การใช้ประโยชน์แบคทีเรียผลิตกรดคอนจูเกเตดไลโนเลอิกเพื่อผลิตน้ำนมและผลิตภัณฑ์จากนมแพะที่มีปริมาณกรดคอนจูเกเตดไลโนเลอิกสูง
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การศึกษาหาสภาวะที่เหมาะสมในการเพิ่มปริมาณและระยะเวลาในการเก็บรักษาแบคทีเรียสำหรับการใช้งานในภาคสนาม โดยบ่มที่อุณหภูมิ 37 ?C ทำการตรวจวัดปริมาณเชื้อในสัปดาห์ที่ 0, 1, 2, 3 และ 4 จากนั้น บ่มที่อุณหภูมิ 37 ?C 12-18 ชั่วโมง โดยแบ่งการทดลองเป็น 3 กลุ่ม ดังนี้ กลุ่มที่ 1 เลี้ยงในอาหารเลี้ยงเชื้อชนิดเหลว (L), กลุ่มที่ 2 เลี้ยงในอาหารชนิดกึ่งเหลว (ผสมวุ้น, J) และกลุ่มที่ 3 เลี้ยงในอาหารแข็ง (S) พบว่าเชื้อ Lactiplantibacillus plantarum ในสภาวะของแข็งสามารถผลิตกรดได้ดีที่สุด (pH 3.66) ในสภาวะกึ่งเหลวสามารถเพิ่มคุณภาพของเปลือกและซังข้าวโพดหมัก เชื้อ Limosilactobacillus fermentum ในสภาวะ ของแข็งสามารถผลิตกรดได้ดีที่สุด (pH 3.75) ในสภาวะของแข็งสามารถเพิ่มคุณภาพของเปลือกและซังข้าวโพดหมัก เชื้อ Pediococcus acidilactici ในสภาวะกึ่งเหลวสามารถผลิตกรดได้ดีที่สุด (pH 4.04) ในสภาวะของแข็งและกึ่งเหลว สามารถเพิ่มคุณภาพของเปลือกและซังข้าวโพดหมัก สำหรับการศึกษาระดับที่เหมาะสมในการเสริมแบคทีเรียผลิต CLA ร่วมกับน้ำมันพืชแต่ละชนิดต่อการผลิด CLA โดยวิธี in vitro gas production technique และเพื่อทดสอบสมรรถภาพการผลิตน้ำนมและองค์ประกอบของแพะนมที่ได้รับการเสริมแบคทีเรียผลิต CLA ร่วมกับน้ำมันพืชในฟาร์มเกษตรกร พบว่าการย่อยสลายในกระเพาะรูเมน พบว่าการผลิตแก๊สที่ 24 ชั่วโมง การผลิตแก๊สจากส่วนที่ไม่ละลายน้ำ (b) ค่า OMD, ME และ SCFA ในอาหารผสมครบส่วนที่เสริม L. plantarum + น้ำมันทานตะวัน 2 เปอร์เซ็นต์มีค่าสูงที่สุด แสดงว่าการเสริมด้วย L. plantarum ร่วมกับน้ำมันทานตะวันทำให้การย่อยสลายในกระเพาะรูเมนเพิ่มขึ้น การประเมินปริมาณน้ำนมและองค์ประกอบน้ำนมในแพะรีดนมที่เลี้ยงด้วยอาหารผสมครบส่วนที่เสริมด้วยจุลินทรีย์ร่วมกับน้ำมันพืชที่คัดเลือกได้ในฟาร์มเกษตรกร พบว่าในวันที่ 60 และ 84 กลุ่มที่เสริม L. plantarum + น้ำมันทานตะวัน 2 เปอร์เซ็นต์มีค่าการกินได้ของอาหารหยาบสูงที่สุด ปริมาณ CLA ในวันที่ 14 และ 28 กลุ่มที่เสริม L.plantarum + น้ำมันทานตะวัน 2 เปอร์เซ็นต์มีค่าสูงที่สุดเมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุมแต่ไม่แตกต่างกับกลุ่มที่เสริม L. Plantarum แต่ปริมาณน้ำนม ปริมาณการกินได้ของอาหารข้น และ ปริมาณแลคโตสในน้ำนมไม่มีความแตกต่างกันทั้ง 3 กลุ่ม จากการศึกษาพบว่าการใช้กล้าเชื้อ L. plantarum, L. bulgaricus, Streptococcus thermophilus ผสมน้ำนมแพะ ในอัตราส่วน 0.5 : 0.5 : 1.0 : 10.0 โดยมวล บ่มไว้ที่อุณหภูมิ 44 องศาเซลเซียสเป็นระยะเวลา 9 ชั่วโมง จะได้ผลิตภัณฑ์โยเกิร์ตจากน้ำนมแพะที่มีกรด CLA สูง ตั้งแต่ 43.81 ? 1.26 จนถึง 51.47 ? 1.01 มิลลิกรัม / 100 กรัมตัวอย่าง แปรผันตามปริมาณไขมันในน้ำนมแพะที่ 3 - 7 % ตามลำดับ โดยมีเนื้อสัมผัสกลิ่น รสชาติที่เหมาะสม เป็นการสร้างอัตลักษณ์และการรับรู้ผลิตภัณฑ์ ซึ่งสามารถส่งเสริมให้เกษตรกรและผู้ประกอบการที่สนใจนำกล้าเชื้อและสูตรการผลิต เพื่อนำไปต่อยอดสร้างมูลค่าจากผลิตภัณฑ์โยเกิร์ต คำสำคัญ : แพะนม, น้ำนมแพะ, ผลิตภัณฑ์จากนมแพะ, แบคทีเรียผลิตกรดคอนจูเกเตดไลโนเลอิก, กรดคอนจูเกเตดไลโนเลอิก