การได้รับพิวรารินจากกวาวเครือขาวเสริมในระยะยาวกับสรีรวิทยาการทำงานของสมองและต่อมพิทูอิทารีในหนูแรทวัยเจริญพันธุ์ที่ตัดรังไข่ซึ่งเป็นโมเดลของผู้หญิงวัยหลังหมดประจำเดือน
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
กวาวเครือขาว (Pueraria mirifica) เป็นพืชสมุนไพรท้องถิ่นชนิดหนึ่งของประเทศไทยที่มีสารไฟโตเอสโตรเจนอยู่สูง ปัจจุบันพบว่ารากสะสมอาหารหรือหัวของกวาวเครือขาวประกอบด้วยไฟโตเอสโตรเจนในปริมาณสูงอย่างน้อย 19 ชนิด โดยสารไอโซฟลาโวนอยด์ชนิดหลักที่พบปริมาณมากที่สุดในกวาวเครือขาว ได้แก่ พิวราริน ซึ่งรายงานการวิจัยก่อนหน้านี้พบว่าพิวรารินสามารถจับกับตัวรับฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen receptor; ER) ได้ทั้งชนิดอัลฟา (ER?) และบีตา (ERP? ) และออกฤทธิ์คล้ายเอสโตรเจนอย่างอ่อนโดยมีผลเพิ่มการเจริญแบ่งเซลล์ของเซลล์สายพันธุ์มะเร็งต่อมน้ำนมของมนุษย์และเพิ่มน้ำหนักสดของมดลูกแต่อย่างไรก็ตามในปัจจุบันยังไม่ทราบข้อมูลเกี่ยวกับกลไกการออกฤทธิ์ทางชีวภาพของพิวรารินที่แน่ชัดในต่อมพิทูอิทารีของเพศหญิง โครงการวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อทดสอบพิษวิทยาและประเมินกลไกการออกฤทธิ์ทางชีวภาพในระยะยาวของพิวรารินต่อการทำงานของต่อมพิทูอิทารีในระดับการแสดงออกยีนที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมการทำงานของต่อมพิทูอิทารีและตอบสนองต่อการทำงานของฮอร์โมนเอสโตรเจนในหนูแรทวัยเจริญพันธุ์เพศเมียที่ตัดรังไข่ และใช้ 17-บีตา เอสตราดิออล เบนโซเอทเป็นสารอ้างอิงที่ให้ผลบวกเป็นเอสโตรเจน โดยนำหนูแรทวัยเจริญพันธุ์เพศเมียที่ตัดรังไข่ อายุ 3 เดือน มาแบ่ง 5 กลุ่มๆ ละ 12 ตัว โดยผสมพิวรารินและเอสตราดิออลที่ระดับความเข้มข้นต่างๆ กัน 2 ระดับ คือ ความเข้มข้นต่ำและความเข้มข้นสูงลงไปในอาหารเลี้ยงหนูที่ปราศจากโปรตีนจากถั่วเหลือง ได้แก่ 600 และ 3000 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม สำหรับหนูกลุ่มที่ได้รับพิวรารินที่ระดับความเข้มข้นต่ำและระดับความเข้มข้นสูง ตามลำดับ และ 4.3 และ 17.3 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม สำหรับหนูกลุ่มที่ได้รับเอสตราดิออลที่ระดับความเข้มข้นต่ำและระดับความเข้มข้นสูงตามลำดับ นำอาหารผสมสารทดสอบไปเลี้ยงหนูเป็นเวลา 3 เดือน เมื่อสิ้นสุดระยะเวลาทดสอบ การุณยฆาตหนูทดลอง ชั่งน้ำหนักสดมดลูก และเก็บตัวอย่างต่อมพิทูอิทารีเพื่อวัดระดับการแสดงออกของยืนในระดับ mRNA transcript โดยใช้เทคนิค TaqMan? real-time reverse transcription-polymerase chain reaction ผลการวิจัยพบว่าพิวรารินออกฤทธิ์คล้ายเอสโตรเจนอย่างอ่อนต่อการทำงานของต่อมพิทูอิทาร์โดยออกฤทธิ์ผ่าน ER? และ TERP- 1/-2 ส่งผลทำให้มีระดับการแสดงออกของยืน ER? และยีน TERP-1/-2 ลดลงและเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทงสถิติ ตามลำดับ และมีแนวโน้มลดระดับการแสดงออกของยืน LH? และยีน gonadotropin ?-subunit แต่ไม่พบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติเหมือนกับผลของเอสตราดิออลอีกทั้งพิวรารินที่ระดับความเข้มข้นสูงยังสามารถออกฤทธิ์คล้ายเอสโตรเจนอย่างอ่อนต่อมดลูก ส่งผลทำให้น้ำหนักสุทธิและน้ำหนักสัมพัทธ์ของมดลูกเพิ่มขึ้น และมีผลทำให้น้ำหนักตัวและอัตรากินอาหารลดต่ำลงเหมือนกับผลของเอสตราดิออล โดยไม่มีผลทำให้เกิดการตายของหนูทดลองแต่อย่างใด ดังนั้นจึงสรุปว่างานวิจัยนี้เป็นครั้งแรกที่รายงานผลของการได้รับพิวรารินในระดับความเข้มข้นที่ทดสอบต่อการทำงานของต่อมพิทูอิทารีในหนูแรทวัยเจริญพันธุ์ที่ตัดรังไข่ โดยพบว่ากลไกการออกฤทธิ์ของพิวรารินต่อการทำงานของต่อมพิทูอิทารีในหนูแรทวัยเจริญพันธุ์ที่ตัดรังไข่ โดยพบว่ากลไกการออกฤทธิ์ของพิวรารินต่อการทำงานของต่อมพิทูอิทารีคล้ายเอสโตรเจนอย่างอ่อน แต่พิวรารินอาจไม่สามารถบำบัดอาการหมดประจำเดือนโดยเฉพาะอาการร้อนวูบวาบได้เนื่องจากไม่มีผลลดระดับการแสดงออกของยีน gonadotropin และการที่จะนำเอาพิวรารินไปใช้ในการแพทย์ทางเลือกโดยนำมาใช้ทดแทนเอสโตรเจนสังเคราะห์ในการรักษาแบบให้เอสโตรเจนสังเคราะห์ทดแทนให้กับผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนที่ยังมีมดลูกปกตินั้นจักต้องมีความระมัดระวังอย่างสูง ทั้งนี้เนื่องจากการได้รับพิวรารินที่ระดับความเข้มข้นสูงติดต่อกันเป็นระยะเวลานานส่งผลกระตุ้นการเจริญเติบโตของมดลูก ซึ่งอาจจะส่งผลต่อการพัฒนาของเนื้อเยื่อไปเป็นเนื้องอกหรือมะเร็งมดลูก