พอลิเมอร์แบบเม็ดจากไคโตซานผสมน้ำมันหอมระเหยเพื่อต้านจุลินทรีย์และยืดอายุการเก็บรักษาผลไม้สด: สมบัติและการใช้งาน
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อพัฒนาเม็ดบีดส์ไคโตซานผสมน้ำมันหอมระเหย 3 ชนิด ได้แก่ลาเวนเดอร์ กานพลูและไทม์แดง โดยทำการศึกษาสมบัติของเม็ดบีดส์ในด้านการกักเก็บ ปลดปล่อยและ ลักษณะเฉพาะของเม็ดบีดส์ด้วย FTIR เพื่อนำเม็ดบีดส์มาใช้ในระบบบรรจุภัณฑ์ผลไม้สด ได้แก่สตรอเบอรี่และ มะม่วงน้ำดอกไม้ โดยมีวัตถุประสงค์หลัก เพื่อให้น้ำมันหอมระเหยที่ถูกปลดปล่อยออกมาจากเม็ดบีดส์ใน ระหว่างการบรรจุยับยั้งเชื้อราในผลไม้และทำการศึกษาคุณภาพการเก็บรักษาผลไม้ที่ทำการบรรจุร่วมกับเม็ดบีดส์ จากการวิจัยพบว่าองค์ประกอบหลักของน้ำมันหอมระเหยลาเวนเดอร์ คือ linalool และ linalyl acetate ส่วนไทม์แดงและกานพลูมีthymol และ eugenol เป็นองค์ประกอบหลักตามลำดับ ซึ่งเมื่อไคโต ซานฟอร์มตัวเป็นเม็ดบีดส์ จะเกิดพันธะไฮโดรเจนขึ้นระหว่างโมเลกุลของไคโตซานกับน้ำมันหอมระเหย โดย หมู่ฟังก์ชั่นของน้ำมันหอมระเหยได้แก่หมู่อะโรมาติก ซึ่งปรากฏพีคเด่นชัด จึงสรุปได้ว่าเม็ดบีดส์ไคโตซานกัก เก็บน้ำมันหอมระเหยได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนการปลดปล่อยน้ำมันหอมระเหยทุกชนิด เกิดขึ้นเร็วในช่วง สัปดาห์แรกและเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในช่วง 2 สัปดาห์ต่อมา โดยน้ำมันหอมระเหยไทม์แดงปลดปล่อยได้มากกว่าที่ อุณหภูมิสูง ส่วนน้ำมันหอมระเหยลาเวนเดอร์ปลดปล่อยได้สูงสุดที่ 25?C, 52 %RH ซึ่งมีอัตราการปลดปล่อย มากกว่าน้ำมันหอมระเหยชนิดอื่น เนื่องจากโครงสร้างทางเคมีของ linalool เป็น aliphatic และมีน้ำหนัก โมเลกุลน้อย ในขณะที่ eugenol ในกานพลูเป็นวงแหวนอะโรมาติกและมีโครงสร้างขนาดใหญ่ ส่วนผลการ ยับยั้งเชื้อพบว่า เม็ดบีดส์ผสมน้ำมันหอมระเหยลาเวนเดอร์และไทม์แดงสามารถยับยั้ง Botrytis cinerea ได้ดี และเม็ดบีดส์ผสมน้ำมันหอมระเหยลาเวนเดอร์ สามารถยับยั้งเชื้อ Colletotrichum gloeosporioides ได้ดี ที่สุด รองลงมาคือเม็ดบีดส์ผสมน้ำมันหอมระเหยกานพลู ซึ่งสามารถยับยั้งเชื้อได้ดีเมื่อใช้ในปริมาณที่สูงกว่า การศึกษาการใช้เม็ดบีดส์ผสมน้ำมันหอมระเหยในบรรจุภัณฑ์ผลสตรอเบอรี่สด พบว่าสตรอเบอรี่ที่บรรจุ ร่วมกับเม็ดบีดส์ผสมน้ำมันหอมระเหยลาเวนเดอร์และไทม์แดงมีร้อยละของการเน่าเสียลดลง 30-35% นอกจากนี้ไอระเหยของน้ำมันหอมระเหย ช่วยลดการสูญเสียน้ำหนักของผลสตรอเบอรี่อีกด้วย ไอระเหยของ น้ำมันหอมระเหยส่งผลต่ออัตราการหายใจ แต่ไม่ส่งผลต่อค่าสี ความแน่นเนื้อและปริมาณกรดของผลสตรอเบอรี่ ส่วนคุณภาพทางประสาทสัมผัสพบว่าไอระเหยของน้ำมันหอมระเหยไม่ฟอกสีสตรอเบอรี่ ผู้ทดสอบชิมให้ การยอมรับสตรอเบอรี่ที่บรรจุร่วมกับเม็ดบีดส์ผสมน้ำมันหอมระเหยลาเวนเดอร์ อย่างไรก็ตามสตรอเบอรี่ที่ บรรจุร่วมกับเม็ดบีดส์ผสมน้ำมันหอมระเหยไทม์แดงได้คะแนนต่ำกว่าสตรอเบอรี่ชุดควบคุมตั้งแต่วันที่ 2 ของ การเก็บรักษา ดังนั้นน้ำมันหอมระเหยลาเวนเดอร์จึงเหมาะสมต่อการใช้ในระบบบรรจุภัณฑ์สตรอเบอรี่ ส่วน การใช้เม็ดบีดส์ผสมน้ำมันหอมระเหยกับมะม่วง พบว่าเม็ดบีดส์ผสมน้ำมันหอมระเหยลาเวนเดอร์ ปริมาณ 0.25 กรัม ช่วยชะลอการเกิดจุดดำได้เมื่อเก็บรักษามะม่วงที่อุณหภูมิ25?C แต่มะม่วงที่บรรจุร่วมกับเม็ดบีดส์ ผสมน้ำมันหอมระเหยกานพลูมีการสูญเสียน้ำหนักมาก อาจเกิดจากความผิดปกติทางสรีรวิทยาของผลมะม่วง ส่วนมะม่วงที่บรรจุร่วมกับเม็ดบีดส์ผสมน้ำมันหอมระเหยลาเวนเดอร์จะเกิดการสุกช้าลง จากค่าความแน่นเนื้อ และปริมาณกรดทั้งหมด การประเมินคุณภาพทางประสาทสัมผัส พบว่าน้ำมันหอมระเหยลาเวนเดอร์และกานพลูไม่ส่งผลเสียต่อค่าทางประสาทสัมผัสในทุกด้าน