การศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการเลี้ยงกระบืออย่างยั่งยืนและการให้ลูกถี่ของแม่กระบือในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการเลี้ยงกระบืออย่างยั่งยืน และปัจจัย ที่เกี่ยวข้องกับการให้ลูกถี่ของแม่กระบือในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง โดยศึกษา จากเกษตรกรผู้เลี้ยงกระบืออย่างต่อเนื่องไม่ต่ำกว่า 10 ปี และแม่กระบือที่มีประวัติการให้ลูกถี่ (ไม่ต่ำกว่า 3 ปี 2 ตัว) ในหมู่บ้านที่มีการจัดตั้งกลุ่มอนุรักษ์กระบือ และกลุ่มผู้เลี้ยงกระบือ ธคก. จำนวน 2 – 4 หมู่บ้าน ๆ ละ 5 – 10 ราย รวมทั้งสิ้น 248 ราย โดยมีผลการศึกษาพอสรุปได้ดังนี้ ด้านปัจจัยที่มีผลต่อการเลี้ยงกระบืออย่างยั่งยืน ได้แก่ เป็นเกษตรกร(ร้อยละ 94.76) มีสมาชิกในครอบครัวอยู่ในภาคเกษตร เฉลี่ย 2.54 คน และทำนาเป็นอาชีพหลัก(ร้อยละ 97.98) ผู้เลี้ยงกระบือต้องพึ่งพาแรงงานในครอบครัว แหล่งอาหารหยาบจากไร่นา(ฟาง) และหญ้า ในธรรมชาติเป็นหลัก และพึ่งพาบริการจากภาครัฐในแง่ของการเพิ่มพูนความรู้ ทักษะ สุขภาพสัตว์ ตลอดจนการพึ่งพาระหว่างเกษตรกรด้วยกันเองในรูปของกลุ่มและกองทุน นอกจากนี้แล้ว การเลี้ยงกระบือทำให้มีรายได้เสริมแก่ครอบครัวทั้งในแง่ของการจำหน่ายผลผลิตลูกกระบือและมูล ตลอดจนการลดการซื้อปุ๋ยเคมีใส่ไร่นาตนเอง และในวิถีชีวิตเกษตรหากมีประเพณีที่เกี่ยวข้องกับกระบือก็จะช่วยให้เกษตรกรเห็นความสำคัญของกระบือมากยิ่งขึ้นทำให้เกิดความยั่งยืน ด้านปัจจัยที่มีผลต่อการให้ลูกถี่ ได้แก่ ความสมบูรณ์พันธุ์ ความแข็งแรงของแม่กระบือ มีลักษณะภายนอกตรงตามพันธุ์ มีอาหารเพียงพอ เกษตรกรต้องดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างดี และ มีกระบือเพศผู้ภายในฝูงจำนวนพอเพียงและพร้อมสำหรับการบริการผสมพันธุ์ จะทำให้แม่พันธุ์ได้รับการผสมพันธุ์ได้ทั่วถึง ทำให้แม่กระบือให้ลูกได้ถี่และดกขึ้น