การผลิตแม่พันธุ์ superfemale (WW) ในปลาหมอ
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การทดลองในครั้งนี้สามารถเหนี่ยวนำให้เกิด diploid meiotic gynogenesis ในปลาหมอได้โดยใช้แรงดันน้ำโดยมีผลสำเร็จเท่ากับ 26.48 + 4.03 เปอร์เซ็นต์ โดยเป็นการนำน้ำเชื้อปลาตะเพียนขาวนำมาผ่านขบวนการทำลายสารพันธุกรรมด้วยรังสีอัลตราไวโอเลตเป็นระยะเวลานาน 3 นาที โดยใช้หลอดรังสีอัลตราไวโอเลตขนาด 30 วัตต์ ที่ระยะทางระหว่างผิวนอกของหลอดรังสีและผิวหน้าน้ำเชื้อเท่ากับ 39.5 เซนติเมตร โดยมีความหนาของสารละลายน้ำเชื้อที่ 2 มิลลิเมตร จากนั้นนำไปผ่านขบวนการเพิ่มจำนวนโครโมโซมโดยใช้แรงดันน้ำที่ 5000 psi นาน 2 นาที ที่ระยะเวลาหลังการผสมนาน 2 นาที ลูกปลาหมอที่ได้จากขบวนการดังกล่าวมีอัตราส่วนเพศผู้ต่อเพศเมียเท่ากับ 1.095 : 1 และเมื่อนำปลาเพศเมียไปเลี้ยงจนกระทั่งโตเต็มวัยแล้วไปผสมพันธุ์กับปลาหมอเพศผู้ปกติจำนวน 2 คู่ผสม พบว่าได้รุ่นลูกที่มีอัตราส่วนเพศผู้สูงถึง 91.11 และ 92.31 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ ซึ่งไม่สอดคล้องกับระบบการควบคุมเพศของปลาหมอที่มีระบบการควบคุมเพศแบบ ZW ซึ่งปลาเพศเมียที่ได้จากขบวนการไจโนเจเนซีสจะต้องมีโครโมโซมเพศแบบ ZZ (superfemale) โดยเมื่อนำไปผสมพันธุ์กับปลาเพศผู้ปกติจะต้องได้รุ่นลูกเป็นเพศเมียทั้งหมด อันเป็นผลเนื่องมาจากผลของ recombination จะส่งผลต่อตำแหน่งของยีนควบคุมเพศ ซึ่งจะทำให้ได้เซลล์สืบพันธุ์ที่เป็นเซลล์ไข่ และโพลาบอดี้ลาดับที่ 1 ที่แยกออกจากกันอยู่ในลักษณะที่เป็น heterozygous ดังนั้นเมื่อนำไปผ่านขบวนการเหนี่ยวนำให้เกิดการดึงกลับโพลาบอดี้จะทำให้ได้รุ่นลูกที่มีอัตราส่วนเพศที่แตกต่างไปจากทฤษฎี