การถ่ายทอดเทคโนโลยีใช้น้ำยางพาราในงานบำรุงรักษาระบบชลประทาน ระยะที่ 3 ภาคกลาง : จังหวัดลพบุรี และจังหวัดสิงห์บุรี
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
โครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีใช้น้ำยางพาราในงานบำรุงรักษาระบบชลประทาน ระยะที่ 3 ภาคกลาง : จังหวัดลพบุรี และจังหวัดสิงห์บุรี ได้ปรับปรุงเพิ่มเติมองค์ความรู้จากผลงานวิจัยและขยายพื้นที่การถ่ายทอดเทคโนโลยีไปยังพื้นที่ภาคกลาง โดยการพัฒนาต่อยอดจากโครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีประยุกต์ใช้น้ำยางพาราในงานบำรุงรักษาระบบชลประทาน ระยะที่ 1 ภาคเหนือ : จังหวัดแพร่ ปีงบประมาณ 2558 และ การถ่ายทอดเทคโนโลยีใช้น้ำยางพาราในงานบำรุงรักษาระบบชลประทาน ระยะที่ 2 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : จังหวัดชัยภูมิ ปีงบประมาณ 2561 โดยจะนำข้อเสนอแนะจากคณะผู้ทรงคุณวุฒิจาก วช. จากโครงการระยะที่ 1 และ ระยะที่ 2 นำมาปรับปรุงคู่มือองค์ความรู้จากผลงานวิจัยสำหรับใช้เป็นคู่มือในการถ่ายทอดเทคโนโลยีในพื้นที่ภาคกลาง เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้การประยุกใช้น้ำยางพาราในงานซ่อมแซมบำรุงรักษาระบบชลประทานให้แก่กลุ่มเป้าหมายผู้ใช้ประโยชน์จากผลงานวิจัยนำไปขยายผลใช้งานในพื้นที่ภาคกลาง และเป็นการกระตุ้นให้เกิดการใช้ผลิตภัณฑ์ยางพาราและน้ำยางพาราในประเทศเป็นการเพิ่มมูลค่ายางพาราซึ่งจะช่วยให้ราคายางพาราภายในประเทศมีเสถียรภาพมากขึ้นในอนาคตต่อไป กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ เกษตรกร บุคลากรในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่จังหวัดลพบุรี และจังหวัดสิงห์บุรี เช่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และผู้บริหารระดับท้องถิ่น นายก อบต. กำนัน และผู้ใหญ่บ้าน จำนวน 100 คน พื้นที่เป้าหมาย โครงการชลประทานในพื้นที่จังหวัดลพบุรีและจังหวัดสิงห์บุรี ระยะเวลาดำเนินการ 12 เดือน งบประมาณที่เสนอขอ 882,850 บาท ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ ผู้เข้ารับการอบรมและถ่ายทอดเทคโนโลยีฯ สามารถนำองค์ความรู้ที่ได้รับจากการเข้าร่วมโครงการฯ ถ่ายทอดให้กับผู้ที่สนใจในพื้นที่ใกล้เคียงเพื่อจะสามารถซ่อมแซมและบำรุงรักษาคลองส่งน้ำในพื้นที่ของตนเองได้ คู่มือการปฏิบัติงาน (work manual) ที่ได้จากโครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีในครั้งนี้สามารถใช้เป็นแนวทางในการซ่อมแซมบำรุงรักษาระบบชลประทานและคลองส่งน้ำชลประทานให้กับเกษตรกร ลูกจ้างและเจ้าหน้าที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาในแต่ละพื้นที่ และโครงการชลประทานจังหวัดในพื้นที่ภาคกลาง ผู้เข้าร่วมการถ่ายทอดเทคโนโลยีฯ สามารถนำองค์ความรู้ที่ได้จากการสังเคราะห์จากผลงานวิจัยไปประยุกต์ใช้ซ่อมแซมคลองชลประทานเพื่อป้องกันการรั่วซึมของน้ำและปัญหาการทับตะกอนในคลองส่งน้ำ ซึ่งช่วยลดภาระและค่าใช้จ่ายของภาครัฐในการบำรุงรักษาระบบคลองชลประทาน