การพัฒนาสายพันธุ์เบญจมาศที่ไม่ตอบสนองต่อความยาวช่วงแสงเพื่อการผลิตตลอดปี
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การศึกษาการพัฒนาสายพันธุ์เบญจมาศที่ไม่ตอบสนองต่อความยาวช่วงแสงเพื่อการผลิตตลอดปีมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาสายพันธุ์เบญจมาศให้สามารถออกดอกได้ในสภาพวันยาวของประเทศไทยเพื่อให้สามารถออกดอกได้ตลอดปีโดยในปีแรกได้ทำการเก็บรวบรวมพันธุ์เบญจมาศได้จำนวน 33 สายพันธุ์ ทำการศึกษาลักษณะประจำพันธุ์ และความสามารถในการออกดอกที่มีช่วงแสงต่อวันต่างๆคือ มีความยาวช่วงแสง 11 ชั่วโมงต่อวัน(สภาพวันสั้นในประเทศไทย), 13 ชั่วโมงต่อวัน(สภาพวันยาวในประเทศไทย), 24 ชั่วโมงต่อวัน และแสงธรรมชาติในช่วงที่ทำการศึกษาคือตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ถึงเดือน กุมภาพันธ์ จากการศึกษาพบว่า ที่ความยาวช่วงแสง 11 ชั่วโมงต่อวันทุกสายพันธุ์ที่นำมาทำการศึกษาสามารถออกดดอกได้ ส่วนที่ความยาวช่วงแสง 13 ชั่วโมงต่อวันพบว่า สายพันธุ์ 2,10,17,23,26,2 และ 30 สามารถเกิดตาดอกแต่ไม่สามารถพัฒนาเป็นดอกได้ เมื่อได้รับความยาวช่วงแสง 13 ชั่วโมงต่อวัน ส่วนสายพันธุ์ 1,7,9,11,15,16,20,32 และ 33สามารถเกิดตาดอกและพัฒนาเป็นดอกได้อย่างปกติทุกต้น ส่วนสายพันธุ์อื่นๆไม่สามารถเกิดตาดอกได้ สำหรับเบญจมาศที่ได้รับแสง 24 ชั่วโมง พบว่าสายพันธุ์ส่วนใหญ่ไม่สามารถเกิดตาดอกได้ในสภาพแสง 24 ชั่วโมงต่อวัน มีเพียงสายพันธุ์ 16 และ 33 ที่สามารถเกิดตาดอกและดอกสามารถบานได้ ส่วนสายพันธุ์ 9และ 31เกิดตาดอกได้แต่ตาดอกไม่สามารถพัฒนาเป็นดอกได้เมื่อได้รับช่วงแสงยาว 24 ชั่วโมงต่อวัน เมื่อศึกษาถึงความมีชีวิตของละอองเกสรพบว่าละอองเกสรมีเปอร์เซ็นต์การติดสีที่สูงเมื่อย้อมด้วยสาร acetocarmine แต่การงอกของหลอดละอองเรณูพบว่ามีเปอร์เซ็นต์การงอกที่ต่ำในทุกสายพันธุ์และเมื่อศึกษาการงอกของหลอดละอองเกสรบนยอดเกสรเพศเมียพบว่ามีการงอกที่ต่ำเช่นกัน และเมื่อนำสายพันธุ์ที่สามารถออกดอกได้ในสภาพวันยาวมาผสมกับสายพันธุ์ที่มีลักษณะสวยงามพบว่าสามารถทำการผสมได้ 52 คู่ผสมและทุกคู่ผสมมีเปอร์เซ็นต์การผสมติดต่ำเช่นกัน เมล็ดที่ผสมติดอายุ12 วันจะทำการดึงเอ็มบริโอมาทำการเพาะเลี้ยงบนอาหารสูตรMS ที่เพิ่ม 1 มิลลิกรัมต่อลิตร BA 1 มิลลิกรัมต่อลิตร GA และ 0.1 มิลลิกรัมต่อลิตร NAA น้ำตาล 20 กรัมต่อลิตร ซึ่งพบว่าเอ็มบริโอลูกผสมที่นำมาเพาะเลี้ยงสามารถพัฒนาเป็นต้นได้ 100 ปอร์เซ็นต์ ซึ่งลูกผสมที่ได้จะนำไปศึกษาความสามารถในการออกดอกในการวิจัยปีถัดไปเพื่อคัดเลือกลูกผสมที่มีลักษณะทางพืชสวนที่ดีและสามารถออกดอกได้ในสภาพวันยาว(ความยาวช่วงแสง 13 ชั่วโมงต่อวัน) ต่อไป ในการศึกษาการหาแถบดีเอ็นเอที่สัมพันธ์กับลักษณะความสามารถในการออกดอกได้ในสภาพวันยาว โดยการเพิ่มปริมาณดีเอ็นเอของเบญจมาศสายพันธุ์ที่ออกดอกเฉพาะวันสั้น(ช่วงแสง11 ชั่วโมงต่อวัน), สายพันธุ์ที่ออกดอกได้ในสภาพวันยาว (ช่วงแสง13 ชั่วโมงต่อวัน) และสายพันธุ์ที่ออกดอกได้ในช่วงแสง24 ชั่วโมงต่อวันโดยใช้ไพรเมอร์ RAPD จำนวน 100 ไพรเมอร์และSSR ไพรเมอร์ จำนวน 20 ไพรเมอร์ พบแถบดีเอ็นเอที่อาจสัมพันธ์กับลักษณะความสามารถในการออกดอกในสภาพวันยาว จำนวน 2 ไพรเมอร์คือ RAPD ไพรเมอร์1 ไพรเมอร์ คือ OPA 10 ซึ่งปรากฏแถบจำเพาะในสายพันธุ์ที่ออกดอกในช่วงแสง24 ชั่วโมงต่อวันเท่านั้นแต่ไม่ปรากฏแถบดีเอ็นเอนี้ในสายพันธุ์ที่ออกดอกได้ในสภาพวันยาว (ช่วงแสง13 ชั่วโมงต่อวันและสายพันธุ์ที่ออกดอกเฉพาะวันสั้น(ช่วงแสง11 ชั่วโมงต่อวัน) และ SSR ไพรเมอร์คือ S53-OG ซี่งปรากฏแถบจำเพาะ ในสายพันธุ์ที่ออกดอกในช่วงแสง24 ชั่วโมงต่อวันและ สายพันธุ์ที่ออกดอกได้ในสภาพวันยาว (ช่วงแสง13 ชั่วโมงต่อวัน) แต่ไม่ปรากฏแถบดีเอ็นเอนี้ในสายพันธุ์ที่ออกดอกเฉพาะวันสั้น(ช่วงแสง11 ชั่วโมงต่อวัน)