การวิเคราะห์และประเมินมูลค่าทางการตลาดของผลิตภัณฑ์สมุนไพรในประเทศไทย ระหว่างปี พ.ศ.2560-2564
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
เพื่อให้การตํเนินการพัฒนาสมุนไพรในภาพรวมของประเทศถูกขับเคลื่อนและร่วมเป็นส่วนหนึ่งใน การสร้างเศรษฐกิจประเทศ การวิเคราะฆ์และประเมินมูลค่าการตลาตวัตถุติบและผลิตภัณฑ์สมุนไพร จึงเป็น เรื่องสำวยัณและเป็นหัวใจหลักในการวํหนยุทธสตร์เพื่อหนตลาดและมูลค่ทางเศรษฐกิจของวัตถุติบ และผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรในอนาค ตังนั้นมหาวิทยาสัยหอการค้าไทยร่มกับกรมการแพทูย์แผนไทยและ การแพทย์ทางเลือกจึงจัดทำโครงการวิเคราะห์และประเมินมูลค่าทางการตลาดของผลิตภัณฑ์สมุนไพรใน ประเทศไทยระหว่างปี พ.ศ.2560-2564 ขึ้น พื้นที่การศึกษา คือ เมืองสมุนไพร 14 จังหวัด และกรุงเทพมหานคร ซึ่งมีสินค้าสมุนไพรเป้าหมาย12 ชนิต คือ มิติต้นสักยภาพ 5 ชนิด ได้แก่ กวาวเครื่อขาว กระชายตํ ขมิ้นชัน บัวบก และมะขามป้อม และ มิติต้านความต้องการ 7 ชนิต ไว้แก่ กระชาย พริก ฟ้าทะลายโจร กระเจี๊ยบแดง หญ้าหวานว่วนทางจระเข้ และไพล ทั้งนี้ในการศึกษาใช้ข้อมูลทั้งข้อมูลแบบปฐมภูมิ (Pimary data) คือ การฮัมภาษณ์เชิงลึก(In-depth inteview) ร่มกับการสนทนากลุ่ม (Focus group/ และสำรวจข้อมู และข้อมูลแบบทุติยภูมิ(Secondary data) จากหน่ายงานที่เกี่ยวข้อง ผลการศึกษาพบว่า จังหวัดสงขลาเป็นจังหวัดที่มีมูลค่าทางการตลาดสมุนไพรขั้นดันงมากที่สุด นับตั้งแปี 2560 ตามด้วยจังหวัดนครปฐม สุราษฎร์ธานี อำนากเงริณ และเชียงราย ส่วนในขั้นกลางนั้น จังหวัดสงขลาป็นจังหวัดที่มีมูลค่าทางการตลาดสมุนไพรขั้นกลางนิ้)มากที่สุด ตามด้วยจังทวัดนครปฐม กรุงเทพฯ สุราษฎร์ธานี และปราจีนบุรี จะเห็นได้ว่าจังทวัดที่มีบทบาทในการขับเคลื่อนมูลค่าทางการตลาด สมุนไพรตั้งแผ่ขั้นต้นนัวจนถึงขั้นกลางนั คือ จังหวัดสงขลา นครปฐม และสุราษฎร์ธานี ขณะที่มูลค่าทางการ ตลาดสมุนไพรปลายนี้กระจุกตัวยู่ในกรุงเทพฯ เป็นส่วนใหญ่ และมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นในปี 2564สำหน จังหวัดอื่นๆ แม้จะไม่โตตเด่นในห่วงโช่มูลค่า แย่ก็มีอัตราการขยายตัวของมูลค่าการตลาตสมุนไพรเพิ่มขึ้นตาม การส่งเสริมของนโยบายภาครัฐ อย่างไรก็ตาม ในชั้นกลางนังและปลายนังของจังหวัดเมืองสมุนไหรส่วนใหญ่จะแปรรูปโตยกลุ่มวิตาหกิจชุมขน ซึ่งยังมีข้อจำกัตในเรื่องของเงินลงทุนและเทคโนโลยีในการผลิต รวมไปถึงยังขาดความรู้ทางตัวน กฎ ระเบียบ การขอขึ้นทะเบียนฉลาก สรรพคุณของ อย. และจากการการยิ้มภาษณ์เชิง ลึก(In-depth intenview) ร่วมกับการสนทนากลุ่ม (Focus group พบว่า ส่วนใหญ่ยังพบปัญหาการ เพาะปลูกที่ไม่ได้มาตรฐาน ขาตความรู้ในกระบวนการแปรรูปขั้นต้นที่มีประสิทธิภาพ ขาตความรู้ความเข้าใจที่ ถูกต้องในขั้นตอนการขอใบรับรองต่ง ๆ และปัญหาในการเข้าถึงตลาดฝ้หมายและขาตตลาดรองรับ