Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2566

ภูมิปัญญาชาวบ้าน โคก สา ป่า โพน สู่ต้นแบบ โคก หนอง นา โมเดล ขับเคลื่อนชุมชนพึ่งตนเองตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ในพื้นที่จังหวัดมหาสารคาม......

รภัสสา จันทาศรี สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2566

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

วัตถุประสงค์ เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้และสร้างเครือข่ายต้นแบบพื้นที่ โคก หนอง นา โมเดล ระดับหน่วยงานปกครองท้องถิ่น โดยการมีส่วนร่วมของเครือข่ายชุมชนในพื้นที่ เพื่อพัฒนาภูมิปัญญาชาวบ้าน โคก สา ป่า โพน เป็นพื้นที่เรียนรู้ชุมชนต้นแบบโคก หนอง นา โมเดลโดยการมีส่วนร่วมของเครือข่ายชุมชนในพื้นที่เพื่อสร้างความมั่นคงทางด้านอาหาร น้ำ และพลังงาน ให้ชุมชนเกิดการพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืนและ เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจชุมชนผ่านการสร้างงานเกิดรายได้ ให้แก่เกษตรกร และกลุ่มแรงงานที่อพยพกลับท้องถิ่นและชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ดำเนินการในช่วง มีนาคม 2566 ถึง กุมภาพันธ์ 2567 ได้สร้างกระบวนการขับเคลื่อนการสร้างเครือข่ายเรียนรู้และทำจริง สู่ความมั่นคง “อาหาร-น้ำ-พลังงาน ประกอบด้วย 6 กระบวนการ ดังนี้ 1.เลือกพื้นที่เป้าหมาย 2.การถอดบทเรียนจากภูมิปัญญาชาวบ้าน โคก สา ป่า โพน สู่ต้นแบบพื้นที่ โคก หนอง นา โมเดล 3. ปลุกปั้น ปรับเปลี่ยน เรียนรู้และทำจริง สู่ความมั่นคง “อาหาร-น้ำ-พลังงาน” 4. สร้างพื้นที่เรียนรู้ชุมชนต้นแบบ ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีวิถีใหม่ 5. สร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ : รายวัน รายสัปดาห์ รายเดือนและรายปี และ 6.พัฒนาการสร้างมาตรฐานการผลิต การแปรรูปและการตลาด สรุปผลได้ดังนี้ เลือกพื้นที่เป้าหมายจริงได้ ทั้งหมด 13 อำเภอ พร้อมคัดเลือกหน่วยงานระดับท้องถิ่นได้ทั้งหมด จำนวน 80 หน่วยงาน คัดเลือกกลุ่มเป้าหมายในพื้นที่ทั้งหมดของจังหวัดมหาสารคาม 13 อำเภอ เป็นเกษตรกร ผู้ว่างงานจากผลกระทบสถานการณ์โรคระบาดโควิด เยาวชน และผู้สูงอายุ ได้จำนวน 440 ราย จากหน่วยงานองค์การบริหารส่วนตำบล จำนวน 66 หน่วยงาน และ 12 สำนักงานเกษตรอำเภอ และ 2 สำนักงานพัฒนาชุมชน รวม 80 หน่วยงาน มีพื้นที่ ตั้งแต่พื้นที่ 1 ไร่ ถึง 3 ไร่ ในพื้นที่ 13 อำเภอ รวม 460 ไร่ กลุ่มเป้าหมายเป็นเกษตรกร ผู้ว่างงาน และผู้สูงอายุ จำนวน 440 คน เจ้าหน้าที่หน่วยงานละ 2 คน จำนวน 80 หน่วยงาน (160 คน) รวมกลุ่มเป้าหมายทั้งหมด 600 คน ค้นหาต้นแบบความสำเร็จและถอดบทเรียนความสำเร็จ ได้ศูนย์ต้นแบบ โคก สา ป่า โพนสู่ โคก หนอง นา จำนวน 5 แห่ง ดังนี้ 1.ศูนย์เรียนรู้เศษฐกิจพอเพียง บ้านหนองโก อ.บรบือ 2. ศูนย์เรียนรู้เศษฐกิจพอเพียง บ้านโนนราษี อ.บรบือ 3. ศูนย์เรียนรู้เศษฐกิจพอเพียงบ้านมะค่า อ.กันทรวิชัย 4. ศูนย์เรียนรู้เศษฐกิจพอเพียง บ้านพระธาตุ อ.นาดูน 5. ศูนย์เรียนรู้เศษฐกิจพอเพียง บ้านเชียงยืน อ.เชียงยืน จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ ให้กับผู้บริหารหน่วยงานระดับท้องถิ่น ผู้นำชุมชนท้องถิ่น คณะครูอาจารย์ เจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องประจำอำเภอ และ องค์การบริหารส่วนตำบล ตลอดจนเกษตรกร ผู้นำเยาวชน ในพื้นที่เป้าหมาย 13 อำเภอ จำนวน 80 หน่วยงาน โดยเชื่อมโยงเครือข่าย ๔ ห่วง ในพื้นที่ ประกอบด้วย รัฐ วัด บ้าน โรงเรียน และ เชื่อมโยงแม่ข่ายคือ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคามประสานข้อมูลหลัก ผ่านฐานการเรียนรู้เชิงปฏิบัติการจริงอย่างน้อย ๑๑ ฐาน ได้แก่ ๑.คนเอาถ่าน ๒.คนรักษ์ป่า ๓.คนมีไฟ ๔.คนติดดิน ๕.คนหัวเห็ด ๖.คนรักษ์แม่ธรณี ๗.คนรักษ์แม่โพสพ ๘.คนมีน้ำยา ๙.คนรักษ์สุขภาพ ๑๐.คนรักษ์น้ำและ ๑๑.หัวคันนาทองคำ สร้างพื้นที่เรียนรู้ชุมชนต้นแบบ ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีวิถีใหม่ทุกอำเภอ จำนวน 13 แห่งๆ ละ 1 อำเภอ ดำเนินการถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กลุ่มผู้ร่วมเรียนรู้โดยการอบรมเชิงปฏิบัติการ ความมั่นคงทางอาหาร : การแปรรูปสมุนไพรให้ได้มาตรฐาน ยุค 4.0 Smart Farm Series คัดเลือกผลิตภัณฑ์ตัวแทนจากแต่ละอำเภอที่ได้จากพื้นที่การผลิต โคก หนอง นา มาเข้าร่วมทดลองตลาดเพื่อแลกเปลี่ยน ความรู้ ประสบการณ์ ในการผลิต จำหน่ายให้กับกลุ่มสมาชิกและผู้บริโภคที่สนใจ โดยจัดกิจกรรม ดังนี้ กิจกรรม ตลาดเขียว ทดลองตลาดผลิตภัณฑ์แปรรูปสมุนไพร พร้อมจำหน่าย การผลิตเห็ด พัฒนาการสร้างมาตรฐานการผลิต การแปรรูปและการตลาด ในกลุ่มเป้าหมาย 80 หน่วยงาน 440 ราย คัดเลือกตัวแทนอำเภอ 13 อำเภอ นำองค์ความรู้จากการถ่ายทอด 11 ฐานการเรียนรู้ มาวิเคราะห์ให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ โคก สา ป่า โพน ของตนเอง เพื่อเกิดการสร้างอาชีพเสริมรายได้เป็น ช่วงการผลิต อาทิ รายได้รายวัน : รายอาทิตย์ : รายเดือน เรียนรู้ปฏิบัติจริงการสร้างรายได้รายวัน-รายอาทิตย์ ไข่อินทรีย์ นำองค์ความรู้ด้านการตลาด การประชาสัมพันธ์ช่องทางการขายตลาดออนไลน์ เรียนรู้ปฏิบัติจริงการสร้างรายได้รายวัน-รายอาทิตย์ : การผลิตกล้าผักอินทรีย์ การเลือกชนิดผักอินทรีย์ การเตรียมวัสดุปลูก การเพาะกล้า การดูแลรักษา การจำหน่ายกล้าผักอินทรีย์ การผลิตผักอินทรีย์ ปลุกปั้นอาชีพแปรรูปจากฟารม์ เรียนรู้ปฏิบัติจริงการสร้างรายได้รายวัน-รายเดือน-รายปี และจัดเวทีประชาคมเครือข่ายภูมิปัญญาชาวบ้าน โคก สา ป่า โพน สู่ โคก หนอง นา โมเดล บูรณาการ ความมั่นคงทางอาหาร น้ำ พลังงาน : มีการวางแผนการผลิตทางการเกษตรในระบบเกษตรผสมผสานในพื้นที่ เพื่อสร้างรายได้ตลอดทั้งปี ลดการเดินทางเข้ามาทำงานในเมือง เพิ่มคุณภาพชีวิต ซึ่งได้มีการติดตามเยี่ยมเยียน ถึงผลสำเร็จในแต่ละพื้นที่ต้นแบบ 12 อำเภอ ทุกพื้นที่ทำการเกษตรผสมผสาน โดยวางแผนการผลิตและการตลาดอย่างเป็นระบบ โดยการเน้นการตลาดนำการผลิต ลดต้นทุนการผลิต การเกษตรผสมผสาน ช่วยให้มีอาหารไว้บริโภคได้ตลอด สามารถลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือนแล้ว