การถ่ายทอดเทคโนโลยีใช้คอนกรีตผสมน้ำยางพาราพัฒนาสระน้ำต้านภัยแล้ง ระยะที่ 3 ภาคเหนือตอนล่าง : จังหวัดอุทัยธานี และจังหวัดนครสวรรค์
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การถ่ายทอดเทคโนโลยีใช้คอนกรีตผสมน้ำยางพาราพัฒนาสระน้ำต้านภัยแล้ง ระยะที่ 3 ภาคเหนือตอนล่าง : จังหวัดอุทัยธานี และจังหวัดนครสวรรค์ ได้ทำการสังเคราะห์องค์ความรู้จากผลงานวิจัยและ นวัตกรรมเพื่อจัดทำคู่มือปฏิบัติงานสำหรับใช้ในการถ่ายทอดเทคโนโลยีก่อสร้างสระน้ำโดยใช้คอนกรีตผสมน้ำยางพารา นำไปเผยแพร่สู่กลุ่มเป้าหมายเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ การถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับกลุ่มเป้าหมายทั้งภาคทฤษฎีประกอบด้วยหัวข้อ ผลการสังเคราะห์องค์ความจากผลงานวิจัย, ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับงานคอนกรีต, ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับน้ำยางพารา และการสร้างสระน้ำคอนกรีตผสมน้ำยางพารา สำหรับการถ่ายทอดเทคโนโลยีภาคปฏิบัติได้แก่ การสาธิตวิธีการใช้น้ำยางพาราผสมในคอนกรีต มอร์ต้าร์ และสาธิตการก่อสร้างสระน้ำคอนกรีตผสมน้ำยางพาราในภาคสนาม โดยมีขั้นตอนการก่อสร้างสระในภาคสนามประกอบด้วย การปรับแต่งพื้นและผนังสระ, การปูแผ่นพลาสติกพื้นและผนังสระ, การวางเหล็กเสริมพื้นและผนังสระ, การเทคอนกรีตพื้นสระ, การดาดคอนกรีตผนังสระ, การใช้มอร์ต้าร์ฉาบผนังสระ และ การทำคันกั้นตะกอนรอบสระน้ำ การก่อสร้างสระน้ำคอนกรีตผสมน้ำยางพาราในภาคสนาม ณ ศูนย์การเรียนรู้โครงการเกษตรทฤษฎีใหม่บ้านคลองแห้ง ตำบลทองหลาง อำเภอห้วยคต จังหวัดอุทัยธานี และก่อสร้างสระน้ำคอนกรีตผสมน้ำ ยางพารา ณ ศูนย์การเรียนรู้เกษตรทฤษฎีใหม่บ้านหนองไม้แดง ตำบลหนองโพ อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ สระน้ำรูปสี่เหลี่ยมคางหมู ความลาดแนวนอนต่อแนวดิ่ง 1 : 1 ความกว้าง 5 เมตร ความยาว 10 เมตร ความลึก 2.5 เมตร ผลการสังเคราะห์ได้อัตราส่วนผสมของคอนกรีตผสมน้ำยางพาราสำหรับใช้ในการก่อสร้างสระน้ำ ดังนี้ปูนซีเมนต์ 1 ถุง (50 กิโลกรัม) ประกอบด้วย ทราย 135 กิโลกรัม หิน 148กิโลกรัม น้ำ 30 กิโลกรัม และน้ำยางพารา 1 กิโลกรัม ผู้เข้ารับการถ่ายทอดเทคโนโลยีสามารถนำองค์ความรู้ไปใช้ก่อสร้างสระน้ำในพื้นที่ชุมชนของตนเองและนำไปขยายผลพื้นที่ใกล้เคียงต่อไปในอนาคต