ชุดโรงงานพร้อมเครื่องจักรแปรรูปผลไม้ตัวต่อเพื่อธนาคารผลไม้เคลื่อนที่
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การจัดการพืชผลทางการเกษตรที่ กำหนดการเก็บเกี่ยวไม่ได้ เช่น เก็บไม่ทัน การระบาดของศัตรูพืช ฯลฯ ส่งผลกระทบต่อผลผลิตและรายได้ของเกษตรกรมาโดยตลอด และเมื่อเกิดกรณีการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า (Covid-19) ซึ่งทำให้ ไม่สามารถส่งสินค้าทางการเกษตรไปจำหน่ายยังต่างประเทศได้ เกษตรกรจึงประสบปัญหาอย่างรุนแรงทั้งผลผลิตล้นตลาด ผลผลิตเน่าเสีย ราคาตกต่ำอย่างรุนแรง ตัวอย่างเช่น มะม่วงเกรดส่งออกคุณภาพดีของไทยซึ่งได้รับผลกระทบดังกล่าวนี้อย่างรุนแรงจนเกิดความสูญเสียเป็นมูลค่ากว่าสองพันล้านบาทในปี พ.ศ. 2563 การวิจัยนี้มุ่งแปรรูปมะม่วงเพื่อยืดอายุการเก็บรักษาและคงคุณค่าสำหรับการบริโภคให้ยาวนานขึ้น เพื่อแก้ปัญหาผลผลิตล้นตลาด และผลผลิตเน่าเสีย ตลอดจนเพิ่มมูลค่าจากผลผลิตมะม่วงสด ทั้งนี้ โดยใช้เครื่องจักรแปรรูปที่เป็นชุดโรงงานที่สามารถเคลื่อนที่เข้าปฏิบัติงานถึงพื้นที่เพาะปลูกได้อย่างรวดเร็ว ทำการแปรรูปได้ทันท่วงที และเกิดการจ้างงานเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจในพื้นที่เพาะปลูก ดังมีระเบียบวิธีวิจัยโดยย่อสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ต่อไปนี้1) ออกแบบและสร้างต้นแบบชุดโรงงานพร้อมเครื่องจักรแปรรูปตัวต่อที่อ้างอิงตามข้อกำหนด GMP นำร่องด้วยมะม่วงน้ำดอกไม้และมะม่วงมหาชนกแช่เยือกแข็ง 2) ออกแบบต้นแบบกระบวนการผลิตและจัดทำต้นแบบระบบการประกันคุณภาพผลิตภัณฑ์สำหรับชุดโรงงานพร้อมเครื่องจักรแปรรูปตัวต่อ3) สาธิตการใช้ประโยชน์และสร้างความตระหนักรู้เทคโนโลยีชุดโรงงานพร้อมเครื่องจักรแปรรูปมะม่วงน้ำดอกไม้และมะม่วงมหาชนกตัวต่อจากผลที่ได้ในข้อ 1 และข้อ 2จากการบูรณาการองค์ความรู้ทางด้านวิศวกรรมศาสตร์ เทคโนโลยีการเกษตร เทคโนโลยีการแปรรูปอาหาร สถาปัตยกรรมศาสตร์ และเศรษฐศาสตร์ชุมชน ได้ผลการดำเนินงานดังนี้1) ได้ฮาร์ดแวร์ต้นแบบชุดโรงงานกระบวนการแปรรูปผลไม้แช่เยือกแข็งตัวต่อที่อ้างอิงตามข้อกำหนด GMP จำนวน 2 ชุด โดยแต่ละชุดประกอบด้วยห้องเชิงหน้าที่ (functional space) จำนวน 5 ห้อง คือ ห้องเตรียมวัตถุดิบ ห้องหั่นตัดตกแต่ง ห้องบรรจุ ห้องแช่เยือกแข็ง และห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าและทำความสะอาดพนักงาน ต่อกันเป็นโรงงานเคลื่อนที่ที่ถูกสุขลักษณะสอดคล้องกับมาตรฐานของอุตสาหกรรมอาหาร ทั้งนี้ ชุดโรงงานตัวต่อเคลื่อนที่สามารถแปรรูปมะม่วงสดซึ่งมีอายุการบริโภค 14 วัน เป็นมะม่วงเนื้อบดละเอียด (puree) แช่เยือกแข็ง ที่ยืดอายุการเก็บรักษาโดยคงคุณภาพเดิมได้ถึงประมาณ 1-2 ปี มะม่วงสดราคา 15 บาท/กิโลกรัม สามารถผลิตมะม่วงเนื้อบดละเอียดได้ 