การวิเคราะห์คุณภาพข้าวอินทรีย์เครือข่ายจังหวัดอุตรดิตถ์เชิงพาณิชย์ทางด้านกายภาพ เคมี และชีวภาพ ก่อนและหลังการแปรรูป
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสำรวจสายพันธุ์ข้าวเชิงพาณิชย์และพืชพรรณบริเวณนาข้าว ในตำบลเครือข่ายนาเกษตรอินทรีย์จังหวัดอุตรดิตถ์และเพื่อศึกษาคุณภาพของข้าวอินทรีย์สายพันธุ์เชิงพาณิชย์ ด้านกายภาพ ด้านเคมี และด้านชีวภาพ ก่อนและหลังการแปรรูปโดยการหุง ผลการสำรวจพบพันธุ์ข้าวจากแกนนำเกษตรกรผู้ปลูกข้าวแบบเกษตรอินทรีย์ทั้งหมด 12 พันธุ์ การสำรวจพืชพรรณบริเวณแปลงนาข้าวแบบเกษตรอินทรีย์ พบพืชทั้งหมด 9 วงศ์ 25 สกุล 29 ชนิด นอกจากนี้ เมล็ดข้าว 6 พันธุ์ จากเกษตรกร แกนนำผู้ปลูกข้าวแบบเกษตรอินทรีย์ 4 อำเภอและเมล็ดข้าว ที่ไม่ได้เพาะปลูกแบบเกษตรอินทรีย์ รวม 14ตัวอย่าง (No.1-14) จาก 4 อำเภอ ถูกนำมาการตรวจสอบเมล็ดข้าวทางกายภาพ และเคมีทางโภชนาการการตรวจสอบทางกายภาพ พบว่า เมล็ดที่ปลูกด้วยเกษตรอินทรีย์ทุกพันธุ์เป็นข้าวเมล็ดยาว ชั้นที่ 1 และรูปร่างเมล็ดเรียว การตรวจสอบลักษณะเนื้อสัมผัสของเมล็ดข้าวหุงสุกโดยเครื่อง Texture analyzer พบว่า เมล็ดข้าวที่มีความแข็งน้อยที่สุด คือ พันธุ์หอมนิล (No.1-3) ข้าวพันธุ์ที่มี ความเหนียวมากที่สุด ได้แก่ พันธุ์หอมมะลิ(No.8) เมื่อเปรียบเทียบระหว่างเมล็ดข้าวที่ปลูกด้วยเกษตร อินทรีย์กับเมล็ดข้าวที่ไม่ได้ปลูกด้วย นาอินทรีย์พบว่า ข้าวพันธุ์หอมนิลและหอมมะลิแดงที่ปลูกด้วยเกษตรอินทรีย์ มีความแข็งน้อยกว่าและมีความเหนียวมากกว่าเมล็ดข้าวที่ไม่ได้ปลูกด้วยเกษตรอินทรีย์โดยมี ความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับความเชื่อมั่น 95% (P<0.05) ในส่วนของการตรวจสอบด้าน เคมีทางโภชนาการ พบว่าปริมาณอะมิโลสของข้าวที่ปลูกโดยเกษตร อินทรีย์ มีปริมาณอะมิโลสอยู่ระหว่าง 13.62-18.51% การตรวจสอบคุณค่าทางโภชนาการของเมล็ดข้าว พบว่า ข้าวพันธุ์หอมนิลเป็นข้าวที่พบคุณค่าทางโภชนาการสูงและพบสารอาหารครบทั้งวิตามินบี 1 บี 2 แร่ธาตุแคลเซียม เหล็กและฟอสฟอรัส เป็นที่น่าสนใจว่าเมล็ดข้าวพันธุ์หอมนิล (No.1-3) ที่ปลูกด้วยเกษตรอินทรีย์มีคุณค่าทางโภชนาการสูงกว่าเมล็ดข้าวที่ไม่ได้ปลูกด้วยเกษตรอินทรีย์ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ที่ระดับความเชื่อมั่น 95% (P<0.05) จากการวิเคราะห์ผลทางชีววิทยาของข้าวอินทรีย์ที่ปลูกในเขตจังหวัดอุตรดิตถ์เปรียบเทียบกับข้าวที่ไม่ได้ปลูกโดยนาอินทรีย์เชิงความเป็นพรีไบโอติก พบว่า ในทางความเป็นพรีไบโอติกของข้าวมีความใกล้เคียงกัน ทั้งในส่วนขององค์ประกอบของน้ำตาลประเภทโอลิโกแซคคาไรด์และสารที่ส่งเสริมให้เกิดการเจริญเติบโตของเชื้อโปรไบโอติก Lactobacillus spp., Streptococcus spp. และ Bifidobacterium spp. จากงานวิจัยนี้จึงสรุปได้ว่า เมล็ดข้าวที่ปลูกโดยเกษตรอินทรีย์นั้นมีคุณภาพด้านกายภาพและด้านเคมี ทางโภชนาการและทางชีวภาพทางด้านการเป็นพรีไบโอติกเทียบเท่ากับข้าวที่ไม่ได้ปลูกโดยเกษตรอินทรีย์แต่ข้าวที่ได้จากเกษตรอินทรีย์นั้นมีความปลอดภัยต่อสุขภาพและยังช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม