Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2564

การออกแบบประสบการณ์เพื่อการเรียนรู้โขนด้วยพหุประสาทสัมผัส

ญาฐณา ภควัตธนโกศล สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2564

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษา และวิเคราะห์บทละครรามเกียรติ์ เพื่อค้นหาสุนทรียรสโขน ด้วยหลักของรสวรรณคดีสันสกฤต 2) เพื่อศึกษาและวิเคราะห์รูปแบบการรับรู้โขนความพึงพอใจ และความต้องการในอนาคตต่อโขนของคนรุ่นใหม่ในปัจจุบัน 3) เพื่อวิจัย สร้างองค์ความรู้ กรอบแนวคิดในการสร้างสรรค์งานศิลปกรรมร่วมสมัยบนพื้นฐานหลักการของสุนทรียศาสตร์และวิทยาศาสตร์ที่สามารถพัฒนาระดับจิตใจและสติปัญญาให้กับคนรุ่นใหม่ และ 4) เพื่อการออกแบบและผลิตงานศิลปกรรมร่วมสมัยต้นแบบที่มีความเหมาะสมกับคนรุ่นใหม่และเกิดความพึงพอใจในระหว่าง และหลังการใช้งาน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ 1) แบบสอบถามประสบการณ์การเรียนรู้โขน ความพึงพอใจ และความคาดหวัง ในอนาคต 2) แบบสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญโขนที่มีต่อการแสดงโขนและรสวรรณคดีสันสกฤต 3) แบบสอบถามเพื่อประเมินความพึงพอใจของร่างต้นแบบผลงาน และผลงานงานต้นแบบ 4) แบบประเมินคุณภาพของร่างต้นแบบผลงานและผลงานงานต้นแบบ และ 5) ชุดผลงานสร้างสรรค์ร่างต้นแบบ จำนวน 1 ชิ้นงาน คือ คุกกี้รอยัลไอซิ่ง (Royal Icing Cookies) ทศกัณฐ์ลงสวนและผลงานต้นแบบ จำนวน 3 ชิ้นงาน คือ 1) คุกกี้ขนาดเล็ก มาการอง (Macaroons) หนุมานจองถนน 2) เครื่องดื่ม ชา (Tea) เครื่องดื่มคาเฟ่ที่บ้าน (Home Cafe) และ 3) อาหารว่างเครื่องดื่มรูปแบบงานศิลปกรรมร่วมสมัย เนรมิตรสนายฏ ตอนจองถนน ผลการวิจัย พบว่า 1) บทละครเรื่องรามเกียรติ์ที่ใช้สำหรับการแสดงโขน พบรสตามวรรณคดีสันสกฤตทั้ง 9 รส สำหรับบทละครโขนที่นำมาใช้แสดงในแต่ละตอนนั้นจะมีความโดดเด่นแตกต่างกันออกไปของรสตามตามวรรณคดีสันสกฤต ซึ่งสุนทรียรสของการรับรู้บทละคร สู่การแสดงโขนในรูปแบบนาฏศิลป์ไทย คือการถ่ายทอดจินตนาการจากผู้ประพันธ์บทในรูปแบบนามธรรมผ่านทางลีลาท่ารำ เพลงดนตรี เครื่องแต่งกาย อุปกรณ์ประกอบการแสดง ตลอดจนฉาก แสงสีเสียงนั้นออกมาให้ผู้ชมได้รับรู้ผ่านผัสสะได้การมองเห็น และการได้ยินอย่างเป็นรูปธรรมที่มีความสวยงามวิจิตรบรรจง 2) รูปแบบการรู้โขนในปัจจุบันกลุ่มเป้าหมาย จะคำนึงถึงการมีส่วนร่วมมาเป็นอันดับแรก โดยกลุ่มเป้าหมายให้ความสำคัญกับรูปแบบการสื่อสารที่ส่งเสริมความเข้าใจ พร้อมกับการรับรู้สุนทรียรส ของโขนไปด้วยกัน และรูปแบบการนำเสนอจะเป็นการเปลี่ยนแปลง ที่สามารถสัมผัสและเข้าถึงได้ ในอนาคตกลุ่มเป้าหมายต้องการปรับรูปแบบการรับชมโขนโดยให้ผู้ชม มีส่วนร่วมในการทำกิจกรรม เช่น การดื่ม การกิน การฟัง การสัมผัส และการได้ยิน เป็นต้น 3) การสร้างประสบการณ์การเรียนรู้โขน ผ่านการตีความ แทนความหมายของโขนให้จับต้องได้ เป็นมิตร เชื่อมต่อกับประสบการณ์ก่อนหน้าของผู้เรียน ผ่านการใช้ผัสสะทั้ง 5 ที่หลากหลาย เชื่อมต่อกับประสบการณ์ก่อนหน้าของผู้เรียน ด้วยเทคนิคที่สร้างหรือเลียนแบบประสบการณ์จริงของโลกและใช้ประสาทสัมผัสทีหลากหลาย บนพื้นฐานหลักการออกแบบผัสสะสัมพันธ์ สุนทรียศาสตร์สัมพันธ์ และหลักจิตวิทยา สามารถใช้เป็นกรอบแนวคิดในการสร้างสรรค์งานศิลปกรรมร่วมสมัยบนพื้นฐานหลักการของสุนทรียศาสตร์และวิทยาศาสตร์ที่สามารถพัฒนาระดับจิตใจและสติปัญญาให้กับคนรุ่นใหม่ สร้างรูปแบบประสบการณ์การเรียนรู้โขนที่ผู้เรียนมีความสุขและสมองเจริญเติบโตด้วยดี โดยเฉพาะในเรื่องของกระบวนการคิดวิเคราะห์ การคิดเชิงวิพากษ์ หรือการคิดอย่างมีวิจารณญาณ (Critical Thinking) โดยยังต้องกลิ่นอาย หรือ 4) การออกแบบและผลิตงานศิลปกรรมร่วมสมัยต้นแบบ ผู้วิจัยได้เริ่มวิเคราะห์และค้นหาการถ่ายทอดบทละครโขนรูปแบบงานศิลปกรรมร่วมสมัย ด้วยหลักการทางองค์ประกอบศิลป์ และหลักทัศนศิลป์ ออกมาเป็นงานศิลปกรรมร่วมสมัยที่สามารถจับต้องได้และคงเอกลักษณ์ที่สำคัญของการแสดงโขนเอาไว้ ผ่านผัสสะทั้ง 5 ด้วยอาหารและเครื่องดื่ม ภายใต้ความคิด รักษาแก่นเดิม เพิ่มเติมความงามและคุณค่าใหม่ จากการพัฒนาผลงานเชิงรูปธรรมสู่งานเชิงนามธรรม จากการคลี่คลายและค่อยๆ ลดทอน จนไม่ปรากฏผลงานในรูปลักษณะละคร คติ ประเพณีนิยม แต่เป็นวิถีชีวิตที่กลุ่มเป้าหมายคุ้นเคยผ่านคุณสมบัติทางสารเคมี เช่น น้ำ คาร์โบไฮเดรต โปรตีน หรือสารเคมีต่าง ๆ ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ และคุณสมบัติ ทางกายภาพ เช่น สี รูปทรง รส กลิ่น พื้นผิวสัมผัสเมื่อยามบดเคี้ยว การแปรรูปอาหาร ตลอดจนการจัดตกแต่งภาชนะ สภาพแวดล้อมและการสร้างบรรยากาศให้ผสมผสานอย่างลงตัว ช่วยสร้างเสริบสนับสนุนอรรถรสการเรียนรู้ได้โขนอย่างมีประสิทธิภาพ โดยความพึงพอใจที่มีต่อผลงานศิลปกรรมสมัยใหม่ ผลงานต้นแบบ เนรมิตรสนาฏย ตอนจองถนน อยู่ในระดับมาก (ค่าเฉลี่ย =4.03) และคุณภาพผลงานศิลปกรรมสมัยใหม่ผลงานต้นแบบ เนรมิตรสนาฏย ตอนจองถนน อยู่ในระดับมากที่สุด (ค่าเฉลี่ย =4.21)

