กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
บทคัดย่อ การปลูกต้นไม้ฟอกอากาศไม้ด่างเป็นที่นิยมและราคาสูงได้แก่ มอนสเตอร่าด่าง และฟิโลเดนดรอน การขยายพันธ์ใช้เวลานานและการดูแลรักษาหลังการตัดชำมักเกิดโรคใบเน่าทำให้ผลผลิตต่ำ และใช้เวลาฟื้นฟูต้นไม้นานส่งผลเสียต่อโอกาสในการสร้างรายได้ ซึ่งการวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการพัฒนาโรงเรือนขนาดเล็กอัจฉริยะสำหรับมอนสเตอร่า และฟิโลเดนดรอนเพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรโดยการนำเทคโนโลยีอินเตอร์เน็ตของสรรพสิ่งมาประยุกต์ใช้กับโรงเรือนให้สามารถรองรับการตรวจสอบค่าความชื้น อุณหภูมิ และการดูต้นไม้ในโรงเรือนผ่านสมาร์ทโฟนสำหรับเจ้าของสวนและลูกค้าที่ซื้อต้นไม้และฝากเลี้ยงในโรงเรือนกับผู้ขายเพื่อให้ยอดไม้ที่ตัดชำแข็งแรงพร้อมจะจัดส่งให้ผู้ซื้อต่อไปได้ โดยพืชที่ใช้ทดลองได้แก่ ฟิโลเดนดรอนก้านส้มด่าง 2 ต้น ฟิโลเดนดรอนอัลโบ้ 10 ต้น ฟิโลเดนดรอนออเรีย 10 ต้น และมอนสเตอร่าไทคอน 10 ต้น แบ่งอย่างละครึ่งเพื่อเปรียบเทียบกันระหว่างโรงเรือนขนาดเล็กระบบปปิดกับสภาพภายนอกแบบธรรมชาติวางแผนการทดลองแบบ Split Plot in Completely Randomized Design จำนวน 2 ซ้ำ กำหนดให้สถานที่ขยายพันธุ์พืชในโรงเรือนระบบปิด และโรงเรือนเปิดแบบวิธีธรรมชาติเป็น Main – plot และ Sub – plot เป็นชนิดของพันธุ์พืช 4 ชนิดได้แก่ Monstera Borsigiana Albo Variegatad. Monstera Deliciosa Aurea Variegated. Monstera thai constellation Variegatad. และPhilodendron billietiae Variegatad. เก็บข้อมูลการเจริญเติบโตทุก 7 วันได้แก่ 7, 14, 21 และ 28 วันด้วยวิธีการสังเกตและประเมินผลจากการเจริญเติบโตการวัดความยาวใบ ความกว้างใบ จำนวนราก และความยาวราก วิเคราะห์ความแปรปรวนของข้อมูล (Analysis of variance) เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างค่าเฉลี่ยของแต่ละกรรมวิธีโดยใช้ Duncan’s Multiple Range Test (DMRT) ผลการทดลองพบว่าต้นพืชที่เลี้ยงในโรงเรือนระบบปิดภายหลังจากการตัดชำใช้เวลาประมาณ 21 วัน ต้นพืชมีความแข็งแรงและสามารถนำออกเพื่อปลูกในแปลงหรือกระถางในสภาพแวดล้อมภายนอกได้ เมื่อเปรียบเทียบกับการตัดชำในสภาวะแวดล้อมเปิดปกติต้องใช้เวลาประมาณ 40 - 60 วัน ต้นไม้จึงแข็งแรง แต่อย่างไรก็ตามเมื่อทำการวิเคราะห์ความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ระหว่างการปลูกในโรงเรือนเทียบกับการปลูกภายนอกในสภาวะปกติพบว่า รอบการผลิตเร็วกว่าประมาณ 3 เท่า ระยะคืนทุนที่ได้จากการคำนวนขึ้นอยู่กับชนิดของสายพันธุ์พืชซึ่งอยู่ระหว่าง 1-8 เดือน และแปรผันตามราคาต้นพืชในท้องตลาด รวมทั้งขนาดทรงพุ่มของต้นพืชมีผลต่อจำนวนที่วางในโรงเรือนมากที่สุดได้แก่ ฟิโลกุ้งขนด่าง ฟิโลอทาบาโพเอนเซ่ด่าง ฟิโลกางเขนด่าง เป็นต้น สามารถเลี้ยงพืชได้สูงสุดถึง 48 ต้นต่อรอบการปลูกทำให้มีระยะคืนทุนที่สั้นลงได้
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 7 — 7. Final development version of the deliverable demonstrated in operational
การทดลองต้นแบบในภาคสนาม: ต้นแบบที่มีความใกล้เคียงกับระบบที่จะใช้จริง โดยเป็นการพัฒนาต่อจากขั้นที่ 6 โดยการทดสอบต้นแบบในสถานการณ์การทำงานจริง (System prototype demonstration in an operational environment.)
รายละเอียด ...การวิเคราะห์และทดลองหน้าที่หลัก และ/หรือ การพิสูจน์องค์ประกอบของ แนวคิด: เป็นขั้นเริ่มต้นของงานวิจัย โดยต้องมีทั้งการศึกษาวิเคราะห์และการศึกษาทดลอง เพื่อคาดการณ์ผลการวิเคราะห์และตรวจสอบอัตลักษณ์ในการแยกองค์ประกอบของ เทคโนโลยี... (Analytical and experimentally critical function and/or characteristic proof of concept)
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 6 — 6. solution (s) demonstrated in relevant environment and in co-operation with relevant stakeholders to gain initial feedback on potential impact
ผลการศึกษานำไปประยุกต์ใช้ในสิ่งแวดล้อมอื่น และดำเนินการกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ได้ข้อเสนอแนะเบื้องต้นเพื่อให้เกิดผลกระทบที่เป็นไปได้
ศึกษาวิจัยทดสอบแนวทางการพัฒนาหรือแก้ปัญหาที่กำหนดขึ้นร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้อง