โครงการ การสำรวจและใช้ประโยชน์สมุนไพรพื้นถิ่นลำพูนเพื่อสร้างความมั่นคงด้านสุขภาพและเศรษฐกิจที่ยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงภายใต้ชีวิตวิถีใหม่
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านสมุนไพรของชาวจังหวัดลำพูนเป็นมรดกสืบทอดกันมาหลายร้อยปี จนถึงทุกวันนี้องค์ความรู้บางส่วนยังปรากฏให้เห็นในวิถีชีวิตของชาวลำพูน อย่างไรก็ตาม มรดกตำรับยาจำนวนมากยังคงไม่ถูกนำมาใช้และกำลังจะสูญหายไปอย่างน่าเสียดาย คณะผู้วิจัยมีแนวคิดจะอนุรักษ์มรดกเหล่านี้โดยการพัฒนาต้นแบบผลิตภัณฑ์สมุนไพร เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพและเสริมสร้างรายได้ให้กับชาวลำพูนอย่างยั่งยืน กรอบแนวคิดของโครงการวิจัยเชิงปฏิบัติการนี้ คาดว่าการป้อนองค์ความรู้สมุนไพรพื้นถิ่น (ที่สกัดและปรับปรุงให้เป็นปัจจุบันพร้อมเสริมด้วยเทคโนโลยีการสกัดและแปรรูป) กลับสู่ชุมชน มีผลให้เกิดการนำสมุนไพรมาใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันมากขึ้น ซึ่งสามารถขยายผลผลักดันสู่การใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ต่อไป นอกจากประโยชน์ด้านการอนุรักษ์แล้ว ยังเป็นการเสริมสร้างคุณภาพชีวิตของชาวชุมชนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงภายใต้ชีวิตวิถีใหม่ โดยเลือกอำเภอบ้านธิเป็นพื้นที่นำร่อง ผลการสุ่มเก็บข้อมูลการใช้สมุนไพรในชุมชนต่าง ๆ ในจังหวัดลำพูน พบว่ากลุ่มตัวอย่างทั้งหมดมีการใช้สมุนไพรในชีวิตประจำวันอย่างน้อย 5 ชนิด สมุนไพรที่ใช้มากที่สุด 10 อันดับแรก (ความถี่จากมากไปน้อย) ได้แก่ ได้แก่ ฟ้าทะลายโจร ขิง ปลย. (ตำรับยาเฉพาะของชาวลำพูน) มะขามป้อม กระเทียม ขมิ้นชัน ตะไคร้ มะนาว กระชาย กัญชา และไพลตามลำดับ และเหตุที่ใช้สมุนไพรรักษามากที่สุด 10 อันดับแรก (ความถี่จากมากไปน้อย) ได้แก่ ท้องอืด ไอ หวัด เวียนศีรษะ บำรุงร่างกาย โควิด ไข้ ระคายคอ ร้อนใน และน้ำตาลในเลือดสูงตามลำดับ ไม่พบว่ามีความสัมพันธ์ระหว่างอายุ เพศ ระดับการศึกษา อาชีพ และสถานะทางเศรษฐกิจ กับความถี่การใช้และระดับความพึงพอใจในการใช้สมุนไพร ผลการสำรวจพืชสมุนไพรพื้นถิ่นในป่าชุมชนบ้านธิ พบสมุนไพรที่มีศักยภาพมากกว่า 80 ชนิด ได้นำข้อมูลจากการสำรวจและข้อมูลจากการแปลเรียบเรียงสูตรยา 26 ตำรับจากคัมภีร์ใบลานมาพัฒนาฐานข้อมูลที่เป็นปัจจุบันและเผยแพร่สู่สาธารณะ ผลการอภิปรายกลุ่มย่อยระหว่างคณะผู้วิจัย แพทย์พื้นบ้าน ปราชญ์ชุมชนและชาวชุมชน สามารถเลือกพืชสมุนไพรสำคัญของท้องถิ่นได้ 3 ชนิดได้แก่ โสมไทย รากสามสิบ และไพล ซึ่งมีสรรพคุณสอดคล้องกับความต้องการด้านสุขภาพของชาวชุมชนและมีศักยภาพในการพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์ที่มีตลาดรองรับ และได้เลือกสมุนไพรรองอีก 50 ชนิด ที่มีศักยภาพรองลงมา พบมากในพื้นที่ป่าชุมชนบ้านธิ และมีการใช้รักษาโรคตามแนวทางแพทย์ทางเลือกอยู่แล้ว ได้นำสมุนไพรหลักทั้ง 3 ชนิดมาขยายพันธุ์ เพื่อเตรียมความพร้อมด้านวัตถุดิบในอนาคต พร้อมกับนำมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ต้นแบบอาหารสมุนไพร ได้แก่ ซุปโสมไทย ข้าวผัดโสมไทย และชุดสมุนไพรพื้นเมืองสำหรับตุ๋นไก่ ต้นแบบเครื่องดื่มสมุนไพร ได้แก่ เครื่องดื่มสมุนไพร (โสมไทย รากสามสิบ เตยหอม หญ้าหวาน) สูตรธรรมดา และสูตรเข้มข้น และต้นแบบครีมนวดสมุนไพร (สูตรเฉพาะจากตำราโบราณบ้านธิ) สูตรครีม และสูตรบาล์ม ผลสำรวจหลังถ่ายทอดองค์ความรู้ที่ปรับปรุงแล้วร่วมกับเทคโนโลยีการแปรรูปและต้นแบบผลิตภัณฑ์สมุนไพร พบว่าชาวชุมชนมากกว่า 80% มีทักษะการแปรรูปเพิ่มขึ้นและสามารถผลิตต้นแบบผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่ได้รับการถ่ายทอดเองได้ ผู้เข้าอบรมทั้งหมดมีการเตรียมอาหารและเครื่องดื่มสมุนไพรตามที่ได้รับถ่ายทอดขึ้นรับประทานเองอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง และผู้เข้าอบรมทั้งหมดมีการใช้ยานวดสมุนไพรนวดแก้ปวดเมื่อยอย่างน้อย 3 ครั้งต่อสัปดาห์ มีชาวชุมชนอย่างน้อย 2 ราย แสดงเจตนารมย์นำต้นแบบผลิตภัณฑ์ที่ถ่ายทอดให้ไปดัดแปลงผลิตจำหน่ายภายในท้องถิ่น และมีแผนขยายตลาดสู่จังหวัดอื่น ๆ ต่อไป ผลการส่งเสริมกิจกรรมของโรงเรียนเทศบาลตำบลบ้านธิ ก่อให้เกิดหน่วยการสอนด้านสมุนไพรเพิ่มขึ้น มีการใช้สื่อการเรียนรู้ที่จัดทำขึ้นในการเรียนการสอน ส่งผลให้นักเรียนและผู้ปกครองมีการนำสมุนไพรมาใช้แทนยาแผนปัจจุบันมากขึ้นและมีการเพาะปลูกสมุนไพรหลักทั้งสามชนิดตามบ้านเรือนมากขึ้น จากผลการวิจัยที่กล่าวมา สามารถสรุปได้ว่า การดำเนินการของโครงการก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของชุมชนที่ส่งผลให้มีการนำสมุนไพรในท้องถิ่นมาใช้ประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม และเกิดการอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงอย่างยั่งยืน บรรลุวัตถุประสงค์ของโครงการอย่างสมบูรณ์ สามารถต่อยอดไปสู่ธุรกิจด้านสมุนไพรอย่างเต็มรูปแบบในอนาคตอันใกล้นี้