คำสำคัญ

การเรียนรู้โขนKhonMultisensoryLeaningการออกแบบประสบการณ์พหุประสาทสัมผัสDesigning experiences

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การออกแบบชุดเครื่องเรือนเรียนศิลปะสำหรับเด็กสมาธิสั้น

ยิ่งยง รุ่งฟ้า มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก พ.ศ. 2561

การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้เพื่อเสริมสร้างการคิดสร้างสรรค์อย่างมีวิจารณญาณ สำหรับนิสิตสาขาวิชาการออกแบบทัศนศิลป์

วรรณรัตน์ ตั้งเจริญ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ พ.ศ. 2559

การศึกษาแนวทางการเสริมสร้างการคิดสร้างสรรค์อย่างมีวิจารณญาณสำหรับนิสิตที่เรียนด้านการออกแบบ

วรรณรัตน์ ตั้งเจริญ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ พ.ศ. 2558

การออกแบบการจัดการเรียนการสอน โดยใช้ผลการสังเคราะห์งานวิจัย เพื่อส่งเสริมการคิดอย่างมีวิจารณญาณ และการคิดสร้างสรรค์

นิติบดี ศุขเจริญ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2558

การออกแบบเพื่อพัฒนางานประยุกต์ศิลป์จากภูมิปัญญาท้องถิ่น :ศิลปหัตถกรรมทอเสื่อจันทบูร

เบญจพร ประจง มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี พ.ศ. 2558

การจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ในรายวิชาออกแบบ

บุญชู บุญลิขิตศิริ มหาวิทยาลัยบูรพา พ.ศ. 2560

การออกแบบงานวิจัยทางนาฏยศิลป์ กรณีศึกษาการสร้างงานนาฏยศิลป์ไทยเพื่อการอนุรักษ์และสร้างสรรค์สำหรับคนรุ่นใหม่

มาลินี อาชายุทธการ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ. 2559

การศึกษาวิเคราะห์และค้นหาอัตลักษณ์งานศิลปะเครื่องประดับร่วมสมัยเชิงสร้างสรรค์ เพื่อการพัฒนาและเผยแพร่งานออกแบบที่ก่อให้เกิดเศรษฐกิจและสังคมสร้างสรรค์

ทวีศักดิ์ มูลสวัสดิ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร พ.ศ. 2559

การออกแบบและสร้างสรรค์ผลงานเครื่องปั้นดินเผาในรูปแบบเครื่องประดับ ผ่านแนวความคิด ลวดลายลูกไม้ ตำบลชมพู อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง

เจษฎา ทองสุข มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง พ.ศ. 2560

ตัวอย่างมิติทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญา เพื่อนำเข้าสู่การออกแบบสร้างสรรค์

กิตติพงษ์ เกียรติวิภาค มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ. 2563