วิจัยร่วมระหว่างไทย อินโดนีเซีย และสาธารณรัฐเช็ก สำหรับสารที่มีฤทธิ์ต้านจุลชีพ
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การดื้อยาต้านจุลชีพเป็นภัยคุกคามต่อระบบการรักษาพยาบาลทั่วโลก การค้นพบยาปฏิชีวนะใหม่ๆลดลงในช่วง 4 ทศวรรษที่ผ่านมา โดยมียาปฏิชีวนะเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้นที่ถูกนำมาใช้ในทางคลีนิค ดังนั้นจึงมีความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องค้นพบยาปฏิชีวนะใหม่ๆ เพื่อลดการแพร่กระจายของเชื้อดื้อยาต้านจุลชีพ แอคติโนแบคทีเรียจากสภาพแวดล้อมต่างๆกำลังได้รับความสนใจ เนื่องจากมีความสามารถในการสังเคราะห์สารประกอบที่มีลักษณะโครงสร้างและแสดงกิจกรรมทางชีวภาพที่หลากหลาย การศึกษาของเราจึงมุ่งเน้นศักยภาพในการต้านจุลชีพของแอคติโนแบคทีเรียที่แยกได้จากสภาพแวดล้อมต่างๆในประเทศไทย ในการต้านเชื้อ Klebsiella pneumonia, methicillin resistant Staphylococcus aureus, Acinetobacter baumannii และchloroquinone resistant Plasmodium falciparum K1 ซึ่งเชื้อแอคติโนแบคทีเรีย 165 สายพันธุ์ แยกมาจาก ถ้ำ, ป่าชายเลน, เอนโดไฟต์ และตะกอนจากทะเลของประเทศไทย จากนั้นสกัดสารจากการเลี้ยงเชื้อบนอาหารแข็ง ISP2 ซึ่งสกัดด้วยเมทานอลและคัดกรองกิจกรรมการต้านเชื้อจุลชีพต่อเชื้อโรคที่เลือก ในการศึกษาเชื้อ 23 สายพันธุ์จาก 165 สายพันธุ์ที่คัดแยกมีฤทธิ์ในการยับยั้งมากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ (IC50) ที่ความเข้มข้นต่ำกว่า 50 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตร ต่อเชื้อโรคอย่างน้อยหนึ่งชนิด นอกจากนี้เชื้อ 12 สายพันธุ์มีฤทธิ์ในการยับยั้งมากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ (IC50) ที่ความเข้มข้นต่ำกว่า 10 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตรต่อเชื้อโรคที่ทดสอบทั้งหมด นอกจากนี้การวิเคราะห์ลำดับเบส 16S rDNA พบว่าทั้ง 23 สายพันธุ์เป็นกลุ่ม Streptomyces จากผลการวิจัยพบว่าแอคติโนแบคทีเรียในประเทศไทยจะเป็นแหล่งของสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพที่ดีต่อแบคทีเรียก่อโรค