การทำฟาร์มหอยชักตีนในทะเล (Strombus canarium (Linnaeus, 1758)) โดยชุมชนประมง กรณีศึกษาจังหวัดตรัง
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
หอยชักตีน (Strombus canarium (Linnaeus, 1758)) เป็นสัตว์น้ำที่มีความสำคัญทางด้านเศรษฐกิจชนิดหนึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อชาวประมงขนาดเล็ก เนื่องจากหอยชักตีนราคาค่อนข้างสูงและมีความต้องการของผู้บริโภคมาก ดังนั้นจึงทำการศึกษาการฟื้นฟูทรัพยากรหอยชักตีน เพื่อเพิ่มทรัพยากรหอยชักตีนในแหล่งน้ำธรรมชาติ และยังเป็นการใช้ศักยภาพจากพื้นที่แหล่งหญ้าทะเลให้เกิดประโยชน์สูงสุด ผลการศึกษาพบว่าการฟื้นฟูหอยชักตีนด้วยการเพาะฟักแล้วนำลูกหอยไปปล่อยบริเวณแหล่งหญ้าทะเลส่งผลให้มีหอยชักตีนเพิ่มขึ้น อีกทั้งชุมชนมีความต้องการให้ดำเนินโครงการฯ ในพื้นที่ และยังพร้อมที่จะเข้าร่วมโครงการฯ การศึกษาครั้งนี้แบ่งออกเป็น 2 ส่วน ประกอบด้วย 1) การศึกษาผลผลิตของหอยชักตีนจากการฟื้นฟู และ 2) การศึกษาแนวทางการฟื้นฟูทรัพยากรหอยชักตีนบริเวณแหล่งหญ้าทะเลโดยชุมชน โดยมีรายละเอียดดังนี้ ผลผลิตของหอยชักตีนจากการฟื้นฟูทรัพยากรโดยการปล่อยลูกหอย ดำเนินการในอ่าวบุญคง ต.ไม้ฝาด อ.สิเกา จ.ตรัง ดำเนินการระหว่างเดือนกรกฎาคม พ.ศ.2563 ถึงเมษายน พ.ศ.2564 เก็บข้อมูลจำนวน ขนาดหอย คุณภาพน้ำ คุณภาพดิน ชนิดของแพลงก์ตอน ปริมาณของแพลงก์ตอน และสัตว์หน้าดิน โดยปล่อยลูกหอยระยะ veliger ในเดือนสิงหาคม ถึงพฤศจิกายน พ.ศ.2563 จำนวน 83.2, 5.4, 5.1 และ 8.2 ล้านตัว พบว่าผลผลิตหอยชักตีนหลังจากการฟื้นฟูมีจำนวนเพิ่มขึ้น โดยผลผลิตหอยก่อนการปล่อยลูกหอยชักตีน พบหอยในธรรมชาติมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ตั้งแต่เดือนกันยายน ตุลาคม และพฤศจิกายน 2563 จำนวน 13, 25 และ 29 ตัวตามลำดับ หอยที่พบมีขนาดกลางมีความยาวเปลือกเท่ากับ 60.2+5.2, 57.9+5.1 และ 58.7+5.3 มิลลิเมตร ตามลำดับ และจำนวนหอยลดลงในเดือนธันวาคม 2563 จำนวน 7 ตัว ต่อมาในเดือนมกราคม ถึงมีนาคม พ.ศ.2564 พบหอยจำนวนคงที่ (47, 26 และ 37 ตัว ตามลำดับ) เป็นหอยขนาดใหญ่ความยาวเปลือกเท่ากับ 60.9+4.9, 61.6+5.0 และ 61.4+4.9 มิลลิเมตร ตามลำดับ ซึ่งประชากรหอยที่เกิดขึ้นน่าจะเป็นผลผลิตจากลูกหอยที่ปล่อยในเดือนสิงหาคม 2563 ซึ่งที่มีอายุ 4-5 เดือน ส่วนในเดือนเมษายน พ.ศ.2564 พบหอยชักตีนที่เกิดจากธรรมชาติชุดใหม่ จำนวน 35 ตัว เป็นหอยขนาดเล็กความยาวเปลือก 48.9?14.0 มิลลิเมตร ปัจจัยที่ส่งผลต่อจำนวนหอยชักตีน ได้แก่ ลักษณะของดินท้องน้ำ โดยหากเป็นดินที่มีสัดส่วนของทรายมากจะพบหอยจำนวนมาก แต่หากเป็นดินแป้งมากจะพบหอยจำนวนน้อย (correlation = 0.275 และ -0.310; p<0.01)แนวทางการฟื้นฟูทรัพยากรหอยชักตีน โดยชุมชนประมง แบ่งการดำเนินการออกเป็น 2 ส่วน ประกอบด้วย 1) การศึกษาความต้องการโครงการฟื้นฟูทรัพยากรหอยชักตีนโดยชุมชนของชาวประมง ศึกษาด้วยแบบสัมภาษณ์ สัมภาษณ์ชาวประมง และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกับการฟื้นฟูทรัพยากรหอยชักตีนโดยชุมชน จำนวน 140 ราย จำนวน 1 ครั้ง ใน 4 พื้นที่ที่มีแหล่งหญ้าทะเล ประกอบด้วย บ้านแหลมไทร บ้านทุ่งทอง ต.