การพัฒนาแนวทางการจัดการความรู้นวัตกรรมกระบวนการด้านการเกษตรเพื่อสุขภาวะของผู้สูงอายุ: กรณีศึกษาโรงเรียนผู้สูงอายุ องค์การบริหารส่วนตำบลไกรนอก อำเภอกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัย
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ยื่นเสนอขอรับทุนในกลุ่มเรื่อง (การพัฒนาเกษตกรรม) กรอบวิจัย (โครงการส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการความรู้การวิจัยเพื่อการใช้ประโยชน์ ประจำปี 2563) กรอบวิจัยย่อย ( การจัดการความรู้ การวิจัยเพื่อการใช้ประโยชน์ในมิติเชิงชุมชน สังคม ตามแนวพระราชดำริ ชื่อโครงการวิจัย การพัฒนาแนวทางการจัดการความรู้นวัตกรรมกระบวนการด้านการเกษตรเพื่อสุขภาวะของผู้สูงอายุ:กรณีศึกษาโรงเรียนผู้สูงอายุ องค์การบริหารส่วนตำบลไกรนอก อำเภอกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัย Development of Knowledge Management Process Innovation in Agriculture for Well-Being of Elderly: The Case Study of Krainok Sub-district Administration Organization Kongkrairaj District Sukhothai Province ส่วน ก : องค์ประกอบของข้อเสนอการวิจัย 1. ผู้รับผิดชอบประกอบด้วย 1.1 หัวหน้าโครงการ อาจารย์ ดร. ดนชิดา วาทินพุฒิพร ภาควิชาส่งเสริมและนิเทศศาสตรเกษตร คณะเกษตร กำแพงแสน โทร.092-7811584 E-mail: sweetallday.phuket@gmail.com สัดส่วนการทำงาน 35% 1.2 ผู้ร่วมงานวิจัย ดร. ณิชาพร ศรีนวล นักวิชาการอิสระ โทร.085-6553304 E-mail: edu.nichamay05@gmail.com สัดส่วนการทำงาน 35% 1.3 ที่ปรึกษาโครงการวิจัย 1. อาจารย์ ดร.คนึงรัตน์ คำมณี ภาควิชาส่งเสริมและนิเทศศาสตรเกษตร คณะเกษตร กำแพงแสน โทร.0818563325 E-mail.: agrkrk@ku.ac.th... สัดส่วนการทำงาน 10% 2. อาจารย์ ดร.จิรัฐินาฏ ถังเงิน ภาควิชาส่งเสริมและนิเทศศาสตรเกษตร คณะเกษตร กำแพงแสน โทร. 0865183143 E-mail: agrjnt@ku.ac.th.....สัดส่วนการทำงาน 10% 3.อาจารย์ ดร.รพี ดอกไม้เทศ ภาควิชาส่งเสริมและนิเทศศาสตรเกษตร คณะเกษตร กำแพงแสน โทร.0864065925 E-mail : agrrpd@ku.ac.th... สัดส่วนการทำงาน 10% 1.4 หน่วยงานหลัก (ภาควิชาส่งเสริมและนิเทศศาสตรเกษตร คณะเกษตร กำแพงแสน กำแพงแสน โทร.0808027449 1.5 หน่วยงานสนับสนุน (ภาควิชาส่งเสริมและนิเทศศาสตรเกษตร คณะเกษตร กำแพงแสน กำแพงแสน โทร. 0808027449 2. ประเภทการวิจัย เป็นการวิจัยประยุกต์ (Applied research) 3. สาขาวิชาการและกลุ่มวิชาที่ทำการวิจัย สาขาสังคมวิทยา 4. มาตรฐานการวิจัย - 5. คำสำคัญ (Keyword) ของการวิจัย การจัดการความรู้, นวัตกรรมกระบวนการด้านการเกษตร, ผู้สูงอายุ, สุขภาวะ Knowledge Management,Agricultural Process Innovation,Elderly,Well-being 6. ความสำคัญและที่มาของปัญหา สังคมสูงวัยเป็นความท้าทายยิ่งของภาคเกษตรกรรมนับตั้งแต่ปี พ.ศ.2548 เป็นต้นมา 1 ใน 10 ของประชากรไทยเป็นประชากรที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป และคาดว่าประเทศไทยจะเป็นสังคมสูงวัยโดยสมบูรณ์ (Complete Aged Society) ในปี พ.ศ. 2564 และเป็นสังคมสูงวัยระดับสุดยอด (Super Aged Society) ภายในปี พ.ศ.2578 โดยประมาณการว่า จะมีประชากรสูงอายุเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 30 ของจำนวนประชากรทั้งหมด การขยายตัวของสังคมสูงวัยส่งผลต่ออัตราทางเศรษฐกิจเพราะมีกำลังแรงงานซึ่งเป็นปัจจัยการผลิตที่สำคัญลดลง (อัญชลี นวลศรี, 2562)โดยปัจจุบันแรงงานในภาคเกษตรหรือเกษตรกรส่วนใหญ่ของประเทศไทยเป็นผู้สูงอายุมีอายุเฉลี่ย 50 ขึ้นไปด้วยโครงสร้างของประกรในภาคเกษตรได้เปลี่ยนแปลงไปเมื่อพิจารณาสถานการณ์เปลี่ยนแปลงโครงสร้างเศรษฐกิจไทยและภาคเกษตรกรรม พบว่า ประชากรภาคเกษตรมีแนวโน้มลดลงประมาณปีละ 400,000 คนนับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2541 ทั้งจากการไม่มีผู้สืบทอดในอาชีพเกษตร การย้ายสู่ภาคอุตสาหกรรม ภาคบริการในเขตเมือง และการเริ่มเข้าสู่ความเป็นสังคมผู้สูงอายุของไทย เมื่อพิจารณาตามตัวเลขดังกล่าวเราจะเห็นว่า โครงสร้างประชากรในภาคเกษตรกรรมส่งผลถึงความมั่นคงในการผลิตอาหารของประเทศทั้งในระยะกลางและระยะยาว มีแนวโน้มจะได้รับผลกระทบอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ อีกทั้งประชากรในภาคเกษตรกรรมมีความยืดหยุ่นในการปรับตัวตามการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจในระดับที่ต่ำกว่าประชากรนอกภาคเกษตรกรรม เนื่องจากทักษะความสามารถของเกษตรกรในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและเทคนิคที่ทันสมัยในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตยังอยู่ในระดับต่ำ โดยอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ได้สะท้อนถึงอนาคตของการเกษตรว่าจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องอาศัยเทคโนโลยีเข้ามาปรับใช้ในการบริหารจัดการการผลิตมากยิ่งขึ้น เพื่อเอื้อให้เกษตรกรสูงวัยเท่าทันเรื่องของการใช้กำลังคน เทคโนโลยี ความรู้ เพื่อนำมาใช้ในการบริหารจัดการผลิต (ไทยรัฐออนไลน์, 2562)การสร้างกระบวนในการพัฒนาคนให้เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงและการปรับใช้เทคโนโลยีทางการเกษตรได้อย่างเหมาะสมนั้นเป็นเป้าหมายของการพัฒนาประเทศตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12 ที่ต้องการปรับใช้ระบบการผลิตการเกษตรให้สอดคล้องกับพันธกรณีในด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและศักยภาพของพื้นที่ เน้นการสร้างองค์ความรู้ทางวิชาการเกษตรวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแบบมีส่วนร่วมที่เชื่อมโยงกับฐานทรัพยากรชีวภาพ (Bio Based) ในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าเกษตรมีความปลอดภัย