การพัฒนาวิธี multiplex real-time polymerase chain reaction เพื่อตรวจวินิจฉัยไวรัสดักเทมบูซู ไวรัสไข้หวัดนก ไวรัสนิวคาสเซิล และไวรัสกาฬโรคเป็ด
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ไวรัสดักเทมบูซู ไวรัสไข้หวัดนก ไวรัสนิวคาสเซิล และไวรัสกาฬโรคเป็ด จัดเป็นไวรัสก่อโรคที่มีความสำคัญในเป็ดรวมถึงสัตว์ปีกชนิดอื่น โดยไวรัสเหล่านี้นอกจากก่อให้เกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจในอุตสาหกรรมการเลี้ยงสัตว์ปีกแล้วไวรัสบางชนิดยังส่งผลกระทบทางสาธารณสุขอีกด้วย ดังนั้นวิธีการตรวจวินิจฉัยการติดเชื้อไวรัสทั้ง 4 ชนิดดังกล่าวได้ในคราวเดียวกันที่ให้ผลการทดสอบรวดเร็วและมีความแม่นยำ เพื่อให้สามารถวางแผนควบคุมและป้องกันการระบาดของโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพและทันท่วงทีจึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง อย่างไรก็ตามปัจจุบันยังไม่มีวิธีการตรวจวินิจฉัยไวรัสทั้ง 4 ชนิดนี้ได้ในคราวเดียวกันในตัวอย่างจากเป็ด ดังนั้นโครงการวิจัยนี้จึงดำเนินการพัฒนาวิธี multiplex real-time PCR ที่จำเพาะต่อบริเวณ conserved region ระหว่างสายพันธุ์ต่าง ๆ ของไวรัสแต่ละชนิด เพื่อใช้ในการตรวจวินิจฉัยไวรัสดักเทมบูซู ไวรัสไข้หวัดนก ไวรัสนิวคาสเซิล และไวรัสกาฬโรคเป็ดในตัวอย่างจากเป็ดได้ในคราวเดียวกัน จากผลการทดสอบพบว่าวิธี multiplex real-time PCR ที่พัฒนาขึ้นนี้มีความไวสูง โดยสามารถตรวจพบ standard plasmid DNA ของไวรัสแต่ละชนิดที่มีความเข้มข้นเพียง 100 copies/?l ซึ่งพบว่ามีความไวสูงกว่าวิธี conventional PCR ถึง 100 เท่า นอกจากนี้วิธี multiplex real-time PCR ที่พัฒนาขึ้นนี้สามารถตรวจได้ครอบคลุมถึงไวรัสดักเทมบูซู ไวรัสไข้หวัดนก ไวรัสนิวคาสเซิล และไวรัสกาฬโรคเป็ดสายพันธุ์ต่าง ๆ โดยไม่เกิด cross reaction ระหว่างไวรัสแต่ละชนิด รวมถึงเชื้อก่อโรคอื่นในเป็ดที่นำมาทำการทดสอบ จากผลการทดสอบพบว่าวิธี multiplex real-time PCR ที่พัฒนาขึ้นนี้มีความแม่นยำสูง โดยให้ค่า coefficient of variant ของ intra-assay และ inter-assay ระหว่าง 0.01%-0.94% และระหว่าง 0.16%-1.10% ตามลำดับ นอกจากนี้วิธี multiplex real-time PCR ที่พัฒนาขึ้นนี้ยังมีความเหมาะสมที่จะนำไปใช้ในการตรวจหาการติดเชื้อร่วมระหว่างไวรัสดักเทมบูซู ไวรัสไข้หวัดนก ไวรัสนิวคาสเซิล และไวรัสกาฬโรคเป็ด เนื่องจากไม่พบ competitive inhibition ระหว่าง target DNA ของไวรัสทั้ง 4 ชนิดและไม่พบ nonspecific amplification ระหว่าง primer และ probe set ที่จำเพาะต่อไวรัสแต่ละชนิด นอกจากนี้เมื่อทำการทดสอบประสิทธิภาพการนำไปใช้งานของวิธี multiplex real-time PCR ที่พัฒนาขึ้นนี้กับตัวอย่างส่งตรวจที่เก็บจากเป็ดในประเทศไทยในช่วงปีพ.ศ. 2559-2564 พบว่าวิธีดังกล่าวสามารถตรวจพบไวรัสได้ทั้ง 4 ชนิดในตัวอย่างส่งตรวจจากเป็ด โดยมีอัตราการตรวจพบไวรัสโดยรวมในตัวอย่างส่งตรวจ (47.70%) สูงกว่าวิธี conventional PCR (27.62%) โดยทุกตัวอย่างที่ให้ผลบวกด้วยวิธี multiplex real-time PCR และ conventional PCR ได้รับการตรวจยืนยันว่ามีสารพันธุกรรมของไวรัสดังกล่าวอยู่จริงด้วยวิธี DNA sequencing โดยสรุปวิธี multiplex real-time PCR ที่พัฒนาขึ้นในการศึกษานี้ จัดเป็นวิธีที่มีความแม่นยำ ความจำเพาะ และความไวสูง รวมถึงให้ผลการทดสอบรวดเร็ว สามารถตรวจหาไวรัสดักเทมบูซู ไวรัสไข้หวัดนก ไวรัสนิวคาสเซิล และไวรัสกาฬโรคเป็ดได้ในคราวเดียวกัน ซึ่งเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพของวิธีการตรวจหาไวรัสดักเทมบูซู ไวรัสไข้หวัดนก ไวรัสนิวคาสเซิล และไวรัสกาฬโรคเป็ด เพื่อนำไปใช้ในการวินิจฉัยโรคติดเชื้อไวรัสทั้ง 4 ชนิดและการศึกษาทางระบาดวิทยา ทำให้สามารถวางแผนในการเฝ้าระวัง ควบคุม และป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสก่อโรคสำคัญในเป็ดรวมทั้งสัตว์ปีกชนิดอื่นทั้ง 4 ชนิดนี้ได้อย่างถูกต้อง มีประสิทธิภาพ และรวดเร็วยิ่งขึ้น