แผนงานวิจัยเชิงบูรณาการโรคมะเร็ง
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
แผนงานเชิงบูรณาการโรคมะเร็งนี้มุ่งเน้นการศึกษาโรคมะเร็งที่มีอุบัติการณ์สูงในประเทศไทย ได้แก่ มะเร็งตับและท่อน้ำดี มะเร็งปอด มะเร็งลำไส้ และมะเร็งเต้านม แผนงานเชิงบูรณาการโรคมะเร็งประกอบไปด้วยโครงการวิจัยจำนวน 9 โครงการ ซึ่งแบ่งออกได้เป็น 4 หัวข้อได้แก่ (A) สาเหตุและปัจจัยเสี่ยง (B) การศึกษากลไกการเกิดโรคมะเร็งและพยาธิวิทยา (C) การค้นหาแนวทางการรักษาและการวินิจฉัยอย่างพุ่งเป้า (D) การพัฒนายารักษาโรคมะเร็งและการวิจัยทางคลินิก แต่เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2563 และเพิ่มขึ้นมากในปี พ.ศ. 2564 ทำให้ไม่สามารถดำเนินการโครงการวิจัยได้ครบตามเป้าหมายที่วางแผนไว้ (A) สาเหตุและปัจจัยเสี่ยง สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ได้ทำการจัดตั้งคลังชีววัตถุ เพื่อเก็บตัวอย่าง เลือด (ที่ทำการแยกเป็น ซีรัม, พลาสมา, clotted blood และเม็ดเลือดแดง), น้ำบ้วนปาก, อุจจาระ, ปัสสาวะ รวมถึงชิ้นเนื้อของอาสาสมัครที่ได้รับการผ่าตัด ของอาสาสมัครจำนวน 6,000 ราย โดยแบ่งเป็น ผู้ป่วยมะเร็งตับ จำนวน 1,000 ราย, ผู้ป่วยมะเร็งท่อน้ำดีจำนวน 2,000 ราย, ผู้ป่วยโรคตับเรื้อรัง จำนวน 2,000 ราย และกลุ่มประชากรปกติซึ่งทำหน้าที่เป็นกลุ่มมาตรฐานในการศึกษาเปรียบเทียบจำนวน 1,000 ราย ตั้งแต่เริ่มโครงการจนถึงสิ้นปีงบประมาณ 2564 นี้ คลังชีววัตถุของสถาบันฯ มีตัวอย่างจากอาสาสมัครทั้งสิ้น 4,836 ราย คิดเป็น 80% ของเป้าที่ตั้งไว้ มะเร็งท่อน้ำดีเป็นมะเร็งที่มีอุบัติการณ์สูงในประเทศไทย พบมากในภาคเหนือและภาคตะวันออก เฉียงเหนือ คณะผู้วิจัยของสถาบันฯ ได้ลงพื้นที่สำรวจการปนเปื้อนสารก่อมะเร็งในอาหารที่เป็นผลผลิตทางการเกษตรในพื้นที่ เช่น ข้าว พริก และกระเทียม พบว่ามีการปนเปื้อนของสารหนูในตัวอย่างข้าว รวมทั้งมีการปนเปื้อนของสารหนูและสารไดคลอโรมีเทนในอาหารที่มีการบริโภคทั่วไปในพื้นที่ๆ มีอุบัติการณ์ของมะเร็งท่อน้ำดีสูง นอกจากนี้ยังพบอีกว่า แหล่งน้ำ ดิน และดินตะกอนในพื้นที่ดังกล่าวมีสารไดคลอโรมีเทนปนเปื้อนสูงกว่าพื้นที่ๆ ไม่มีอุบัติการณ์ของมะเร็งท่อน้ำดี (B) การศึกษากลไกการเกิดโรคมะเร็งและพยาธิวิทยา คณะผู้วิจัยของสถาบันฯ ได้จัดทำ computational pipeline สำหรับการวิเคราะห์ข้อมูล next-generation sequencing จากข้อมูล metagenomics (microbiome) แบบ reference-based และ computational pipeline สำหรับการวิเคราะห์ข้อมูล whole human genome sequencing เพื่อการศึกษาวิวัฒนาการของกลุ่มเซลล์มะเร็งในโรคมะเร็งท่อน้ำดีเสร็จสิ้นแล้ว และได้ดำเนินการสกัด DNA จากตัวอย่างของอาสาสมัครจำนวนหนึ่ง สำหรับการทำ whole human genome sequencing และวิเคราะห์ต่อไป (C) การค้นหาแนวทางการรักษาและการวินิจฉัยอย่างพุ่งเป้า คณะผู้วิจัยของสถาบันฯ ได้ทำการพัฒนาเทคนิคการตรวจวัดระดับสารเมตาบอไลท์ในปัสสาวะพร้อมกัน 2 ชนิด เพื่อใช้ตรวจวิเคราะห์ตัวบ่งชี้มะเร็งตับและท่อน้ำดีในระยะเริ่มแรก