การสกัดและการระบุสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพจากแอกติโนมัยซีตสายพันธุ์ที่แยกได้จากตัวอย่างดินในประเทศไทยที่มีฤทธิ์ต่อต้านและยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียก่อโรคกลุ่มที่ดื้อยาในปัจจุบัน
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ผู้วิจัยได้เพาะเลี้ยง และแยกแอกติโนมัยซีตได้ 50 สายพันธุ์ที่มีลักษณะทางกายภาพของโคโลนีต่างกันจากดินในประเทศไทย พบว่าเป็น Streptomyces จํานวน 46 สายพันธุ์ และที่เหลือ 4 สายพันธุ์เป็นแอกติโนมัยซีตจีนัสอื่น ๆ เมื่อวิเคราะห์ยีน 16S rRNA ของแอกติโนมัยซีต 4 สายพันธุ์เหล่านี้เชิงความสัมพันธ์ทางวิวัฒนาการ พบว่าสายพันธุ์ทั้งสี่ชนิดเป็นสมาชิกในจีนัสที่แตกต่างกันทั้งหมด ได้แก่ จีนัส Pseudonocardia, Micromonospora, Kutzneria และ Nonomuraea เนื่องจาก Kutzneria เป็นจีนัสที่หายาก และมีเพียง 4 สปีชีส์เท่านั้น จึงทําการจําแนกสปีชีส์ของ Kutzneria sp. สายพันธุ์ SMC 256 พบว่าเป็นเชื้สปีชีส์ใหม่ มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Kutzneria chonburiensis และมีเลขทะเบียน (accession number) ของยีน 16S rRNA ใน GenBank คือ KJ191120 จากการคัดกรองการสร้างสารยับยั้งเชื้อก่อโรคของแอกติโนมัยซีตทั้งหมด 50 สายพันธุ์ต่อเชื้อแบคทีเรียก่อโรคในกลุ่ม ESKAPE สายพันธุ์มาตรฐาน และสายพันธุ์ไวต่อยา และ/หรือดื้อยาปฏิชีวนะที่แยกได้จากผู้ป่วยในโรงพยาบาล ได้แก่ Enterococcus faecalis (ATCC 29212, ไว และ/หรือดื้อยา GEN, CIP, LEV, NOR,FOS), Staphylococcus aureus (ATCC 25923, ไว และ/ห รื อ ดื้อยา methicillin), Klebsiella pneumoniae (ไว และ/หรือ ดื้อยา CRO, CTX และ ESBL), Acinetobacter baumannii (ATCC 19606, ไว และ/หรือ ดื้อยา CIP, LEV และ MDR), Pseudomonas aeruginosa (ATCC 27853, ไว และ /หรือ ดื้อยา TGC, DPM) และ Enterobacter aerogenes (ATCC 13048) ด้วยวิธี agar plug และด้วยวิธี disk diffusion ของสารสกัด ethyl acetate พบว่าด้วยวิธีคัดกรองแบบ agar plug ตรวจพบแอกติโนมัยซีตที่สามารถสร้างสารยับยั้งเชื้อแบคทีเรียก่อโรคสายพันธุ์มาตรฐาน จํานวน 18, 29, 10, 5, 2 และ 2 สายพันธุ์ตามลําดับ และในจํานวนนี้ให้สารสกัดที่มีฤทธิ์ยับยั้งเชื้อแบคทีเรียก่อโรคสายพันธุ์ไวต่อยา และ/หรือ ดื้อยาปฏิชีวนะเพียง 6, 9, 1, 1, 0 และ 0 สายพันธุ์ตามลําดับด้วยวิธี disk diffusion เมื่อเปรียบเทียบความแรงของสารออกฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรียก่อโรคในกลุ่ม ESKAPE ที่สร้างจากแอกติโนมัยซีตทั้งหมดที่ทดสอบ พบว่าแอกติโนมัยซีตสายพันธุ์ SMC31 สร้างสารที่มีความแรงสูงสุดในการยับยั้งเชื้อ S. aureus สายพันธุ์ไวต่อยา และดื้อต่อยา methicillin (MRSA) และยับยั้งเชื้อ E. faecalis สายพันธุ์ไวต่อยา และสายพันธุ์ดื้อยา GEN, CIP, LEV และ NOR และสายพันธุ์ดื้อยา CIP, LEV, GEN และ FOS จากการสกัดสารออกฤทธิ์จากแอกติโนมัยซีตสายพันธุ์ SMC31 ด้วย ethyl acetate และแยกให้บริสุทธิ์ด้วย SPE และ HPLC สามารถตรวจพบสารออกฤทธิ์ยับยั้งเชื้อ MRSA ที่มีสมบัติการดูดกลืนแสงสูงสุดที่ความยาวคลื่น 192 นาโนเมตร (?max 192 nm) และมีมวลเท่ากับ 724.4655 เมื่อวิเคราะห์ด้วยเทคนิค high resolution electrospray ionization time-of-flight mass spectrometry (ESI TOF-MS) ซึ่งมีมวลที่ใกล้เคียงมากที่สุดกับสารปฏิชีวนะ nigericin ซึ่งมีมวลเท่ากับ 724.4654 และมีสูตรทางเคมี C40 H68 O11 และมีโครงสร้างทางเคมีจัดอยู่ในยาปฏิชีวนะกลุ่ม polyether