การใช้ประโยชน์จากพืชสมุนไพรจากป่าสาธารณะประโยชน์นาสีนวน ตำบลนาสีนวน อ. กันทรวิชัย จ. มหาสารคาม เพื่อการพัฒนาสู่การประยุกต์ใช้ในเชิงพานิชย์ (โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (อพ.สธ.)
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
โครงการย่อยที่ 1 โรคมะเร็งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตเป็นอันดับต้น ๆ ของประชากรในประเทศไทย โดยการเสียชีวิต อันดับ 1 ในประชากรเพศชายและหญิง คือมะเร็งปอด มะเร็งตับ และมะเร็งเต้านม ตามลำดับ ในขณะที่การรักษาเคมีบำบัด อาจมีผลเสียต่อสุขภาพของผู้ป่วย ดังนั้น จึงมีการแสวงหาสมุนไพรต้านมะเร็งที่จะใช้เป็นยาทางเลือกให้กับผู้ป่วยด้วย การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาฤทธิ์การต้านมะเร็งปอด A549 ของสารสกัดพืชสมุนไพรในป่าหนองขวง ตำบลนาสีนวน อำเภอกันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม ผู้วิจัยได้เลือกพืชมาศึกษาทั้งหมด 12 ชนิด แต่ละชนิดได้เลือกส่วนต่าง ๆ ของพืชมาสกัด ขึ้นอยู่กับฤดูกาลที่เก็บเกี่ยวพืช (ฤดูฝน เดือนกรกฎาคม - สิงหาคม 2654) รวมเป็น 19 ตัวอย่าง ใช้เอทานอลสกัดด้วยวิธี Maceration ผลจากการทดสอบความเป็นพิษต่อเซลล์มะเร็งปอด A549 ด้วยวิธี MTT พบว่า สารสกัดกิ่งข่อย มีค่าการยับยั้งสูงสุด (Maximum efficacy; Emax) ต่อเซลล์มะเร็งปอดA549 ในเวลา 24 ชั่วโมง ซึ่งมีค่าเท่ากับ 81.82?1.44 % และค่า IC50 ของสารสกัดกิ่งข่อย มีค่าน้อยที่สุดซึ่งเท่ากับ 57.46?0.41 ไมโครกรัม/มิลลิลิตร แสดงว่ามีความแรงของสารสกัดสูงสุดที่ยับยั้งเซลล์มะเร็งปอดได้ รองลงมาคือ สารสกัดจากมะค่าแต้ (Emax = 69.20?0.85 % ; IC50 = 198.17?4.33 ไมโครกรัม/มิลลิลิตร ) และ ก้านอีรอก (Emax = 63.64?0.94 % ; IC50 = 256.30?6.97 ไมโครกรัม/มิลลิลิตร) เซลล์มะเร็งปอด A549 ที่ได้รับสารสกัดกิ่งข่อยในความเข้มข้นที่มากขึ้น มีการเปลี่ยนแปลงลักษณะทางสัณฐานวิทยา โดยสังเกตเห็น apoptotic bodies ที่มีลักษณะกลม เล็ก จาก กระบวนการ apoptosis มากขึ้น เมื่อเทียบกับชุดควบคุมที่ปอดที่ไม่ได้รับสารสกัดจากผลการทดลองแสดงให้เห็นว่าสารสกัดกิ่งข่อยมีฤทธิ์ต้านมะเร็งปอด A549 ที่น่าจะมีศักยภาพพัฒนาต่อไปให้เป็นยาสมุนไพรภูมิปัญญาแพทย์ทางเลือกได้ โครงการย่อยที่ 2 งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาองค์ประกอบทางเคมีและกิจกรรมการต้านอนุมูลอิสระของน้ำมันหอมระเหยของพืชสมุนไพรในป่าหนองขวง ต.นาสีนวน อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม โดยเก็บอย่างพืชในป่า 5 ชนิด ได้แก่ สาบเสือ สาบม่วง แดง ขี้เหล็กบ้าน และมะพอก ทำการกลั่นน้ำมันหอมระเหยโดยวิธีการกลั่นด้วยน้ำและไอน้ำ (water and steam distillation) และทดสอบฤทธิ์การต้านอนุมูลอิสระของน้ำมันหอมระเหยจากพืชดังกล่าวด้วยวิธี DPPH พบว่าสาบเสือให้ค่ากิจกรรมการต้านอนุมูลอิสระสูงสุด เท่ากับ 57.04?1.18% FRAP พบว่าขี้เหล็กบ้านสามารถต้านอนุมูลอิสระได้สูงกว่าพืชอื่นให้ค่าเท่ากับ 46.82?0.36 % อย่างมีนัยสำคัญ ผลการวิเคราะห์องค์ประกอบของน้ำมันหอมระเหยพบว่า สารระเหยที่พบน้ำมันหอมระเหยของต้นแดงคือ 6-Fluoro-2-trifluoromethylbenzoic acid, 3-fluorophenyl ester, 3,4-Hexanediol, 2,5-dimethyl และ Undecanoic acid, 10-bromo ส่วนน้ำมันหอมระเหยจากใบของต้นมะพอกพบสาร Pentanoic acid,-hydroxy-,2,4 di-t-butylphenylesters, 1,4-Benzenediol,2,5-bis(1,1dimethylethyl, 1H-Indene, 2,3-dihydro-1,1,3-trimethyl-3-phenyl, Butyric acid, 2-phenyl-, undec-2-en-1-yl ester, 1-Heptanol, 2,4-dimethyl, n-Hexadecanoic acid, Octadecanoic acid สารระเหยที่พบในต้นขี้เหล็ก ได้แก่ 4-Fluoro-2-trifluoromethylbenzoic acid, 2,3,4,6-tetrachlorophenyl ester, 10-Hydroxytricyclo[4.2.1.1(2,5)]dec-3-en-9-one, 1H-Indene, 2,3-dihydro-1,1,3-trimethyl-3-phenyl,2-Naphthalenemethanol, 2,3,4,4a,5,6,7,8-octahydro-.alpha.,.alpha.,4a,8-tetramethyl-, [2R-(2.alpha.,4a.beta.,8.beta.)] สารระเหยที่พบในสาบม่วงได้แก่ 6-Fluoro-2-trifluoromethylbenzoic acid, 3-fluorophenyl ester, Bicyclo[3.3.1]non-2-en-9-ol, syn, 1-Methyl-4-phenyl-1,4-dihydro-tetrazol-5-one และสารระเหยได้จากส่วนน้ำมันหอมระเหยจากใบสาบเสือ ได้แก่ 1-(2-Ethyl-3-cyclohexenyl)ethanol, Succinic acid, di(2-methylphenyl) ester, 10-Hydroxytricyclo[4.2.1.1(2,5)]dec-3-en-9-one, Cyclohexanol, 1-methyl-4-1-methylethenyl), 7-Octadecyne, 2-methyl, Cryptomeridiol, n-Decanoic acid และ3,4-Hexanediol,2,5-dimethyl