์ท้าทายของสังคม (๓) การวิจัยและสร้างนวัตกรรมเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน (๔) การวิจัยและสร้างนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาเชิงพื้นที่และลดความเลื่อมล้ำ และการปฏิรูประบบการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม โดยสังเคราะห์ได้ ๑๖ โปรแกรม ๒) การวางแผนและการจัดการนิเวศวิจัยให้สอดคล้องกับการจัดกลุ่มมหาวิทยาลัยออกเป็น ๕ กลุ่ม คือ (๑) กลุ่มพัฒนาการวิจัยระดับแนวหน้าของโลก (๒) กลุ่มพัฒนาเทคโนโลยีและส่งเสริมการสร้างนวัตกรรม (๓) กลุ่มพัฒนาชุมชนท้องถิ่นหรือชุมชนอื่นๆ (๔) กลุ่มพัฒนาปัญญาและคุณธรรมด้วยหลักทางศาสนา และ (๕) กลุ่มผลิตและพัฒนาบุคลากรวิชาชีพและสาขาจำเพาะ ๓) วิเคราะห์ปัจจัยการบริหารจัดการนิเวศวิจัยของมหาวิทยาลัย ได้แก่ ๑) พันธกิจมหาวิทยาลัย ๒) การจัดกลุ่มมหาวิทยาลัยเพื่อพัฒนากำลังคนให้มีศักยภาพและความสามารถระดับสูงในสายวิชาการและวิชาชีพ ๓) นโยบายและยุทธศาสตร์การพัฒนาอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมที่กำหนดกรอบการ ๔ ด้าน ๑๖ โปรแกรม และ ๔) การจัดการการวิจัยของสถาบันการศึกษาแต่ละแห่ง ๓ ระยะ ได้แก่ ระยะที่ ๑ การจัดการก่อนดำเนินการวิจัย ระยะที่ ๒ การจัดการระหว่างการทำวิจัย โดยการติดตามผลการดำเนินงานให้บุคลากรของมหาวิทยาลัยดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล และ ระยะที่ ๓ การจัดการหลังการดำเนินการวิจัย ๒. กระบวนการส่งเสริมและการจัดการนิเวศการวิจัยเชิงสร้างสรรค์ เพื่อพัฒนาพุทธนวัตกรรมให้เกิดความยั่งยืนอยู่ ๔ ขั้นตอน คือ ๑) การวางแผนกิจกรรม โดยการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประเด็นต่างๆ ที่จะนำมาสู่การพัฒนาการวิจัย ๒) การออกแบบกิจกรรมนิเวศการวิจัยที่สามารถตอบโจทย์การวิจัยได้อย่างเหมาะสม ๓) การพัฒนากิจกรรม โดยการให้ความรู้ ความเข้าใจ และปฏิบัติการจริง เริ่มตั้งแต่การตั้งหัวข้อ วัตถุประสงค์ ระเบียบวิธีวิจัยและกิจกรรมการดำเนินการวิจัย การประเมินแต่ละโครงการ การวิพากษ์และเสนอแนวทางการดำเนินงานโครงการให้บรรลุเป้าหมาย และการถอดบทเรียนจะนำไปสู่การพัฒนาเป็นโครงการวิจัยฉบับสมบูรณ์ต่อไป ๔) การยื่นเสนอขอรับทุนสนับสนุนการวิจัยพื้นฐานสำหรับผู้ที่ผ่านการคัดเลือกจากผู้ทรงคุณวุฒิ โดยจะต้องกรอกโครงการให้ตรงกับแผนและประเด็นการวิจัยตามที่ได้กำหนดไว้ ๓. การสร้างระบบกลไกการจัดการนิเวศการวิจัยเชิงสร้างสรรค์ของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยมีอยู่ ๓ ประการ คือ ๑) กลไกการพัฒนาด้านบุคคล โดยสร้างทัศนคติที่ดีต่อการวิจัย การเชิดชูเกียรติ ให้รางวัลเพื่อสร้างขวัญและกำลังใจ และการนำไปสู่การประเมินความดีความชอบหรือการขึ้นเงินเดือน ๒) กลไกด้านการส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัย โดยให้ข้อมูลข่าวสารจะต้องทั่วถึงบุคลากรทุกภาคส่วน เพื่อกระตุ้นบุคลากรและนักวิจัยได้ยื่นเสนอโครงการแก่แหล่งทุน โดยทั่วไปการสนับสนุนการวิจัยควรมีการจัดสรรจาก ๓ แหล่งทุน คือ (๑) การจัดสรรงบประมาณในการวิจัยในชั้นเรียนหรือวิจัยจากส่วนงาน (๒) การจัดสรรงบประมาณจากการจัดสรรการวิจัยพื้นฐานจากสถาบันวิจัยพุทธศาสตร์ และ (๓) การสนับสนุนทุนที่ได้รับการจากแหล่งทุนภายนอก และ ๓) กลไกการพัฒนาการจัดการ โดยทุกส่วนงานต้องทำงานเป็นทีม การคิดโจทย์วิจัย การกำหนดหัวข้อและวัตถุประสงค์ กระบวนการศึกษา การสร้างเครือข่ายในพื้นที่ ซึ่งกลไกนี้จะช่วยให้งานวิจัยเกิดประโยชน์และสร้างความสุขด้วยพุทธนวัตกรรมที่เป็นอัตลักษณ์ของมหาวิทยาลัย
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 2 — 2. Concept and/or application formulated
มีการสร้างแนวคิดด้านเทคโนโลยีและ / หรือ การประยุกต์ใช้ (Technology concept and / or application formulated)
หลักการพื้นฐานได้รับการพิจารณาและมีการรายงาน (Basic principles observed and reported)
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 3 — 3. initial testing of proposed solution(s) together with relevant stakeholders
ศึกษา วิจัย ทดสอบแนวทางการพัฒนาหรือแก้ปัญหาที่กำหนดขึ้นร่วมกับ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้อง (Initial testing of proposed solution(s) together with relevant stakeholders)
การกำหนดปัญหา การเสนอแนวคิดในการพัฒนาหรือการแก้ปัญหาและ คาดการณ์ ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น และระบุผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้อง ในโครงการ (Formulation of problem, proposed solution(s) and potential impact, expected societal readiness; identifying relevant stakeholders for the project.)