นครนนท์โมเดลเพื่อการจัดการขยะอาหารอย่างยั่งยืน
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
โครงการนครนนท์โมเดลเพื่อการจัดการขยะอาหารอย่างยั่งยืน จัดทำขึ้นเพื่อศึกษาหาแนวทางการแก้ไขปัญหาขยะอาหารในพื้นที่เทศบาลนครนนทบุรี โดยแบ่งการศึกษาออกเป็น 3 ระยะ คือ ในระยะที่ 1 เป็นการศึกษาปริมาณและองค์ประกอบขยะอาหารและวิเคราะห์การไหลของขยะอาหาร ระยะที่ 2 เสนอแนะแนวทางการจัดการขยะอาหารและประเมินความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ของแนวทางการจัดการขยะอาหารในเทศบาลนครนนทบุรี ระยะที่ 3 พัฒนาเว็บแอปพลิเคชันการจัดการขยะอาหาร เพื่อเชื่อมโยงผู้ที่ต้องการทิ้งขยะอาหารและผู้ที่ต้องการใช้ประโยชน์จากขยะอาหาร โดยโครงการวิจัยนี้แบ่งได้ขยะอาหารออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ ขยะอาหารที่สามารถรับประทานต่อได้ (Edible food waste) และขยะที่ไม่สามารถรับประทานต่อได้ (Inedible food waste) จาก 3 แหล่ง ได้แก่ แหล่งจำหน่ายวัตถุดิบประกอบอาหาร แหล่งผลิตอาหารและแหล่งขยะอาหารเหลือจากการบริโภค จำนวนกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยทั้งสิ้น 244 แห่ง เมื่อได้ข้อมูลของตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยแล้วจะนำมาคาดการณ์ด้วยวิธีการเทียบสัดส่วนเพื่อคำนวณหาปริมาณขยะอาหารที่เกิดขึ้นของตัวอย่างทั้งหมดที่สำรวจ 1,250 แห่ง โดยเก็บตัวอย่างในช่วงเดือน มิถุนายน 2566 – กุมภาพันธ์ 2567 ผลการศึกษาในระยะที่ 1 พบว่า จากตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย มีปริมาณขยะอาหารเกิดขึ้นทั้งสิ้น 10,678.51 กิโลกรัมต่อวัน มีการคัดแยกที่ต้นทางเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ เช่น นำไปบริโภคต่อหรือ เกษตรกรนำไปเลี้ยงสัตว์ ปริมาณ 1,716.11 กิโลกรัมต่อวัน หรือคิดเป็นร้อยละ 16.07 ของปริมาณขยะอาหารที่เกิดขึ้น เหลือส่งกำจัด ณ หลุมฝังกลบ กว่า 8,962.40 กิโลกรัมต่อวัน หรือคิดเป็นร้อยละ 83.93 ของขยะอาหารที่เกิดขึ้นทั้งหมด ทั้งนี้เมื่อคัดแยกและพิจารณาลักษณะทางกายภาพของขยะอาหารแล้ว พบว่า มีขยะอาหารที่สามารถนำไปรับประทานต่อได้ (Edible Food Waste) มีปริมาณทั้งสิ้น 306.37 กิโลกรัมต่อวันหรือคิดเป็นร้อยละ 3.42 และมีขยะอาหารไม่สามารถนำมารับประทานต่อได้ (Inedible Food Waste) เกิดขึ้น 8,656.03 กิโลกรัมต่อวัน จากข้อมูลปริมาณการเกิดขยะอาหารของกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยทำให้สามารถคาดการณ์ปริมาณขยะอาหารของตัวอย่างทั้งหมดที่สำรวจทั้งหมด 1,250 แห่ง ได้ว่าจะมีปริมาณขยะอาหารเกิดขึ้นทั้งสิ้น 31,281.85 กิโลกรัมต่อวัน เป็นขยะอาหารที่สามารถนำไปรับประทานต่อได้ (Edible Food Waste) กว่า 385.30 กิโลกรัมต่อวัน และมีขยะอาหารไม่สามารถนำมารับประทานต่อได้ (Inedible Food Waste) เกิดขึ้นกว่า 30,896.55 กิโลกรัมต่อวัน คาดว่ามีการคัดแยกที่ต้นทางเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ ปริมาณ 3,011.20 กิโลกรัมต่อวัน หรือคิดเป็นร้อยละ 9.63 ของปริมาณขยะอาหารที่เกิดขึ้นทั้งหมด ส่งผลให้มีขยะอาหารปริมาณ 28,270.65 กิโลกรัมต่อวัน หรือคิดเป็นร้อยละ 90.37 ของขยะอาหารที่เกิดขึ้นทั้งหมด ที่ต้องส่งกำจัด ณ หลุมฝังกลบขององค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี ในระยะที่ 2 ได้เสนอแนวทางเสนอแนะแนวทางการจัดการขยะอาหารอย่างยั่งยืนโดยคำนึงถึงศักยภาพของเทศบาลนครนนทบุรีเป็นสำคัญ นำเสนอแนวทางสู่การปฏิบัติ 4 มาตรการหลัก ได้แก่ 1) การเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการขยะอาหารที่ต้นทาง 2) พัฒนาและเชื่อมโยงระบบการจัดเก็บ 3) การมุ่งเน้นการใช้ประโยชน์และเสริมสร้างการมีส่วนร่วมเพื่อลดปริมาณขยะอาหารที่ต้องส่งกำจัดที่หลุมฝังกลบ และ 4) การเสริมสร้างความยั่งยืนของโครงการ สำหรับความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ พบว่า ปัจจุบันเทศบาลนครนนทบุรี มีค่าใช้จ่ายในการจัดการขยะมูลฝอย เป็นเงิน 1,618.26 บาทต่อตัน หรือคิดเป็นเงิน 180,137,687.84 บาทต่อปี จากข้อมูลคาดการณ์ปริมาณขยะอาหารที่เกิดขึ้นจากตัวอย่างทั้งหมดที่สำรวจ 1,250 แห่ง พบว่า อาจมีขยะอาหารเกิดขึ้น 10,318.55 ตันต่อปี จึงเสนอให้เทศบาลนครนนทบุรีมีการนำขยะอาหารไปใช้ประโยชน์ใน 3 รูปแบบคือ การนำไปบริจาค การนำไปเลี้ยงปศุสัตว์และปลาและการผลิตวัสดุปรับปรุงดิน ซึ่งจะช่วยประหยัดงบประมาณได้ถึง 2,240,776.32 บาทต่อปี สำหรับผลการศึกษาในระยะที่ 3 พัฒนาเว็บแอปพลิเคชันการจัดการขยะอาหารสำหรับเทศบาลนครนนทบุรีชื่อว่า www.nakornnontfoodwaste.com เพื่อเชื่อมโยงผู้ที่ต้องการทิ้งขยะอาหารและผู้ที่ต้องการใช้ประโยชน์จากขยะอาหาร ที่ช่วยอำนวยความสะดวกต่อการจัดการขยะอาหารระหว่างต้นทางกับปลายทาง รวมถึงการเก็บรวมรวบข้อมูลปริมาณขยะอาหาร ณ แหล่งกำเนิด เพื่อนำมาวิเคราะห์และสร้างนโยบายบริการสาธารณะของเทศบาลนครนนทบุรี ต่อไป