ยังสามารถสร้างรายได้อย่างต่อเนื่องทั้งรายได้รายวันรายสัปดาห์ รายเดือน และรายปี การนำองค์ความรู้ไปใช้ประโยชน์และความพึงพอใจของโครงการ พบว่า สถานภาพของผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง (ร้อยละ 62) มีอายุอยู่ในช่วง 41-50 ปี (ร้อยละ 45) ค่าเฉลี่ยและค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานของความพึงพอใจของโครงการ มีภาพรวมค่าเฉลี่ยทั้ง 6 ด้าน ร้อยละ 4.92 ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.88 มีค่ามากที่สุด ผู้เข้าร่วมอบรมจะสามารถนำองค์ความรู้นี้ไปปรับใช้ประโยชน์ในการสร้างอาชีพเสริมรายได้ให้กับตนเองและชุมชน ร้อยละ (4.95) เกษตรกรสามารถนำความรู้การโคก สา ป่า โพน สู่โคก หนอง นา ถ่ายทอดแก่ชุมชนโดยผ่านทางกลุ่มเครือข่าย มีค่ามากที่สุด ร้อยละ (4.98) และเกษตรกรมีความมั่นใจและสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปใช้ประโยชน์ได้ มีค่าน้อยที่สุด (ร้อยละ4.89) การประเมินความสำเร็จของโครงการ มีค่าเฉลี่ย 4.80 อยู่ในระดับคุณภาพดีมาก โครงการนี้มีความสำเร็จอันดับ 1 ด้านการวางแผน มีค่าเฉลี่ย 4.85 อยู่ในระดับคุณภาพ ดีมาก อันดับ 2 ด้านการแก้ไขปรับปรุง มีค่าเฉลี่ย 4.81 อยู่ในระดับคุณภาพ ดีมาก อันดับ 3 ด้านการลงมือปฏิบัติ มีค่าเฉลี่ย 4.80 อยู่ในระดับคุณภาพ ดีมาก และอันดับสุดท้าย ด้านการตรวจสอบ มีค่าเฉลี่ย 4.76 อยู่ในระดับคุณภาพ ดีมาก การประเมินผลตอบแทนทางสังคมจากการลงทุน Social Return on Investment ( SROI ) ในปีที่ 1 เงินที่ลงทุนไป 1 บาท จะสร้างผลตอบแทนทางสังคม 42.85 บาท ในภาพรวมทั้งโครงการมีการวางแผนปฏิบัติงานทั้งหมด จำนวน 29 แผนงาน ดังนี้ 1.การอบรมเชิงปฏิบัติการ จำนวน 16 ครั้ง 2.เวทีประชาคมเครือข่าย จำนวน 1 ครั้ง 3.การติตดามผลการปฏิบัติงานผลสำเร็จของพื้นที่ต้นแบบ จำนวน 12 ครั้ง พื้นที่เรียนรู้ต้นแบบ โคก สา ป่า โพน ประยุกต์สู่ โคก หนอง นา โมเดล ประจำตำบล เป็นแหล่งเรียนรู้สำคัญในชุมชนที่รวบรม ต้นแบบบุคคล สถานที่ ภูมิปัญญาท้องถิ่น และ ประสบการณ์ ที่จะทำให้คนในชุมชนเกิดกระบวนการเรียนรู้สามารถหาความรู้และเรียนรู้ได้ด้วยตนเองไปใช้ให้เกิดประโยชน์ได้ เป็นการสร้างความรู้บนฐานของชุมชน เพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจฐานรากได้อย่างแท้จริง อีกทั้งยังช่วยให้เกิดการขยายผลการ ขับเคลื่อนการดำเนินโครงการให้เป็นไปตามแนวทางที่กำหนดได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล สนับสนุนให้ผู้เข้าร่วมโครงการและประชาชนเกิดการเรียนรู้ ด้วยตนเอง เป็นการส่งเสริมการเรียนรู้จากต้นแบบการพัฒนาเรียนรู้ภายในครัวเรือนของตนเอง ส่งเสริมให้ชุมชนท้องถิ่นสามารถ พึ่งพาตนเองได้ด้วยกระบวนการวางแผนการบริหารการพัฒนาคนในชุมชนท้องถิ่นเป็นผู้จัดการ เป็นผู้คิด เป็นผู้ทำและเป็นผู้ใช้ประโยชน์ซึ่งเป็นกระบวนการที่จะนำไปสู่การ พึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืนบนเศรษฐกิจฐานรากของชุมชน เพื่อก้าว ไปสู่ “ชุมชนที่มีความมั่นคง มั่นคั่ง และยั่งยืน”