นอกจากนี้ยังได้พบว่าในชิ้นเนื้อและในซีรั่มของผู้ป่วยมะเร็งตับมีเมตาบอไลท์ที่สามารถใช้จำแนกมะเร็งตับเป็นกลุ่มย่อยได้ คณะผู้วิจัยของสถาบันฯ ได้ค้นพบตัวบ่งชี้การตอบสนองต่อยาเคมีบำบัดสูตรผสมระหว่าง carboplatin และ Platinum/paclitaxel ที่นิยมใช้รักษาผู้ป่วยมะเร็งปอด พบว่า โปรตีน IGHG3 มีระดับที่สูงขึ้นและโปรตีน A1G1 มีระดับที่ลดลง ในน้ำเหลืองของผู้ป่วยที่ตอบสนองต่อยาเคมีบำบัด ซึ่งสัมพันธ์กับการแสดงออกของยีนส์ในเซลล์มะเร็งปอดเพาะเลี้ยงที่ดื้อต่อยาสูตรดังกล่าวข้างต้น นอกจากนี้ยังได้พบว่าเซลล์มะเร็งปอดเพาะเลี้ยงที่ได้สัมผัสกับสารนิโคตินเป็นระยะเวลานาน ๆ จะส่งผลให้เซลล์มะเร็งมีความสามารถในการรุกราน (invasion) เพิ่มขึ้น คณะผู้วิจัยของสถาบันฯ ได้ค้นหาไกลโคโปรตีนที่มีการแสดงออกที่เปลี่ยนแปลงไปจากตัวอย่างพสาม่า/ซีรัมของผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ พบว่ามีระดับการเปลี่ยนแปลงของไกลโคโปรตีนหลายชนิดเช่น O-GlcNAc-IGA1, complement C9 (C9), fibronectin (FN1), leucine-rich alpha-2 glycoprotein, alpha-1-acid glycoprotein 1 และ alpha-1 antitrypsin ในผู้ป่วย นอกจากนี้ได้ทำการศึกษาการยับยั้งการทำงานของไกลโคโปรตีน CD47 บนผิวเซลล์มะเร็งเต้านม MDA-MB231 พบว่าการใช้แอนติบอดีจับกับ CD47 มีผลทำให้เซลล์มะเร็งเต้านมถูกเซลล์มาโครฟาจกิน (phagocytosis) ได้มากขึ้น คณะผู้วิจัยของสถาบันฯ ได้ค้นพบว่า ยาเคมีบำบัด doxorubicin ที่ใช้ในการรักษาโรคมะเร็งตับ มีผลข้างเคียงในการเพิ่มอัตราการรุกรานของเซลล์มะเร็งตับ HepG2 โดยผ่านการกระตุ้นการทำงานของวิถีสัญญาณ PI3K/Akt และการเกิด mild oxidative stress ในเซลล์ ซึ่งสาร antioxidant (N-acetylcysteine, NAC) และ PI3K inhibitor สามารถลดผลข้างเคียงดังกล่าวของยา doxorubicin ได้ (D) การพัฒนายารักษาโรคมะเร็งและการวิจัยทางคลินิก ในการพัฒนายาชนิดใหม่สำหรับรักษาโรคมะเร็ง คณะผู้วิจัยของสถาบันฯ ได้ศึกษาสารที่สกัดได้จากสมุนไพร Gymnanthemum extensum (หนานเฉาเหว่ย หรือ พิมพ์ไพลิน) จำนวน 3 ชนิด ได้แก่ vernodalin (VDa) vernolepin (VLe) และ vernolide (VLi) ซึ่งจากการทดสอบในเซลล์มะเร็งปอด A549 พบว่าสารทั้ง 3 ชนิดทำให้เกิดการยับยั้งวัฏจักรการแบ่งตัวของเซลล์และฆ่าเซลล์มะเร็ง และมีกลไกออกฤทธิ์ผ่านการจับกับโปรตีน JAK2 และยับยั้งวิถีสัญญาณ JAK2/STAT3 คณะผู้วิจัยของสถาบันฯ ได้ประเมินประสิทธิภาพของยามุ่งเป้า (targeted therapy) ชนิด Pegylated Arginine deiminase (ADI-PEG20) ซึ่งมีความจำเพาะในการฆ่าเซลล์มะเร็งที่มีการแสดงออกของยีน argininosuccinate synthase-1 (ASS-1) ต่ำ ในการใช้ร่วมกับการให้ยาเคมีบำบัด Gemcitabine/Cisplatin เพื่อรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็งท่อน้ำดีในประเทศไทยซึ่งมีระดับ ASS-1 ต่ำ ขณะนี้อยู่ระหว่างการปรับปรุงวิธีการมาตรฐานสำหรับวัดปริมาณ Arginine และ Citrulline ที่ใช้ในการคัดกรองและติดตามการตอบสนองของคนไข้