Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2566

การสร้างและพัฒนารููปแบบการเรียนจัดการศึกษาระบบเปิดแบบ Massive Open Online Course (MOOC) เพื่อเตรียมพร้อมรองรับการเรียนยุคชีวิตวิถีใหม่สำหรับโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

กิตติกรณ์ บำรุงบุญ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม พ.ศ. 2566

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

การวิจัยเรื่องการสร้างและพัฒนารูปแบบการเรียนจัดการศึกษาระบบเปิดแบบ Massive Open Online Course (MOOC) เพื่อเตรียมพร้อมรองรับการเรียนยุคชีวิตวิถีใหม่สำหรับโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นการวิจัยและพัฒนา (Research and Development : R&D) มีจุดมุ่งหมาย 1) เพื่อศึกษาสภาพปัญหาจากการเรียนออนไลน์ เพื่อสร้างหลักสูตร เนื้อหา และบทเรียนออนไลน์ลงในระบบ Massive Open Online Course (MOOC) 2) เพื่อประเมินผลสัมฤทธิ์ของการใช้หลักสูตรหลักสูตร เนื้อหา และบทเรียนออนไลน์และ 3) เพื่อรับรองและนำเสนอแนวทางการพัฒนาครูเพื่อเตรียมความพร้อมในการสอนบทเรียนออนไลน์ลงในระบบ Massive Open Online Course (MOOC) เป็นการศึกษาในลักษณะของการวิจัยเพื่อพัฒนาโดยมีโจทย์ในการวิจัยเพื่อต้องการแก้ไขปัญหาทางการเรียนให้ตรงจุด ผ่านการสร้างและพัฒนาหลักสูตรการเรียนโดยผู้สอนเอง เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทของผู้เรียน อีกทั้งเพื่อเป็นแนวทางในการตั้งรับกับการจัดการเรียนการสอนในรูปแบบใหม่ที่สามารถพัฒนาขึ้นได้โดยครูและสถานศึกษา เพื่อลดเวลาในการเรียนในชั้นเรียน ที่สอดคล้องกับทิศทางของการปฏิรูปการศึกษาและยุทธศาสตร์ของการพัฒนาประเทศ ลำดับขั้นตอนของการวิจัยครั้งนี้ประกอบด้วยลำดับขั้นตอนของการสร้างและพัฒนาหลักสูตร เนื้อหา และบทเรียนออนไลน์ลงในระบบ Massive Open Online Course (MOOC) หน่วยในการวิเคราะห์การวิจัยในครั้งนี้เป็นระดับโรงเรียน ที่ทำการเรียนการสอนในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นและตอนปลาย ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษามหาสารคาม โดยมีตัวแทนของโรงเรียนเข้าร่วมโครงการโรงเรียนละ 2 คน รวมทั้งสิ้นจำนวน 70 คนโดยใช้แนวทางการสัมภาษณ์ และแบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูลโดยการสังเคราะห์เนื้อหาและสถิติเชิงพรรณนา ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัย พบว่า ผลการสำรวจสภาพปัญหาจากการเรียนออนไลน์ พบว่า พฤติกรรมการเรียนออนไลน์ในประเด็น ของความพร้อมด้านการเรียนครอบคลุมอุปกรณ์การเรียนและโปรแกรมที่ใช้ในการเรียน และพฤติกรรมการเรียนออนไลน์นั้น ปรากฎว่านักเรียนมีอุปกรณ์สื่อสารที่ใช้ในการเรียนเป็นของตนเอง เช่น สมาร์ตโฟน/คอมพิวเตอร์/แท็บแล็ตหรือไอแพค ครบทุกคนคิดเป็นร้อยละ 100 แต่มีสัญญาณอินเทอร์เนตใช้ที่บ้านร้อยละ 80 ในส่วนของพฤติกรรมการเรียนในภาพรวมมีค่าเฉลี่ยที่ระดับปานกลาง เมื่อเรียงลำดับจากมากไปน้อย พบว่า นักเรียนสามารถซักถามกับครูผู้สอนและเพื่อนร่วมชั้นเรียนได้ตลอดระยะเวลาของการเรียนออนไลน์ ในระดับมาก นักเรียนสามารถเข้าใช้โปรแกรมที่ครูใช้เพื่อจัดการเรียนการสอนได้อย่างไม่มีปัญหา ในระดับมาก และครูมีเอกสารเพิ่มเติมเช่น ใบงาน ใบความรู้ และอื่นๆ นอกเหนือจากการจัดการเรียนการสอนออนไลน์ ในระดับมาก ตามลำดับ ความคิดเห็นที่มีต่อการเรียนออนไลน์ สภาพปัญหาและความต้องการในการเรียนออนไลน์ ในภาพรวม พบว่า มีระดับความคิดเห็นในระดับปานกลาง เมื่อเรียงลำดับจากมากไปน้อย พบว่า ครูให้การช่วยเหลือด้านการเรียนระหว่างการเรียนออนไลน์ได้อย่างดี อยู่ในระดับมาก และเท่ากันในสองประเด็น คือ นักเรียนสามารถข้าถึงการเรียนออนไลน์ได้ทุกเวลาและสถานที่ และ ครูแนะนำให้นักเรียนเข้าเรียนออนไลน์ หรือ ศึกษาออนไลน์จากแหล่งความรู้อื่นๆ เช่น website ของสถาบันอบรม หรือหน่วยงานต่างๆ ผลการสร้างหลักสูตรและการประเมินหลักสูตรของบทเรียนออนไลน์ในระบบ Massive Open Online Course (MOOC) พบว่า ในส่วนของการพัฒนาบทเรียนออนไลน์ได้กำหนดให้ใน 1 รายวิชา หรือ 1 เนื้อหานั้น มีเนื้อหาไม่เกิน 12 ชั่วโมงการเรียนรู้โดยแบ่งเนื้อหาเป็นหน่วย ซึ่งแต่ละหน่วยมีชั่วโมงการเรียนรู้อยู่ ระหว่าง 1- 3 ชั่วโมง ทั้งนี้ในหนึ่งรายวิชา จะมีระยะเวลาในการเรียนไม่มากกว่า 6 สัปดาห์ โดยแต่ละรายวิชาต้องมีการนำเสนอเนื้อหาด้วยสื่อวีดิทัศน์จำนวนไม่น้อยกว่า ร้อยละ 35 ของชั่วโมงการเรียนรู้ โดยสื่อวีดิทัศน์แต่ละคลิปมีความยาวไม่เกิน 10 นาที และแต่ละรายวิชาต้องมีการนำเสนอเนื้อหาด้วยสื่ออื่น ๆ เช่น กิจกรรมการเรียนรู้ เอกสารอ่านเพิ่มเติม แหล่งทรัพยากรการเรียนรู้อื่น ๆ จำนวนไม่น้อยกว่า ร้อยละ 65 ของชั่วโมงการเรียนรู้ ซึ่งผลการประเมินความสอดคล้องด้านเนื้อหาและด้านสื่อของบทเรียนที่พัฒนาขึ้น จำนวน 9 เนื้อหา พบว่ามีความสอดล้องทุกประเด็น แนวทางการพัฒนาครูเพื่อเตรียมความพร้อมในการพัฒนาสื่อและสร้างบทเรียนออนไลน์ สามารถ จัดกลุ่มของทิศทางการพัฒนาออกเป็น 2 ด้าน ประกอบไปด้วย 1) ด้านทักษะการจัดการชั้นเรียนและการจัดการเรียนการสอน และ 2) ด้านทักษะทางเทคโนโลยีสารสนเทศ