คำสำคัญ

เศรษฐกิจพอเพียงSufficiency EconomySustainable agricultureป่าโคกนาสาหนองKhok Nong NaโพนKhok Sa Pa Phonการพัฒนายั่งยืน

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนอย่างยั่งยืนบนฐานทรัพยากรธรรมชาติและ ภูมิปัญญาท้องถิ่นตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงตำบลหนองเม็ก อำเภอนาเชือก จังหวัดมหาสารคาม

ธันยชนก ปะวะละ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม พ.ศ. 2562

เบญจสุขภาวะชุมชน เพื่อการพัฒนาท้องถิ่นตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของชุมชนบ้านเม่นใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม

ศักดิ์พงศ์ หอมหวล มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม พ.ศ. 2558

การพัฒนาชุมชนแบบมีส่วนร่วมโดยยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจแบบพอเพียง : กรณีศึกษา บ้านแหล่งควาย ตำบลนาอาน อำเภอเมือง จังหวัดเลย

สุรศักดิ์ ราษี วิทยาลัยเทคนิคเลย พ.ศ. 2557

ภูมิปัญญาบูรณาการในการจัดการป่าชุมชนเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน : กรณีศึกษาป่าชุมชนโคกหินลาด อ.เมือง จ.มหาสารคาม

ทัชชวัฒน์ เหล่าสุวรรณ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม พ.ศ. 2551

การประยุกต์ภูมิปัญญาท้องถิ่นเกี่ยวกับการดำรงชีพในการขับเคลื่อนการพัฒนาสู่ชุมชนเข้มแข็ง: กรณีศึกษาชุมชนคีรีวง อำเภอลานสกา จังหวัดนครศรีธรรมราช

อาแว มะแส สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ พ.ศ. 2563

ภูมิปัญญาท้องถิ่นกับการบริหารจัดการป่าชุมชนอย่างยั่งยืน : กรณีศึกษาป่าชุมชนบ้านเหล่าจั่น ตำบลหนองคู อำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม

นายทนงศักดิ์ ปัดสินธุ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม พ.ศ. 2560

การเสริมสร้างความรู้ ปัจจัยการมีส่วนร่วม และการพัฒนารูปแบบในการอนุรักษ์ป่าชุมชนโคกใหญ่ของประชาชน จังหวัดมหาสารคาม

สมสงวน ปัสสาโก มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม พ.ศ. 2553

การสังเคราะห์ชุดความรู้ชุมชนเพื่อพัฒนาสุขภาวะภายใต้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง: กรณีศึกษาจังหวัดนครปฐม

สุรัสวดี ไวว่อง มหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. 2558

การพัฒนาชุมชนต้นแบบตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงระดับมั่งมี ศรีสุข: กรณีศึกษาบ้านหนองเผือก อำเภอวาปีปทุม จังหวัดมหาสารคาม

ธันยชนก ปะวะละ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม พ.ศ. 2561

โครงการวิจัยการสร้างเศรษฐกิจชุมชนบนฐานวัฒนธรรมบ้านห้วยกระทิง ตำบลพระธาตุ อำเภอแม่ระมาด จังหวัดตากสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์

อาทิตย์ เจษฎากุลอนุชิต สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) พ.ศ. 2562