การพัฒนาหนังสือส่งเสริมการอ่าน(หนังสือเล่มเล็ก)กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย เรื่อง ประเพณีท้องถิ่น สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านกุดแก สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเลย เขต 2
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้ มีความมุ่งหมายเพื่อสร้างและพัฒนาหนังสือส่งเสริมการอ่าน (เล่มเล็ก) ศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ศึกษาดัชนีประสิทธิผล และศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่เรียนด้วยหนังสือส่งเสริมการอ่าน กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ นักเรียนโรงเรียนบ้านกุดแก ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 อำเภอวังสะพุง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเลย เขต 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2554 จำนวน 12 คน ซึ่งได้มาโดยวิธีการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ 1) หนังสือส่งเสริมการอ่าน (เล่มเล็ก) กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ชุดประเพณี 12 เดือนของชาวอีสาน จำนวน 12 เล่มประกอบด้วย เล่ม 1 เดือนอ้าย ประเพณีบุญเข้ากรรม เล่ม 2 เดือนยี่ ประเพณีบุญคูณลาน เล่ม 3 เดือนสาม ประเพณีบุญข้าวจี่ เล่ม 4 เดือนสี่ ประเพณีบุญผะเหวด เล่ม 5 เดือนห้า ประเพณีบุญสงกรานต์ เล่ม 6 เดือนหก ประเพณีบุญบั้งไฟ เล่ม 7 เดือนเจ็ด ประเพณีบุญซำฮะ เล่ม 8 เดือนแปด ประเพณีบุญเข้าพรรษา เล่ม 9 เดือนเก้า ประเพณีบุญข้าวประดับดิน เล่ม 10 เดือนสิบ ประเพณีบุญข้าวสาก เล่ม11 เดือนสิบเอ็ด ประเพณีบุญออกพรรษา เล่ม 12 เดือนสิบสอง ประเพณีบุญกฐิน 2) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเป็นแบบปรนัยเลือกตอบ ชนิด 4 ตัวเลือก จำนวน 1 ฉบับ 3) แบบประเมินคุณภาพหนังสือส่งเสริมการอ่านสำหรับผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 1 ฉบับ และ 4) แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อหนังสือส่งเสริมการอ่าน ดังกล่าว จำนวน 1 ฉบับ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ร้อยละ ค่าคะแนนเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และ การทดสอบทีผลการวิจัยพบว่า 1. หนังสือส่งเสริมการอ่าน (หนังสือเล่มเล็ก) ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นมีประสิทธิภาพของกระบวนการเท่ากับ 89.24 และประสิทธิภาพของผลลัพธ์ เท่ากับ 84.65 แสดงว่า หนังสือส่งเสริมการอ่านที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นมีประสิทธิภาพสูงกว่าเกณฑ์ 80/80 ที่ตั้งไว้ 2. คะแนนความก้าวทางการเรียนที่เรียนด้วยหนังสือส่งเสริมการอ่านก่อนเรียนและหลังเรียน แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 3. ค่าดัชนีประสิทธิผลของการเรียนรู้ มีค่าเท่ากับ 0.67 แสดงว่าหนังสือส่งเสริมการอ่านที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นทำให้ผู้เรียนเกิดทักษะกระบวนการเรียนรู้เพิ่มขึ้นร้อยละ 67 4. ความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านกุดแก ที่มีต่อการเรียนโดยใช้หนังสือส่งเสริมการอ่าน(หนังสือเล่มเล็ก) กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ทั้ง 12 เล่ม พบว่า มีคะแนนระดับ ความคิดเห็นเฉลี่ย 4.36 อยู่ในระดับ มาก และมีค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เท่ากับ 0.29 ซึ่งแสดงว่านักเรียนมีความคิดเห็นสอดคล้องกันค่อนข้างสูง ผลจากการวิจัยครั้งนี้ทำให้ได้สร้างและพัฒนาหนังสือส่งเสริมการอ่าน กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ซึ่งทำให้นักเรียนเกิดทักษะการอ่าน มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ สอดคล้องกับความต้องการ ความสนใจของผู้เรียนตามสภาพชุมชนในท้องถิ่น นวัตกรรมดังกล่าวสามารถนำมาใช้เป็นสื่อการเรียนการสอน ส่งเสริมทักษะการอ่าน มีเจตคติที่ดีต่อการอ่าน สามารถนำทักษะการอ่านไปใช้เป็นเครื่องมือในการเรียนรู้ในกลุ่มสาระการเรียนรู้ต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