เขาไม้แก้ว บ้านปากเมง ต.ไม้ฝาด อ.สิเกา และบ้านมดตะนอย ต.เกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง ผลการศึกษาพบว่าชาวประมงเห็นด้วยกับโครงการฟื้นฟูทรัพยากรหอยชักตีนโดยชุมชนในระดับ สูงมาก ( = 4.58 จากคะแนนเต็ม 5) โดยเฉพาะการเข้าไปใช้ประโยชน์ ( =4.65) ความต้องการให้มีโครงการฯ ( = 4.60) และการเข้าร่วมดำเนินการโครงการ ( =4.50) ในการดำเนินการชุมชนต้องการมีส่วนร่วมในการบริหารโครงการอยู่ในระดับสูงมาก ( =4.35) โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการรับผลประโยชน์ ( =4.42) ด้านการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ ( =4.37) ด้านการมีส่วนร่วมในการประเมินผล ( = 4.28) และด้านการมีส่วนร่วมในการดำเนินกิจกรรม ( =4.26) ปัจจุบันมีการเข้าไปใช้ประโยชน์หญ้าทะเล และหอยชักตีนในระดับสูง ( = 3.75) ในการดำเนินการชุมชนต้องการมีส่วนร่วมในการบริหารโครงการอยู่ในระดับสูงมาก ( = 4.35) โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการรับผลประโยชน์ ( =4.42) ด้านการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ ( =4.37) ด้านการมีส่วนร่วมในการประเมินผล ( = 4.28) และด้านการมีส่วนร่วมในการดำเนินกิจกรรม ( =4.26) ปัจจุบันมีการเข้าไปใช้ประโยชน์หญ้าทะเล และหอยชักตีนในระดับสูง ( = 3.75) 2) และแนวทางการดำเนินการฟื้นฟูทรัพยากรหอยชักตีนในทะเลโดยชุมชนประมง ดำเนินการศึกษาโดยการจัดประชุมกลุ่มชาวประมง จำนวน 4 กลุ่ม กลุ่มละ 1 ครั้ง โดยแต่ละชุมชนได้กำหนดสมาชิกที่จะเข้ามาดำเนินการในแต่ละกลุ่ม การกำหนดพื้นที่ดำเนินโครงการฯ การกำหนดการดูแลรักษา และดำเนินการฟื้นฟูทรัพยากรหอยชักตีน การกำหนดการเข้าเก็บเกี่ยวผลผลิตหอยชักตีน การดำเนินการโครงการฯ ควรจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินการ การดำเนินการฟื้นฟูหอยชักตีนต้องคำนึงถึง 1) เดือนที่เหมาะสมในการปล่อยลูกหอยชักตีน 2) จำนวนลูกหอยชักตีนที่ปล่อย 3) ระยะของลูกหอยชักตีนที่นำไปปล่อยซึ่งขึ้นอยู่กับศักยภาพของผู้ดำเนินการ 4) พื้นที่ที่เหมาะสมในการดำเนินคือ แหล่งหญ้าทะเล 5) ช่วงเวลาที่ปล่อยลูกหอยชักตีนควรเป็นช่วงน้ำตาย นอกจากนี้แล้วการวิจัยด้านการฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำต้องดำเนินการศึกษามากกว่า 1 ปี และต้องศึกษาหลักฐานที่ยืนยันผลการดำเนินการ เช่น การศึกษาสารพันธุกรรม สุดท้ายการดำเนินโครงการฟื้นฟูทรัพยากรหอยชักตีนโดยชุมชนประมงต้องทำการศึกษาเพิ่มเติมถึงกระบวนการดำเนินการในด้านต่าง ๆ ในพื้นที่จริง หรือการทำโครงการนำร่องด้วยกระบวนการจัดการเรียนรู้ร่วมกัน (knowledge management) ของชุมชนเพื่อให้โครงการสามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