คำสำคัญ

ชีวิตวิถีใหม่Massive Open Online Course (MOOC)การสร้างและพัฒนาบทเรียนออนไลน์แบบเปิดCreation and DevelopmentNew Normal Life

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การศึกษาสภาพการพัฒนาหลักสูตรออนไลน์ระบบเปิดแบบ MOOC ของมหาวิทยาลัยนเรศวร

กอบสุข คงมนัส มหาวิทยาลัยนเรศวร พ.ศ. 2562

MOOCs นวัตกรรมการศึกษาแบบเปิดเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตของผู้เรียนที่มีความต้องการพิเศษ

ฐิติยา เนตรวงษ์ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต พ.ศ. 2563

การศึกษารูปแบบการจัดการศึกษาออนไลน์ระบบเปิดแบบ MOOC ของอุดมศึกษาไทย

ณฐภัทร ติณเวส มหาวิทยาลัยศิลปากร พ.ศ. 2560

Quality model for massive open online course (MOOC) web content

Universiti Putra Malaysia พ.ศ. 2563

THE IMPLEMENTATION OF MASSIVE OPEN ONLINE COURSES (MOOCS)-BASED E-LEARNING SYSTEM FOR COLLEGE LEVEL LEARNERS

พ.ศ. 2560

MOOC : การศึกษาฟรีแบบเปิดในยุคดิจิทัล

วิภา เจริญภัณฑารักษ์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช พ.ศ. 2558

การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนทักษะชีวิตด้วยระบบออนไลน์แบบเปิด (MOOCs)

พรเทพ ลี่ทองอิน สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2564

ผลการจัดการเรียนรู้โดยใช้การเรียนออนไลน์ในระบบเปิดสำหรับมหาชน MOOCs เพื่อพัฒนากระบวนการสุนทรียสนทนา กระบวนการสะท้อนคิดและกระบวนการฟังอย่างลึกซึ้งของนักศึกษาพยาบาล

วราภรณ์ ยศทวี วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี อุตรดิตถ์ พ.ศ. 2562

MOOC and E-Learning 2014

วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม พ.ศ. 2557

Massive Open Online Course (MOOC) service quality assessment Issues and instruments

Universiti Teknologi MARA พ.ศ. 2563