การศึกษาคุณสมบัติทางไฟฟ้าของเพรสบอร์ด ที่อิมเพรกเนตด้วยเอสเตอร์ธรรมชาติภายใต้การเสื่อมจากความร้อน
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
วิทยานิพนธ์ฉบับนี้นำเสนอการศึกษาคุณลักษณะทางไฟฟ้าของเพรสบอร์ดที่อิมเพรกเนตด้วย เอสเตอร์ธรรมชาติ การทดลองในวิทยานิพนธ์ฉบับนี้จะถูกแบ่งออกเป็น 2 การทดลอง การทดลองที่ 1 ทำการอบเพื่อทำให้ค่าความชื้นในเพรสบอร์ดมีความแตกต่างกันด้วยระยะเวลาต่างกันในเตาอบ สุญญากาศ จากนั้นนำไปอิมเพรกเนตด้วยเอสเตอร์ธรรมชาติ เป็นระยะเวลา 0, 8 และ 16 ชั่วโมง ใน แต่ละกรณีที่อบไล่ความชื้น นำไปทดสอบค่าแรงดันเบรกดาวนไฟฟ้ากระแสสลับตามาตรฐาน IEC 60243-1 (2013) และวัดค่าองค์ประกอบความชื้นด้วยวิธีการไทเทรต เทคนิค Coulometric Karl Fisher การทดลองที่ 2 เพรสบอร์ดถูกนำไปอบก่อนเข้าสู่กระบวนการอิมเพรกเนตเป็นระยะเวลา 48 ชั่วโมง อุณหภูมิ 100 องศาเซลเซียส ในตู้อบสุญญากาศ จากนั้นอิมเพรกเนตด้วยเอสเตอร์ธรรรมชาติ เป็นระยะเวลา 0, 8, 16 และ 24 ชั่วโมง จากนั้นเพรสบอร์ดที่อิมเพรกเนตด้วยเอสเตอร์ธรรมชาติถูก นำไปคบด้วยความร้อน 150 องศาเซลเซียสเพื่อทำให้เสื่อมสภาพ เป็นระยะเวลา 0. 30 และ 90 วัน เพื่อเปรียบเทียบแนวโน้มการเสื่อมสภาพ นำไปทดสอบทางไฟฟ้าด้วยการทดสอบค่าแรงดันเบรก ดาวน์ไฟฟ้ากระแสสลับตามมาตรฐาน IEC 60243-1 (2013), ทดสอบค่าแรงดันเบรกดาวน์ฟ้าผ่าตาม มาตรฐาน IEC 60243-3 (2013), การวัดค่ากระแสโพลาไรเชชันและตีโพลาไรเชชัน และทดสอบ ดิสชาร์จบางส่วนตามมาตรฐาน IEC 60270 (2015) ผลการทดสอบในการทดลองที่ 1 พบว่าปริมาณ องค์ประกอบความขึ้นที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้ค่าแรงดันเบรกดาวน์ไฟฟ้ากระแสสลับลดลงอย่างเห็นได้ ชัดเจน ผลการทดสอบในการทดลองที่ 2 พบว่ามีการเสื่อมสภาพเล็กน้อยเมื่อผ่านการบวนการทำให้ เสื่อมด้วยความร้อนแสดงให้เห็นด้วยค่ากระแสโพลาไรเชชันและดีโพลาไรเซชันที่สูงขึ้น ในขณะที่ผล การทดสอบอื่นไม่แสดงผลการเสื่อมสภาพ