ไม่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนและสิ่งแวดล้อมของประเทศ การพัฒนาระบบเกษตรกรรมที่ยั่งยืนและการขยายโอกาสในการเข้าถึงพื้นที่ทำกินของเกษตรกร การเตรียมพร้อมด้านกำลังคนและการเสริมสร้างศักยภาพของประชากรในทุกช่วงวัย มุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพทุนมนุษย์ของประเทศ โดยพัฒนาคนให้เหมาะสมตามช่วงวัย รวมถึงประเด็นการส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยและพัฒนา วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม สนับสนุนการวิจัยพัฒนา การดัดแปลงและต่อยอดการพัฒนาเทคโนโลยี การพัฒนาผู้ประกอบการให้เป็นผู้ประกอบการทางเทคโนโลยี(Technopreneur) การเชื่อมโยงระหว่างภาคการผลิตที่เป็นกลุ่มใหญ่ของประเทศ ได้แก่ เกษตรกรรายย่อย วิสาหกิจชุมชน และวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมกับสถาบันวิจัย และสถาบันการศึกษา และสนับสนุนการดำเนินงานอย่างเป็นเครือข่ายระหว่างสถาบันวิจัยสถาบันการศึกษา ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน/ชุมชน รวมทั้งการปรับกลไกระบบวิจัยและพัฒนาของประเทศทั้งระบบ เป็นต้น(สำนักนายกรัฐมนตรี, 2562) ซึ่งภาควิชาส่งเสริมและนิเทศน์ศาสตร์เกษตร คณะเกษตรมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อปัญหาดังกล่าว จากการลงพื้นที่ศึกษาสภาพปัญหาของผู้สูงอายุในภาคเกษตรกรรมในโรงเรียนผู้สูงอายุตำบลไกรนอก อำเภอกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัย พบว่า ตำบลไกรนอก อำเภอกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัย เข้าสู่ภาวะสังคมผู้สูงอายุ เนื่องจากจำนวนผู้สูงอายุเพิ่มมากขึ้นคิดเป็นร้อยละ 23.21 (จำนวนผู้สูงอายุ 1,020 คน) ของจำนวนประชากรทั้งหมด ผู้สูงอายุของตำบลส่วนใหญ่อยู่ในภาคเกษตรกรรม จากข้อมูลพื้นฐานของตำบลไกรนอกพบว่ายังคงมีการใช้สารเคมีในการทำการเกษตรร้อยละ 90มีการใช้สารเคมีจำนวนมากในการเพาะปลูก ปัญหาสารเคมีตกค้างในร่างกาย จากข้อมูลด้านการใช้สารเคมีของระบบข้อมูลตำบล (TCNAP) และ ข้อมูลผู้มาตรวจสารหาเคมีตกค้างในร่างกายของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลไกรนอก พบว่า มีประชากรที่เข้ารับการตรวจทั้งหมด 227 คน โดยร้อยละ 47.57 (จำนวน 108 คน) อยู่ในระดับมีสารเคมีตกค้างในเลือด รองลงมาร้อยละ 51.98 (จำนวน 118 คน) มีสารพิษตกค้างในร่างกายในภาวะไม่ปลอดภัย และยังคงมีผู้ที่มีความเสี่ยงด้านสารพิษตกค้างจำนวนอย่างต่อเนื่อง องค์การบริหารส่วนตำบลไกรนอกจึงร่วมกับ กลุ่มอาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลไกรนอก องค์การบริหารส่วนตำบลไกรนอก แกนนำชุมชน ผู้นำท้องที่ กำหนดแนวทางการทำงานร่วมกันในด้านต่างๆ เพื่อลดและป้องกันการใช้สารเคมี เช่น การส่งเสริมการใช้ปุ๋ยอินทรีย์แทนการใช้ปุ๋ยเคมี การประชาสัมพันธ์รณรงค์ถึงภัยอันตรายจากสารเคมี เป็นต้น (องค์การบริการส่วนตำบลไกรนอก, 2561ก) ซึ่งยังคงมีผู้สูงอายุยังคงใช้สารเคมีเนื่องจากยังไม่สามารถเข้าถึงองค์ความรู้ด้านเกษตรปลอดภัยและมีผู้สูงอายุจำนวนหนึ่งที่เลิกทำการเกษตรเนื่องจากสภาพร่างกายไม่เอื้ออำนวย ผู้สูงอายุส่วนหนึ่งจึงต้องการวิทยาการหรือเทคโนโลยีที่ไม่ยากและซับซ้อนจนเกินไปมาช่วยในการผลิตและต้องการช่องทางการตลาดที่ช่วยให้พวกเขาสามารถสร้างรายได้เสริมในครัวเรื่อน(ดนชิดา และณิชาพร, 2562) เมื่อพิจารณาถึงโครงสร้างหนี้ของเกษตรกรในชุมชนจากการทำเกษตรเคมีพบว่าเกษตรกรมีหนี้สินจำนวนมากในระดับครัวเรือนเนื่องจากการกู้ยืมเงินเพื่อทำการเกษตร ค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันของคนในครอบครัว และค่าเล่าเรียนของบุตร รายได้ประจำไม่เพียงพอต่อรายจ่าย จนทำให้เกษตรกรส่วนใหญ่เลือกที่จะกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา จากการสะท้อนสภาพของชุมชนในข้างต้น เราจะพบว่าเกษตรกรผู้สูงอายุยังคงเป็นกำลังหลักในภาคการเกษตรยังคงต้องแบกรับความเสี่ยงทางสุขภาพในการใช้สารเคมี สภาพการทำงานที่ไม่เหมาะสมต่อปัญหาช่วงวัย การที่ลูกหลานของพวกเขาละทิ้งภาคการเกษตร ความมั่นคงทางอาหารของเกษตรในพื้นที่ยังคงอยู่ในระดับต่ำลงอย่างต่อเนื่อง พวกเขาวิตกกังวลเป็นอย่างยิ่งว่าในอนาคตลูกหลานของพวกเขาจะต้องพึ่งพิงอาหารหรือพืชผักจากภายนอกมากยิ่งขึ้น ขณะที่ในกระบวนการเกษตรพบว่าปัญหาเรื่องของการจัดการผลผลิตทางการเกษตรด้วยความไม่แน่นอนและการไม่สามารถเข้าถึงองค์ความรู้ด้านการจัดการดิน น้ำ สภาพอากาศ การเพาะปลูกโดยไม่ใช้สารเคมีและการไม่มีที่ดินทำกินในเกษตรกรบางรายปัญหาผลผลิตไม่แน่นอน เกิดภาระหนี้สินที่เกิดขึ้จากความเหลื่อมล้ำในการเข้าไม่ถึงความรู้และเทคโนโลยีทางด้านการเกษตรอยู่มาก (ดนชิดา และณิชาพร, 2562) จากสถานการณ์ของผู้สูงอายุในภาคเกษตรของตำบลไกรนอกในเบื้องต้น คณะผู้วิจัยจึงเเห็นว่าการนำการจัดการความรู้ด้านการเกษตรมามาปรับใช้เพื่อแก้ไขปัญหาการผลิตของผู้สูงอายุในภาคการเกษตร จึงเปรียบเสมือนการ "ติดกระดุมเม็ดแรก" ในการแห้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำด้านการเข้าถึงองค์ความรู้ทางการเกษตรที่เอื้อต่อสุขภาวะของเกษตรกรผู้สูงอายุ ด้วยการเริ่มต้นจากการศึกษาเรียนรู้ปัญหาของตนเองและหาแนวทางการแก้ไขปัญหาด้วยเหตุผลและอยู่บนฐานของความรู้ ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง หนุนเสริมให้เกษตรกรสูงอายุมีภูมิคุ้มกันสามารถปรับตัวให้เท่าทันต่อสถานการณการเปลี่ยนแปลงกับสภาพสังคมและภัยคุกคามดังกล่าวด้วยการอาศัยกระบวนการจัดการความรู้เข้ามาสนับสนุนให้เกษตรกรผู้สูงอายุสามารถเข้าถึงความรู้ที่จำเป็นอย่างแท้จริง พวกเขาสามารถนำความรู้มาปรับใช้เพื่อแก้ปัญหาของตนเองสอดคล้องกับเป้าหมายของแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 12 ซึ่งยึดหลัก “ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” “การพัฒนาที่ยั่งยืน” และ “คนเป็นศูนย์กลางการพัฒนา” ที่ต่อเนื่องจากแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 9-11 และยึดหลักการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่ลดความเหลื่อมล้ำและขับเคลื่อนการเจริญเติบโตจากการเพิ่มผลิตภาพการผลิตบนฐานการใช้ภูมิปัญญาและนวัตกรรมและมีการบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างเหมาะสม ส่งผลให้การพัฒนาประเทศสู่ความสมดุลและยั่งยืน (สำนักนายกรัฐมนตรี, 2562)ภายใต้โครงการวิจัยเรื่องการพัฒนาแนวทางการจัดการความรู้นวัตกรรมกระบวนการด้านการเกษตรเพื่อสุขภาวะของผู้สูงอายุ:กรณีศึกษาโรงเรียนผู้สูงอายุ องค์การบริหารส่วนตำบลไกรนอก อำเภอกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัย ที่มุ่งศึกษาหาแนวทางในการจัดการความรู้ที่เหมาะสมกกับผู้สูงอายุ เพื่อจัดกระบวนการเรียนรู้ในการจัดหานวัตกรรมกระบวนการทางด้านการเกษตรที่เหมาะสมและตอบโจทย์สภาพปัญหาของผู้สูงอายุในภาคเกษตรด้วยตนเอง ทั้งนี้ การพัฒนาเทคโนโลยีที่เหมาะสมตอบโจทย์พื้นฐานชีวิตของกลุ่มเป้าหมายจำเป็นอย่างยิ่งที่เราจะต้องทำความเข้าใจกับผู้ใช้เทคโนโลยีและมีความเหมาะสมต่อกลุ่มผู้สูงอายุในชุมชนซึ่งอาจมีการสร้างนวัตกรรมและภูมิปัญญาอย่างง่ายต้นทุนต่ำที่เอื้อต่อช่วงวัยของเกษตรกรผู้สูงอายุและสภาพพื้นฐานทางเศรษฐกิจของเกษตรกรรายย่อยนั่นเอง เพื่อให้เกิดความพอเพียงและพอประมาณ ไม่เกิดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากภายนอกมากจนเกินไป เป้าหมายของการพัฒนาผู้สูงอายุให้กลายเป็น Change Agent หรือผู้ที่เท่าทันสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงกับสถานการณ์โลกและปัญหาภัยคุกคามต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับภาคเกษตรกรรมในงานวิจัยนี้สอดคล้องกับเป้าหมายหลักของจัดตั้งโรงเรียนผู้สูงอายุตำบลไกรนอก เพื่อส่งเสริมการพัฒนาตนเองและการเรียนรู้ตลอดชีวิตของผู้สูงอายุ ส่งเสริมสุขภาพของผู้สูงอายุทั้งด้านกาย ใจ สังคมและสติปัญญา เสริมคุณค่าทางภูมิปัญญาของผู้สูงอายุให้เป็นที่ประจักษ์และยอมรับเพื่อส่งเสริมภูมิปัญญาและวัฒนธรรมท้องถิ่นให้ดำรง สืบทอดตลอดไป ด้านสุขภาพร่างกาย ทำให้มีสุขภาพแข็งแรง กระฉับกระเฉง ลดความเสี่ยงจากการเจ็บป่วย ลดระยะเวลาการพึ่งพาผู้อื่น มีอายุยืนยาว ด้านจิตใจ ช่วยให้คลายเหงาจากการพบปะกลุ่มเพื่อนและสร้างความรู้สึกและตระหนักในคุณค่าของตนเองมีมุมมองเชิงบวกต่อตนเองด้านสังคม มีความสัมพันธ์ที่ดีกับคนวัยเดียวกันและคนต่างวัยได้รับการยอมรับในฐานะสมาชิกของกลุ่ม ด้านจิต ปัญญา ทำให้รู้เท่าทันและเข้าใจสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นและสามารถปรับตัวและดำเนินชีวิตได้อย่างเหมาะสมตามวัย (องค์การบริการส่วนตำบลไกรนอก, 2561ข) คณะผู้วิจัยเห็นว่าผู้สูงอายุกลุ่มนี้มีศักยภาพ มีความพร้อมในระดับหนึ่งและสามารถพัฒนาให้เป็นกลไกที่สำคัญในการจัดการความรู้ สร้างกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ บูรณาการและถ่ายทอดองค์ความรู้ได้อย่างเป็นระบบ (Nonaka, Ikujiro andTakeuchi, Hirotaka,1995) ซึ่งสามารถพัฒนาแนวทางตามกรอบระยะเวลาการวิจัยในระยะเวลาหนึ่งปี และสามารถขยายผลไปยังกลุ่มผู้สูงอายุหรือโรงเรียนผู้สูงอายุกลุ่มอื่นๆ เกิดเป็นนโยบายสาธารณะในระดับตำบลของกลุ่มนั้นๆ ต่อไป 7. วัตถุประสงค์ของการวิจัย 1. เพื่อศึกษาข้อมูลพื้นฐานรูปแบบและเทคโนโลยีการทำเกษตรกรรมที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุ 2. เพื่อพัฒนาคู่มือและแนวทางการจัดการความรู้นวัตกรรมด้านการเกษตรเพื่อสุขภาวะของผู้สูงอายุ 3. เพื่อทดลองใช้แนวทางการจัดการความรู้นวัตกรรมกระบวนการด้านการเกษตรเพื่อสุขภาวะของผู้สูงอายุในพื้นที่ปฏิบัติการ 4. ประเมินผลและถอดองค์ความรู้จากการนำใช้แนวทางจัดการความรู้นวัตกรรมกระบวนการด้านการเกษตรเพื่อสุขภาวะของผู้สูงอายุ เผยแพร่องค์ความรู้และขยายผลสู่กลุ่มเป้าหมายในพื้นที่อื่น 8.ขอบเขตของการวิจัย 8.1 พื้นที่ดำเนินการ ใช้พื้นที่ดำเนินการจากกลุ่มผู้สูงอายุในองค์การบริหารส่วนตำบลไกรนอก อำเภอกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัย 8.2 ประชากรกลุ่มเป้าหมาย ของการพัฒนาแนวทางการจัดการความรู้นวัตกรรมกระบวนการด้าน การเกษตรเพื่อสุขภาวะของผู้สูงอายุ ผู้วิจัยได้แบ่งวิธีการคัดเลือกกลุ่มเป้าหมายด้วยการสุ่มตัวอย่างแบบไม่ทราบความน่าจะเป็น (Nonprobability sampling ) การสุ่มกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง (Purposive sampling ) โดยแบ่งกลุ่มเป้าหมายเป็น 2 ระดับคือ 1.ระดับชุมชนท้องถิ่น ประกอบด้วย คณะทำงานผู้รับผิดชอบกลุ่มโรงเรียนผู้สูงอายุ กลุ่มผู้สูงอายุ ดังนี้ 1.1) คณะทำงานผู้รับผิดชอบกลุ่มโรงเรียนผู้สูงอายุ 1.2) ผู้สูงอายุในชุมชนที่เป็นแกนนำกลุ่มโรงเรียนผู้สูงอายุ 1.3) ผู้สูงอายุทั้งหมดที่เป็นสมาชิกของกลุ่มโรงเรียนผู้สูงอายุ 2. นักวิชาการ ที่ดำเนินงานศึกษาวิจัยในโครงการพัฒนาแนวทางการจัดการความรู้นวัตกรรมกระบวนการด้านการเกษตรเพื่อสุขภาวะของผู้สูงอายุ ได้แก่ นักวิชาการในพื้นที่ และ ทีมนักวิจัยจากสถาบันวิชาการ 8.3 ขอบเขตเนื้อหา แนวทางการจัดการความรู้ โดยมีกระบวนการและวิธีการในการจัดความรู้ด้านการเกษตรกรรมสำหรับผู้สูงอายุกรณีศึกษาโรงเรียนผู้สูงอายุตำบลไกรนอก อำเภอกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัย อันประกอบด้วย 1)กระบวนการแลกเปลี่ยนข้อมูลและความรู้ (Socialization: Interacting) โดยการค้นหาข้อมูลผู้สูงอายุในพื้นที่ (สภาพ ปัญหา ความต้องการ บริบท และความเหมาะสมของช่วงวัย) สืบค้นความรู้ด้านนวัตกรรมการเกษตรสำหรับผู้สูงอายุ และสอบถามผู้เชี่ยวชาญและปราชญ์ทางด้านการเกษตร 2)การจัดระบบความรู้และบูรณาการความรู้(Externalization and Combination ) ผ่านการประสานงานคณะทำงานวิจัยในพื้นที่ จัดประชุมคณะทำงานในพื้นที่ คณะทำงานและตัวแทนเกษตรกรผู้สูงอายุ ปราชญ์ในพื้นที่ ร่วมกันจัดทำคู่มือและแนวทางจัดการความรู้ที่เหมาะสมด้านเกษตรกรรมสำหรับผู้สูงอายุฯ 3)การปรับใช้ความรู้ เชื่อมโยงและขยายผล(Internalization) นำคู่มือ แนวทางและบทเรียนชุดวิชาการทำการเกษตรเพื่อผู้สูงอายุที่ได้ออกแบบไว้นำมาทดลองใช้ในกลุ่มผู้สูงอายุ จัดหาวิทยากร ปราชญ์ และผู้รู้ทางด้านการเกษตรเข้าร่วมในการจัดการเรียนรู้ผ่านฐานการเรียนรู้ สร้างการเรียนรู้ของผู้สูงอายุผ่านปฏิบัติการจริงในแปลงสาธิต จัดหาช่องทางการแบ่งปันผลผลิตและการตลาดผ่านเครือข่ายทั้งในและนอกชุมชน จัดเวทีขยายช่องทางการตลาดพื่อสร้างการเรียนรู้ทั้งภายในและภายนอกชุมชน 4) การวัดและประเมินผลการจัดการความรู้ (Assessment)ประเมินผลและถอดองค์ความรู้จากการนำใช้แนวทางจัดการความรู้นวัตกรรมกระบวนการด้านการเกษตรเพื่อสุขภาวะของผู้สูงอายุ เผยแพร่องค์ความรู้และขยายผลสู่กลุ่มเป้าหมายในพื้นที่อื่น 8.4 ขอบเขตเวลา ระยะเวลาในการดำเนินงาน 12 เดือน (นับจากวันลงนามในสัญญารับทุน) 9.ทฤษฎี สมมติฐานและ/หรือกรอบแนวความคิดของการวิจัย (รูปกรอบแนวคิดการวิจัย) คณะผู้วิจัยได้ปรับใช้แนวคิดของ Nonaka, Ikujiro and Takeuchi, Hirotaka (1995) ในการจัดการความรู้ดังมีรูปแบบและวิธีการดังนี้ ขั้นที่ 1 การแลกเปลี่ยนข้อมูลและความรู้ (Socialization: Interacting) 1. ค้นหาข้อมูลพื้นฐานและความต้องการองค์ความรู้ของผู้สูงอายุในพื้นที่ (สภาพ ปัญหา ความต้องการ บริบท และความเหมาะสมของช่วงวัย) 2. สืบค้นความรู้ด้านนวัตกรรมการเกษตรผู้สูงอายุ และสอบถามผู้เชี่ยวชาญและปราชญ์ทางด้านการเกษตร ซึ่งดำเนินการโดยทีมวิจัยร่วมกับทีมคณะทำงานและนักวิชาการในพื้นที่ ขั้นที่ 2 จัดระบบความรู้และบูรณาการความรู้ (Externalization and Combination ) 1.ร่วมกับคณะทีมทำานและนักวิชาการในพื้นที่ ตัวแทนคณะกรรมการเกษตรผู้สูงอายุ ปราชญ์ทางด้านการเกษตร นักวิชาการเกษตรในพื้นที่ร่วมกันยกร่างคู่มือและแนวทางการจัดการความรู้ที่เหมาะสมด้านเกษตรกรรมสำหรับผู้สูงอายุ โดยการจัดทำชุดวิชาเพื่อสร้างฐานการเรียนรู้ด้านการเกษตรที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุในพื้นที่ ขั้นที่ 3 ปรับใช้ความรู้ เชื่อมโยงและขยายผล (Internalization) 1.นำคู่มือ แนวทางและบทเรียนชุดวิชาการทำการเกษตรเพื่อผู้สูงอายุกับกลุ่มผู้สูงอายุที่ออกแบบไว้นำมาทดลองใช้ในกลุ่มผู้สูงอายุ 2. จัดหาวิทยากร ปราชญ์ และผู้รู้ทางด้านการเกษตรเข้าร่วมในการจัดการเรียนรู้ผ่านฐานการเรียนรู้ และ.สร้างวิทยากรประจำแหล่งเรียนรู้ด้านการเกษตรกรรมเพื่อสุขภาวะผู้สูงอายุในตำบล จำนวน 10 คน 3. สร้างการเรียนรู้ของผู้สูงอายุผ่านปฏิบัติการจริงในแปลงสาธิต พร้อมสื่อการเรียนรู้ต่างๆ และแผ่นพับเพื่อเผยแพร่องค์ความรู้จำนวน 1,000 แผ่น 4.จัดหาช่องทางการแบ่งปันผลผลิตและการตลาดผ่านเครือข่ายทั้งในและนอกชุมชน 5.จัดเวทีเพื่อสร้างการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทั้งภายในและภายนอกชุมชน ได้แก่ กลุ่มองค์กรชุมชนในพื้นที่ กลุ่มผู้สูงอายุในพื้นที่ใกล้เคียง ตัวแทนองค์กรท้องถิ่นท้องที่ในอำเภอ ตัวแทนจากเกษตรอำเภอและเกษตรตำบล ตัวแทนนักวิชาการ ขั้นที่ 4 วัดและประเมินผลการจัดการความรู้ (Assessment) ได้แก่ 1.ประเมินผลเชิงสุขภาวะของผู้สูงอายุใน 4 มิติ (กาย ใจ สังคม สติปัญญา) ผ่านสัมภาษณ์เชิงลึกและถอดบทเรียนกลุ่ม 2.ประเมินผลเชิงเศรษฐกิจในครัวเรือนผู้สูงอายุ (ลดรายจ่าย สร้างรายได้เสริม) ผ่านการจดบันทึกบัญชีครัวเรือน และการสัมภาษณ์เชิงลึก 3. ผลการทบทวนหลังปฏิบัติการของการใช้คู่มือ(AAR)โดยคณะทำงานวิจัยนักวิชาการในพื้นที่และภาคีร่วมพัฒนา 4.เวทีการนำเสนอผลการดำเนินงานต่อชุมชนและภาคีร่วมพัฒนา และร่วมรับฟังข้อเสนอแนะเพื่อพัฒนาไปสู่นโยบายสาธารณะของชุมชน 5.จัดทำหนังสือการจัดการความรู้นวัตกรรมกระบวนการด้านการเกษตรเพื่อสุขภาวะของผู้สูงอายุ อย่างน้อย 1 เล่ม 6.สรุปผลการวิจัยแนวทางการจัดการความรู้นวัตกรรมกระบวนการด้านการเกษตรเพื่อสุขภาวะของผู้สูงอายุ 10.เอกสารอ้างอิงของการวิจัย เครื่องมือการจัดการความรู้, เข้าถึงเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2562 จาก http://www.ubu.ac.th/web/files_up/44f2014062418042464.pdf บุญดี บุญญากิจ, นงลักษณ์ ประสพสุขโชคชัย, ดิสพงศ์ พรชนกนาถ และปรียววรณ กรรมล้วน. (2548).การจัดการความรู้...จากทฤษฎีสู่การปฏิบัติ. กรุงเทพฯ: สถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ. ปัทมา ว่าพัฒนวงศ์, และปราโมทย์ ประสาทกุล. (2556). ประชากรไทยในอนาคต. ค้นเมื่อ 13 เมษายน 2556, จากhttp://www.ipsr.mahidol.ac.th/IPSR/AnnualConference/ConferenceII/Article/Article02.htm ไทยรัฐออนไลน์.(2562). “เกษตรกรไทยสูงวัย ชี้ชะตาอู่ข้าวอู่น้ำ” เข้าถึงเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2562. เข้าถึงจาก https://www.thairath.co.th/news/local/1357549 มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย. (2553). การทบทวนและสังเคราะห์องค์ความรู้ผู้สูงอายุไทย พ.ศ.2545-2550. กรุงเทพฯ: ทีคิวพี. วารสารเคะเกษตร. “นวัตกรรมองุ่นต้นเตี้ย งานวิจัยต่อยอดจากองุ่นระบบใหม่โครงการหลวง”, เข้าถึงเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2562 , เข้าถึงได้จาก https://www.kehakaset.com/articles_details.php?view_item=810 ดนชิดา วาทินพุฒิพร และณิชาพร ศรีนวล. รายงานสรุปบทเรียนปัญหาผู้สสูงอายุในภาคเกษตรของตำบลไกรนอกในเบื้องต้น. เวทีการสรุปบทเรียนปัญหาผู้สูงอายุในภาคเกษตร ของนักเรียนโรงเรียนผู้สูงตำบลไกรนอก อ.กงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัย วันที่ 15 กันยายน 2562, สุโขทัย: องค์การบริหารส่วนตำบลไกรนอก ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร,สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์. (2562) “เกษตรกร 4.0 กับ Application ส่งเสริมการผลิต” เข้าถึงเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2562 .เข้าถึงได้จาก http://s2.totacademy.com/web/de_netp/training/download/1/95.pptx สำนักนายกรัฐมนตรี สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. สรุปสาระสำคัญแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่สิบสองพ.ศ. ๒๕๖๐ - ๒๕๖๔.เข้าถึงเมื่อวันที่ 28 กันยายน 2562. เข้าถึงจาก https://www.nesdb.go.th/download/plan12/สรุปสาระสำคัญแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังแห่งชาติฉบับที่12.pdf องค์การบริการส่วนตำบลไกรนอก (2561ก). ข้อมูลพื้นฐานและบริบทของพื้นที่ ตำบลไกรนอก อำเภอกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัย. สุโขทัย: องค์การบริหารส่วนตำบลไกรนอก อ.กงไกรลาศ จ.สุโขทัย ________________________(2561ข).หลักสูตรโรงเรียนผู้สูงอายุตำบลไกรนอก รุ่นที่ 6. สุโขทัย: องค์การบริหารส่วนตำบลไกรนอก อ.กงไกรลาศ จ.สุโขทัย อัญชลี นวลศรี. (2562). “สังคมสูงวัยกับแรงงานภาคการเกษตรไทย” เข้าถึงเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2562. เข้าถึงจาก http://wiki.ocsc.go.th/_media/514.pdf Kazue Haga.(2018). "Innovation in Rural Japan and Residents Meeting the Challenges of Aging and Shrinking Agricultural Community" in Journal of Innovation Economics &Management. 25(2018/1),pp. 87-110 Nonaka, Ikujiro and Takeuchi, Hirotaka (1995), The knowledge creating company: how Japanese companies create the dynamics of innovation, New York: Oxford University Press, p. 284, ISBN 978-0-19-509269-1 10.การทบทวนวรรณกรรม/สารสนเทศ (Information) การจัดการความรู้ ความรู้ (Knowledge) คือสิ่งที่ได้จากกระบวนการที่มนุษย์รับข้อมูลผ่านกระบวนการคิด เปรียบเทียบ เชื่อมโยง จนเกิดเป็นความเข้าใจและนำไปใช้ ส่วนความรู้ขั้นสูงสุดคือ ปัญญา (Wisdom) เป็นความรู้ที่สะสมหรือฝังอยู่ในตัวบุคคล การเลือกวิธีการบริหารจัดการความรู้ ได้อย่างเหมาะสม ควรรู้ว่าเราไม่สามารถถ่ายทอดความรู้ได้โดยง่ายเสมอไป เนื่องจาก ความรู้มี 2 ประเภท (Nonaka and Takeuchi, 1995) ที่ คือ 1) Tacit Knowledge เป็นความรู้ที่ได้จากประสบการณ์ พรสวรรค์ หรือสัญชาติญาณของแต่ละบุคคลในการทำความเข้าใจในสิ่งต่างๆ เป็นความรู้ที่ไม่สามารถถ่ายทอดออกมาเป็นคำพูด หรือลายลักษณ์อักษรได้โดยง่าย เช่น ทักษะในการทำงาน งานฝีมือ หรือการคิดเชิงวิเคราะห์ บางคนเรียกว่าเป็น ความรู้แบบนามธรรม 2)Explicit Knowledge เป็นความรู้ที่สามารถรวบรวม ถ่ายทอดได้โดยผ่านวิธีการต่างๆ เช่น ลายลักษณ์อักษร ทฤษฎี คู่มือต่างๆ และบางครั้งเรียกว่าเป็น ความรู้แบบรูปธรรม กระบวนการ Knowledge Spiral หรือ SECI Model ซึ่งคิดค้นโดย Ikujiro Nonaka และ Takeuchi จากกระบวนการข้างต้นการปรับเปลี่ยนและสร้างความรู้จะเกิดขึ้นได้ 4 รูปแบบ คือ Socialization, Externalization Combination และ Internalization (บุญดี บุญญากิจ, นงลักษณ์ ประสพสุขโชคชัย, ดิสพงศ์ พรชนกนาถ และปรียววรณ กรรมล้วน,2548) ดังนี้ 1)Socialization: การแบ่งปันและสร้าง Tacit knowledge จาก Tacit knowledge ของผู้สื่อสารระหว่างกัน โดยการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ตรง 2)Externalization: การสร้างและแบ่งปันความรู้จากสิ่งที่มีและเผยแพร่ออกมาเป็นลายลักษณ์อักษร เป็นการแปลงจาก Tacit knowledge เป็น Explicit knowledge 3)Combination: เป็นการแปลง Explicit knowledge จาก Explicit knowledge โดยรวบรวมความรู้ประเภท Explicit ที่เรียนรู้ มาสร้างเป็นความรู้ประเภท Explicit ใหม่ 4)Internalization: เป็นการแปลง Explicit knowledge มาเป็น Tacit knowledge มักจะเกิดจากการนำความรู้ที่เรียนรู้มาไปปฏิบัติ เครื่องมือหนึ่งในการจัดการความรู้เพื่อถูกนำไปใช้ในทางปฏิบัติที่สำคัญเครื่องมือหนึ่งคือคู่มือการปฏิบัติงาน(Work Manual) เปรียบเสมือนแผนที่บอกเส้นทางการทำงานที่มีจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดของกระบวนการ ระบุถึงขั้นตอนและรายละเอียดของกระบวนการต่าง ๆ มักจัดทำขึ้นสำหรับงานที่มี ความซับซ้อน มีหลายขั้นตอน และเกี่ยวข้องกับหลายคน สามารถปรับปรุงเปลี่ยนแปลงเมื่อมีการปลี่ยนแปลงการปฏิบัติงาน ทั้งนี้เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานไว้ใช้อ้างอิงมิให้เกิดความผิดพลาดในการปฏิบัติงาน ขนิษฐา นันทบุตร, 2557 ในหนังสือคู่มือการจัดการความรู้พัฒนาระบบการดูแลผู้สูงอายุโดย พบว่าผู้สูงอายุมีปัญหาและความต้องการ และมีความจำเป็นต้องมีการพัฒนาระบบการดูแลดังนี้ ปัญหาและความต้องการด้านสังคมและเศรษฐกิจ ประกอบด้วย 4.1) ยากจนไม่มีรายได้เนื่องจากไม่ได้สะสมทรัพย์สินเงินทองไว้ขาดการพัฒนาศักยภาพด้านอาชีพ ต้องพึ่งพา ครอบครัว สังคม ทั้งด้านสุขภาพการเงิน 4.2) มีแนวโน้มอยู่คนเดียว หรืออยู่กับคู่สมรสโดยไม่มีบุตรหลานดูแล ต้องการกายอุปกรณ์เพื่อช่วยเหลือในการดำเนินชีวิตประจำวัน และ สิ่งอำนวยความสะดวกและป้องกันอุบัติเหตุ เช่น รถเข็น วอกเกอร์ ไม้ค้ำยัน ไม้เท้า เตียงบอลลูน เป็นต้น 4.3) ผู้สูงอายุในชุมชนถูกทิ้งให้อยู่บ้านรับภาระเลี้ยงหลานเพิ่มขึ้นเนื่องจากสังคมทุนนิยมที่ลูกหลานต้องออกไปทำงานในเมือง เพื่อหารายได้จุนเจือครอบครัว 4.4) ผู้สูงอายุได้รับการสนับสนุนทางสังคมจากกลุ่ม องค์กรที่เกี่ยวข้องไม่ครอบคลุม และทั่วถึงในด้าน 4.4.1) การส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่น