0.6 กิโลกรัม ซึ่งมีมูลค่าเพิ่มให้กับมะม่วงน้ำดอกไม้สด 1 กิโลกรัม เป็นมะม่วงเนื้อบดละเอียด เท่ากับ 62.40 บาท คิดเป็น 416% ของราคามะม่วงสด ทั้งนี้ราคาขายมะม่วงน้ำดอกไม้เนื้อบดละเอียดเฉลี่ย 129 บาท/กิโลกรัม ส่งผลให้การแปรรูปมะม่วงน้ำดอกไม้สดเป็นมะม่วงเนื้อบดละเอียดด้วยเครื่องจักรตัวต่อ โดยทำการผลิต 100 วันต่อปีหรือต่อฤดูกาล สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจได้อย่างน้อยประมาณ 6.5 ล้านบาทต่อปีต่อเครื่อง ทั้งนี้ไม่รวมถึงมูลค่าเพิ่มที่ได้จากการปรับไปผลิตผลไม้หรือผลิตผลทางการเกษตรชนิดอื่น2) ได้ซอฟท์แวร์คู่มือมาตรฐานแนะแนวทางกระบวนการผลิตและระบบประกันคุณภาพผลิตภัณฑ์มะม่วงน้ำดอกไม้และมะม่วงมหาชนกพิวเร่แช่เยือกแข็ง จำนวน 2 ชุด และคู่มือการใช้ห้องแช่เยือกแข็งที่ได้ออกแบบและสร้างไว้จำนวน 1 ชุด อนึ่ง ห้องแช่เยือกแข็งนี้สามารถลดอุณหภูมิห้องให้เย็นลงได้ถึง -40 องศาเซลเซียส และใช้เวลาในการแช่เยือกแข็งในแต่ละครั้ง ประมาณ 2 ชั่วโมงต่อมะม่วงพร้อมใช้ 336 กิโลกรัม โดยมีความเร็วลมสม่ำเสมอในทุกจุดประมาณ 3.6 เมตรต่อวินาที3) ได้โปรแกรมพัฒนาบุคลากรพร้อมจัดอบรมความรู้ตามข้อ 1) และ 2) ณ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง จำนวน 2 ครั้ง ให้แก่กลุ่มเกษตรกรเป้าหมาย และอบรมในท้องถิ่นโดยสาธิตการใช้ประโยชน์และสร้างความตระหนักรู้เทคโนโลยีชุดโรงงานพร้อมเครื่องจักรแปรรูปผลไม้ตัวต่อใน 2 พื้นที่ โดยจัดในพื้นที่ภาคเหนือเป็นแห่งแรก คือพื้นที่โครงการร้อยใจรักษ์ ต. ห้วยส้าน อ. แม่อาย จ. เชียงใหม่ และแห่งที่สองในพื้นที่ภาคใต้ คือ พื้นที่กลุ่มเกษตรกรวิสาหกิจชุมชน ต. ท่ามะพลา อ. หลังสวน จ. ชุมพร ซึ่งชุดโรงงานตัวต่อที่ตั้งในพื้นที่ทั้งสองจัดเป็นกรณีตัวอย่างรูปธรรมความสำเร็จอันนำสู่เส้นทางการพัฒนากลไกการแก้ปัญหาการจัดการผลผลิตดังกล่าวข้างต้นทั้งนี้ ในการจัดหาชุดโรงงานตัวต่อเคลื่อนที่เพื่อธนาคารผลไม้ พบว่าควรมีบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์มาประจำเฉพาะด้านทั้งในส่วนผลิต ส่วนควบคุมเครื่องจักร ส่วนประกันคุณภาพ และควรมีการพัฒนาชุดระบบสาธารณูปโภคที่สามารถเคลื่อนที่ไปพร้อมโรงงาน นอกจากนั้นเพื่อให้เกิดการใช้ประโยชน์สูงสุดควรขยายสายการผลิตจากมะม่วงเป็นผลผลิตอื่น ๆ เช่น ลิ้นจี่ มังคุด ลำไย ฟักทอง และผลไม้ประจำถิ่นอื่นๆ ทั้งในและนอกฤดูกาล ทำการคัดเลือกผลผลิตการเกษตรที่มีศักยภาพในการส่งเสริมโดยนำมาออกแบบกระบวนการผลิตและจัดทำระบบการประกันคุณภาพตามหลักมาตรฐาน GMP เพื่อเป็นการส่งผลให้มีคุณูปการสามารถใช้งานอย่างต่อเนื่องได้ตลอดปี และเป็นโรงงานต้นแบบแห่งการเรียนรู้ให้กับเกษตรกรและชุมชนท้องถิ่นเพื่อเชื่อมโยงสู่กลไกระบบการแก้ปัญหาการจัดการผลผลิตทางการเกษตรสืบไป