ต้องการให้ค้นหาปราชญ์ คนเก่งด้านต่างๆ และส่งเสริมการถ่ายทอดต่อคนรุ่นหลังให้ชัดเจน 4.4.2) การสนับสนุนการรวมกลุ่มทางสังคมเพื่อทำกิจกรรมร่วมกัน เช่น การรวมกลุ่มออกกำลังกายรวมกลุ่มทำอาชีพ เป็นต้น 4.4.3) การช่วยเหลือทางสังคม เช่น การสนับสนุนด้านกายอุปกรณ์เพื่อช่วยเหลือในการดำ เนินชีวิตประจำวัน เช่น รถเข็น ไม้ค้ำยัน ไม้เท้า ที่นอนป้องกันแผลกดทับ เป็นต้น 4.4.4) การจัดตั้งกองทุนสวัสดิการด้านผู้สูงอายุ หรือขยายการจัดสวัสดิการ เช่น สวัสดิการช่วยเหลือยามเจ็บป่วย เสียชีวิต การสนับสนุนให้มีสวัสดิการสำหรับผู้สูงอายุที่ครอบคลุม และทั่วถึง การสนับสนุนการเข้าเป็นสมาชิกกองทุนด้านสวัสดิการอย่างครอบคลุม เป็นต้น สังคมสูงวัยในภาคเกษตรกรรม ในสถานการณ์สูงวัยกับผลิตภาพและการทำเกษตรของครัวเรือนเกษตรไทย (สมรัฐมิ์ จันทรัตน์ , บุญธิดา เสงี่ยมเนตร, วิษณุ อรรถวานิช และ จิรัฐ เจนพึ่งพร, 2019) พบว่า สถานการณ์สูงวัยในครัวเรือนเกษตร อาจเป็นปัจจัยฉุดรั้งต่อการพัฒนาของภาคเกษตรไทย การลดลงของแรงงานอายุน้อยในครัวเรือนเกษตรซึ่งอาจเป็นอุปสรรคในการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มผลผลิตภาพในภาคการผลิต การออกแบบกลไกการยกระดับผลิตภาพในสภาวะสังคมสูงวัยด้วยการเผยแพร่เทคโนโลยีและนวัตกรรมในภาคเกษตรไทย ต้องคำนึงถึงสถานการณ์สูงวัยของครัวเรือนที่แตกต่างเชิงพื้นที่โครงสร้างครัวเรือน และกิจกรรมทางเกษตร ซึ่งพบว่าครัวเรือนที่มีแรงงานสูงวัยมักเป็นครัวเรือนหลายรุ่น ซึ่งหากมีกระบวนการจัดสรรทรัพยากรในครัวเรือนอย่างเหมาะสม ผสานประสบการณ์ ภูมิปัญญาและสินทรัพย์ที่สำคัญจากแรงงานสูงอายุ เข้ากับความสามารถในการเรียนรู้ ปรับตัวและตัดสินใจยอมรับเทคโนโลยีของแรงงรานอายุน้อยกว่า ก็อาจสามารถพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาสและบรรเทาผลกระทบจากสังคมสูงวัยไปได้ การให้ความสำคัญต่อการพัฒนานวัตกรรมทางการเกษตรนั้นอยู่ภายใต้นโยบายเกษตร 4.0 ที่เกิดขึ้นจากโมเดลการพัฒนาทางเศรษฐกิจ “ไทยแลนด์ 4.0” ซึ่งเป็นวิสัยทัศน์เชิงนโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทย หรือ โมเดลพัฒนาเศรษฐกิจของรัฐบาล ภายใต้การนำของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่เข้ามาบริหารประเทศบนวิสัยทัศน์ที่ ว่า “มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน” ที่มีภารกิจสำคัญในการขับเคลื่อนปฏิรูปประเทศด้านต่าง ๆ เพื่อปรับแก้ จัดระบบ ปรับทิศทาง และสร้างหนทางพัฒนาประเทศให้เจริญ สามารถรับมือกับโอกาสและภัยคุกคามแบบใหม่ๆที่เปลี่ยนแปลงอย่างเร็ว รุนแรงในศตวรรษที่ 21 ได้ นโยบายไทยแลนด์ 4.0 มีจุดเน้น 5 ด้าน ได้แก่ 1) กลุ่มอาหาร เกษตร และเทคโนโลยีชีวภาพ 2) กลุ่มสาธารณสุข สุขภาพ และเทคโนโลยีทางการแพทย์ 3) กลุ่มเครื่องมืออุปกรณ์อัจฉริยะ หุ่นยนต์ และระบบเครื่องกลที่ใช้อิเล็กทรอนิกส์ควบคุม 4) กลุ่มดิจิตอล เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตเชื่อมต่อและบังคับอุปกรณ์ต่างๆ ปัญญาประดิษฐ์ 5) กลุ่มอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ วัฒนธรรม และบริการที่มีมูลค่าสูง (ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร,สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์} 2562)ในส่วนของนโยบายเกษตร 4.0 นั้น ประกอบด้วยการพัฒนาภาคเกษตรกรรมในมิติต่างๆ ดังนี้ 1) ส่งเสริมเกษตรกรให้เข้าถึงข้อมูลได้ง่าย 2) เพิ่มศักยภาพการผลิตสินค้าเกษตรให้เพียงพอต่อการบริโภคในประเทศ 3) คิดค้นและพัฒนานวัตกรรมรวมถึงเทคโนโลยีที่ทันสมัย 4.) แก้ไขปัญหาหนี้สินของเกษตรกร 5) พัฒนาปรับปรุงกฎระเบียบที่มีอยู่ให้ทันสมัย 6) เน้นทำปศุสัตว์แปลงใหญ่ให้ความสำคัญกับอาหารสุขภาพ 7) เพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร 8) ปรับการผลิตให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ 9) เน้นทำวิจัยและพัฒนาเพิ่มขึ้น 10) บูรณาการการทำงานร่วมกันในทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ครอบคลุมทุกมิติ เสาวณี จันทะพงษ์และพรชนก เทพขาม (2561: 4) มองว่าการพัฒนาภาคการเกษตรไทยที่ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมในยุค Digital Economy เป็นกลไกหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากของประเทศและพัฒนาอย่างมีส่วนร่วมโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง โดยเสนอให้ใช้หลัก 3 ต. คือ ต่อ เติม แต่ง ได้แก่ (1) หลักการ “ต่อ” ความรู้และภูมิปัญญาชาวบ้านดั้งเดิมที่มีคุณค่าและความรู้ใหม่ ซึ่งเป็นการแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างเกษตรกรด้วยกันเอง ส่งเสริมให้เกิดการรวมกลุ่มของเกษตรกรรายย่อย ความเข้มแข็งของสหกรณ์การเกษตรอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ลดต้นทุนการเช่าระบบเครื่องจักรกลทางการเกษตรในกลุ่มสมาชิกและเป็นข้อต่อเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างภาครัฐและเกษตรกร (2) หลักการ “เติม” ความรู้จากงานวิจัยหรือการคิดค้นเทคโนโลยี และนวัตกรรมใหม่ๆ จากหน่วยงานรัฐและสถาบันการศึกษาถ่ายทอดเชื่อมโยงภาคทฤษฎี สู่ภาคปฏิบัติจริงไปยังเกษตรกรรายย่อย พร้อมให้คำปรึกษาแก่เกษตรกร (Smart Office) รวมทั้งภาครัฐควรรับฟังความคิดเห็นของเกษตรกรและให้เกษตรกรเป็นผู้ขับเคลื่อนนโยบายในทางปฏิบัติ (3) หลักการ “แต่ง” ทัศนคติและค่านิยมใหม่ว่าเกษตรกรคือ “ผู้ประกอบการฐานรากที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ” เป็นอาชีพที่มีคุณค่าด้านเศรษฐกิจและวัฒนธรรมรวมทั้งได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติและมีอิสระ ส่งเสริมค่านิยมของเกษตรอินทรีย์ให้เป็นความรับผิดชอบของสังคมต่อผู้บริโภค รัฐควรสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวเชิงเกษตรมากยิ่งขึ้น แนวคิดเรื่งของการให้ความสำคัญกับ "ผู้ประกอบการ" เป็นส่วนหนึ่งในการวางแผนการผลิต การบริหารจัดการ ขับเคลื่อนในการพัฒนาภาคเกษตรโดยปรับใช้นวัตกรรมเกษตรที่เหมาะสมแก่สภาพร่างกายและบริบททางสังคม ดังจะเห็นได้จากงานวิจัยของ Kazue Haka (2018) ได้เสนอว่าความสำเร็จในการทำการตลาดนอกเมืองคามิคัทเกิดขึ้นจากแนวคิดเกี่ยวกับข้อกำหนดของธุรกิจใหม่ของคุณโยโกอิชิ ข้อแรกคือ สาระของการทำธุรกิจไม่ควรนำเสนอข้อเสียในเชิงเปรียบเทียบระหว่างชาวนาสูงวัยกับชาวนาหนุ่มสาว กลุ่มผู้สูงอายุอาจไม่ได้อยู่ในการเพาะปลูกพืชในแปลงขนาดใหญ่และพืชที่มีน้ำหนักมากเช่นฟักทอง แต่พวกเขาทำงานได้ดีในส่วนของการปลูกผลผลิตที่มีน้ำหนักเบา สองก่อนการตัดสินใจปลูกควรสำรวจความต้องการบริโภคจากตลาดของตำบลในเมืองเสียก่อนตัดสินใจเพาะปลูก และสามสินค้าควรมีความโดดเด่นเฉพาะ สามารถควบคุมความได้เปรียบทางการตลาดในด้านทรัพยากรทางธรรมชาติและสถานที่ตั้งของเมืองคามิคัทสึ สินค้าของอิโรโดริเป็นสินค้าที่ตกแต่งด้วยใบไม้สำหรับภัตาคารญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม และง่ายสำหรับชาวนาสูงอายุผู้หญิงเพราะมีน้ำหนักเบาและเล็ก ความรู้เหล่านี้มาจากการที่คุณโยโกอิชิได้ตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงทางสังคมอย่างรวดเร็วในช่วงแรกและผสมผสานแนวคิดนี้เข้าสู่แนวคิดทางธุรกิจ การเตรียมใบไม้การเตรียมใบไม้จะทำโดยพ่อครัวฝึกหัดในร้านอาหารญี่ปุ่น เมื่อวิถีชีวิตเปลี่ยนในช่วงทศวรรษที่ 1970 คุณโยโกอิชิเข้าใจเรื่องนี้ดีเขาจึงหาโอกาสจากการสร้างสินค้านวัตกรรมที่มีกลยุทธ์ที่ Kim and Mauborgne(2005; Kazue Haka, 2018) เรียกว่า “Blue Ocean Strategy” ซึ่งเป็นการสร้างการตลาดแบบใหม่ที่นำเสนอคุณค่าใหม่นั่นเอง ในกรณีนี้ความต้องการของลูกค้ามาจากร้านอาหารญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมในเมืองต่างๆ ด้วยต้นตำรับอาหารญึ่ปุ่นที่มีความซับซ้อน เมืองคามิคัทสึมีข้อได้เปรียบในเชิงภูมิศาสตร์ ซึ่งห่างไกลเกินไปจากเมืองเกียวโตและโอซาก้าในการเดินทางไปทำงานทุกวัน แต่ก็ยังถือว่ามีความใกล้พอที่จะแลกเปลี่ยนมุมมองทางวัฒนธรรมและประเพณีกับคนเมืองเหล่านี้ ซึ่งเป็นที่ที่พัฒนาอาหารญี่ปุ่นไปไกลและได้รับความนิยมอย่างมาก เมื่อเทียบกับภาคอื่นๆ อย่างโทโฮกุทางตอนเหนือของญี่ปุ่น การต้อนรับลูกค้าจากนอกเมืองคามิคัทสึ อิโรโดริได้พัฒนาระบบตอบสนองการสั่งซื้อสินค้าอย่างรวดเร็วและแม่นยำ บริษัทอิโรโดริได้นำเครื่องส่งแฟกส์ คอมพิวเตอร์ แทปเล็ต และสมาร์ทโฟน เพื่อสร้างระบบการสื่อสารที่เหมาะสมกับชาวนาที่เข้าร่วม ที่จริงแล้วมีการใช้เครื่องคอมพิวเตอร์แบบสั่งตัดซึ่งมีเมาส์และคีย์บอร์ดที่ง่ายต่อการใช้งานตรงตามความชอบและความสามารถของชาวนาสูงวัย ระบบข้อมูลที่ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศทำให้ชาวนาสามารถตอบกลับออเดอร์จากลูกค้าได้โดยตรง และกระตุ้นให้เกิดแรงจูงใจและมีสุขภาพจิตที่ดีในกลุ่มชาวนา ตามที่ Hirschman(1958) ได้อภิปรายไว้ มีการเชื่อมโยงเชิงบวกระหว่างการเกษตรกับเทคโนโลยีสารสนเทศ คุณโยโกอิชิได้เชื่อมโยงงบประมาณในการนำใช้เทคโนโลยีสารสนเทศโดยไม่ได้ใช้เงินจากภาครัฐหรือสร้างกำแพงในการพัฒนากิจการ ซึ่งนี่เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้อิโรโดริประสบความสำเร็จ ในขณะที่Toray Industries Construction Co., Ltd. และ สถาบันวิจัยโทรคมนาคมขั้นสูง เมือง Seika จังหวัดเกียวโต มีโครงการสาธิต การแบ่งปันฟาร์มเกษตรผ่านระบบออนไลน์ โดยแปลงเกษตรพื้นทรายยกสูงในเรือนกระจก โมเดลใหม่เพื่อเพิ่มการจ้างงานในระดับภูมิภาคสำหรับผู้สูงอายุและสตรี 2561 โครงการนี้ได้ชูนวัตกรรมกระบวรการอย่างToray Farm Model เป็นรูปแบบโมเดลการทำเกษตรรูปแบบใหม่ ที่สามารถเพิ่มการจ้างงานในระดับภูมิภาคสำหรับกลุ่มผู้สูงอายุและสตรีอย่างได้ผลโดยนวัตกรรมที่ได้นำมาปรับใช้สำหรับการเกษตรสำหรับผู้สูงอายุในโมเดลนี้ดังนี้ (1) การจัดทำแปลงเกษตรบนพื้นทราย ยกสูง จากนั้นใช้ปุ๋ยเหลวในการดูแลผัก ซึ่งการใช้พื้นทรายมาเป็นพื้นที่ทำแปลงเกษตรนี้ ทำให้ไม่ต้องออกแรงมากในการทำงาน จึงไม่ส่งผลเสียต่อสุขภาพร่างกายของเกษตรกรทุกเพศทุกวัยทั้งในระยะสั้นและระยะยาว(2) ไม่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์การเกษตรใดๆ จึงมีส่วนช่วยลดอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับผู้ทำงานอย่างได้ผล คุณสมบัตินี้นับว่าเป็นโอกาสสำหรับ ‘ผู้สูงอายุ’ ที่จะได้ทำงาน สร้างรายได้ ดูแลตนเองและครอบครัว ทำให้ใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณค่า ด้วยเหตุนี้ รัฐบาลจึงให้การสนับสนุนโมเดลการเกษตรนี้ ในฐานะที่นวัตกรรมนี้มีส่วนช่วยสร้างคุณค่าให้กับกลุ่มผู้สูงอายุ เป็นเกราะป้องกัน ความเหงา ความเศร้า จากการไม่ได้ทำงาน ทำให้สุขภาพผู้สูงอายุยืนยาวขึ้นได้ในที่สุด (3) Toray farm ตั้งอยู่ในเรือนกระจกที่มีความแข็งแกร่ง ปลอดภัย เป็นแปลงเกษตรแบบยกพื้นสูง มีนั่งร้านที่สามารถปรับระดับความสูงได้ จึงไม่ส่งผลกระทบต่อสรีระร่างกายระหว่างทำเกษตร และยังสามารถติดตั้งได้ในพื้นที่ที่มีความสูงต่างระดับ นอกจากนี้ นั่งร้านยังมีโครงสร้างรองรับการต่อเติมได้ถึง 2 ชั้น หากต้องการเพิ่มพื้นที่เกษตร ซึ่งเป็นการลดต้นทุนและสะดวกต่อการดูแลผลผลิตด้วย (4) ติดตั้งระบบเก็บรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสภาพแวดล้อมของการเพาะปลูกและสภาพการทำเกษตรกรรม เช่น ข้อมูลทางกายภาพของเกษตรกร ข้อมูลสภาพแวดล้อมในการทำเกษตร อาทิ อุณหภูมิ ความชื้น ระบบชลประทาน แสงสว่าง (5) ออกแบบโปรแกรมจับคู่ระหว่างเกษตรกรและผู้ให้ยืมพื้นที่ หรือเจ้าของแปลงเกษตรที่ต้องการผู้ช่วยเหลือในการทำเกษตร โดยกำหนดเวลาและเนื้อหางานของทั้ง 2 ฝ่าย ให้ตรงกัน ผ่านระบบส่งอีเมลอัตโนมัติไปยังเกษตรกรเพื่อแจ้งให้ทราบว่า มีผู้ต้องการความช่วยเหลือและต้องการคนทำงานเกษตร (6) ข้อมูลสำคัญที่ได้รับจากอุปกรณ์ตรวจรับสัญญาณที่เกษตรกรสวมใส่ขณะทำงานจะถูกบันทึกไว้ใน hitoe ที่คิดค้นโดยบริษัท Toray Industries, Inc ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยเกษตรกรในการเลือกงานที่เหมาะสมกับสภาพร่างกายของแต่ละคน (7) ริเริ่มแนวคิด ‘ระบบเกษตรกรรมที่สัมผัสได้’ นั่นคือ ผู้ให้ยืมพื้นที่ในการเพาะปลูกจะสามารถตรวจเช็คสภาพแปลงเกษตรและได้รับข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปกับความคิดเห็นจาก เกษตรกรที่ทำการเกษตรให้เจ้าของพื้นที่แบบเรียลไทม์ อาทิ ระบบจะจัดส่งข้อมูลสภาพชลประทานในแปลงเกษตร สภาวะร่างกายของเกษตรกรขณะที่ทำงาน ซึ่งจะแจ้งไปยังผู้ให้ยืมพื้นที่ทันทีหากมีความผิดปกติเกิดขึ้น (8) ภายในฟาร์มได้ติดตั้งอุปกรณ์อัจฉริยะต่างๆ เพื่อใช้สำหรับสร้างสภาพแวดล้อมการเพาะปลูกที่สะดวกสบาย อาทิ ระบบจ่ายน้ำและปุ๋ยอัตโนมัติ ม่านกรองแสงเปิด-ปิดอัตโนมัติ พัดลมระบายอากาศอัตโนมัติ ฯลฯ ขณะที่งานศึกษาเรื่องการพัฒนาการเกษตรเพื่อผู้สูงอายุในประเทศไทย วิไลลักษณ์ รัตนเพียรธัมมะ (2558) ศึกษาเรื่องรูปแบบการทำเกษตรประณีตสำหรับผู้สูงอายุ ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างรูปแบบการทำการเกษตรประณีตตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสำหรับผู้สูงอายุ โดยทำการศึกษาตามแนวทางการดำเนินชีวิตตามปรชัญาเศรษฐกจิพอเพียง แนวคิด หลักการ และวิธีการปฏิบัติในการทำเกษตรประณีตมีปัจจัย ที่ส่งผลต่อความสำเร็จและปัญหาอุปสรรคในการทำเกษตรประณีต ซึ่งพบว่า ปราชญ์ชาวบ้านมีการดำเนินชีวิตโดยยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เริ่มจากการทำในพื้นที่กล็ไปหาใหญ่ ตามกำลังความสามารถของตนเองและครอบครัว ปลูกพืชทุกอย่างที่กิน และพืชใช้งานตามหลักปลูกพืช 3 อย่างประโยชน์ 4 อย่าง ส่วนที่เหลือมีการแจกจ่าย และจำหน่าย ลดการใช้ปุ๋ยและสารเคมี ใช้ทรัพยากรในพื้นที่ มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ มุ่งสู่การพึ่งตนเอง ลดการพึ่งพิงจากภายนอก ซึ่งรูปแบบดังกล่าวมีองค์ประกอบ. ด้านสุขภาพ การมีพื้นที่ มีความรู้ด้านการเกษตร ด้านการจัดการ การออมและการจดบนัทกึ ทั้งในขั้นตอนการทำงานเกษตรประณีตเริ่มจาการค้นหาตัวเอง การวิเคราะห์ข้อมูลและทรัพยากรที่มีอยู่ ตั้งใจและตัดสินใจทำทันที จัดทำบัญชีครัวเรือน ทำอย่างสม่ำเสมอต่อเนื่องรวมทั้งร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเครือข่าย โดยปัจจัยความสำเร็จของการทำเกษตรประณีตได้อย่างยั่งยืนมีองค์ประกอยด้านชีวภาพ เศรษฐกิจสังคม การศึกษา และความพอเพียง นอกจากในแง่ของการสร้างรูปแบบการทำเกษตรประณีตแล้ว เรายังพบว่า มีการพัฒนานวัตกรรมที่เกมาะสมกับผู้สูงอายุ โดยสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน)ร่วมกับสถานีเกษตรหลวงปางดะ พัฒนานวัตกรรมองุ่นต้นเตี้ย เพื่อให้สะดวกต่อการปฏิบัติงานสำหรับผู้สูงอายุที่มีปัญหาทางด้านร่างกาย ซึ่งพัฒนาออกมา 2 รูปแบบได้แก่ การพัฒนาทรงตัว (Y) และแบบตัววานดัดแปลงแบบยืนทำงานซึ่งมีกิ่งโครงสร้างหลักสูงจากพื้น 80 ซม. และแบบนั่งทำงานำหรับผู้สูงอายุที่มีปัญหาด้านสุขภาพ ซึ่งมีกิ่งโครงสร้างหลักสูงจากพื้น 50 ซม. ระยะห่างระหว่างต้น 6-8 เมตร คูณกับระยะระหว่างแถวสามารถปรับให้เหมาะสมกับโครงสร้างของโรงเรือน และความสะดวกในการทำงานทรงของต้นให้ผลผลิตได้ดี และได้รับความสนใจจากชาวสวนองุ่นซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุนั่นเอง(วารสารเคหการเกษตร, 2562) 11.ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ 1.ประโยชน์เชิงวิชาการ 1) ได้ข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับเกษตรกรรมเพื่อผู้สูงอายุที่ และการจัดการความรู้ด้านการเกษตรที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุ 2) ได้คู่มือและรูปแบบการจัดการความรู้นวัตกรรมด้านการเกษตรเพื่อสุขภาวะของผู้สูงอายุ 3) เกิดเวทีนำเสนอรูปแบบการจัดการความรู้นวัตกรรมด้านการเกษตรเพื่อสุขภาวะของผู้สูงอายุ 2.ประโยชน์เชิงสาธารณะ 1) ได้เกิดแปลงเกษตรสาธิตของผู้สูงอายุในพื้นที่ เกิดเครือข่ายผู้สูงอายุ เกิดกลุ่มเชื่อมโยงจากกระบวนการจัดการความรู้ เช่น เครือข่ายทางการตลาด เครือข่ายทางวิชาการ เครือข่ายสุขภาพ เป็นต้น 2) เกิดข้อมูลที่จะพัฒนาสู่นโยบายสาธารณะ ซึ่งเป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์เป็นแนวทาง กิจกรรมตอบสนองความต้องการอันจำเป็นและต้องเกิดในสังคม โดยการนำเสนอต่อผู้ที่เกี่ยวข้องและองค์กรที่สามารถหนุนเสริมกิจกรรมด้านการเกษตรของผู้สูงอายุ ด้วยวิธีปฏิบัติที่ถูกต้อง สอดคล้องกับบริบท สภาพความเป็นจริง ตามความต้องการและเหมาะสมกับช่วงวัยของกลุ่มผู้สูงอายุ เพื่อให้เกิดการพัฒนาศักยภาพ และมีความต่อเนื่องอย่างเป็นระบบแบบแผนในการพัฒนาระยะต่อไป 12.แผนการถ่ายทอดเทคโนโลยีหรือผลการวิจัยสู่กลุ่มเป้าหมายเมื่อสิ้นสุดการวิจัย 1) มีการเผยแพร่องค์ความรู้จากการวิจัยและเทคโนโลยีในหลายช่องทาง คือ 1.มีคู่มือที่ผ่านการปรับปรุงตามข้อเสนอแนะจากคณะทำงานวิจัยนักวิชาการในพื้นที่และภาคีร่วมพัฒนา 2.จัดทำเวทีนำเสนองานผลการดำเนินงานต่อชุมชนและภาคีร่วมพัฒนา 3.จัดทำหนังสือการจัดการความรู้นวัตกรรมกระบวนการด้านการเกษตรเพื่อสุขภาวะของผู้สูงอายุ 4.มีการตีพิมพ์องค์ความรู้ในวารสาร TCI/ISI อย่างน้อย 1 ฉบับ 2) มีการบูรณาการความรู้ และนวัตกรรมสู่การเรียนการสอนการบริการวิชาการและการวิจัย โดยการที่ อาจารย์นำความรู้จากการศึกษาไปปรับปรุงการเรียนการสอนหรือปรับปรุงหลักสูตร 13.วิธีการดำเนินการวิจัย และสถานที่ทำการทดลอง/เก็บข้อมูล วิธีการดำเนินการวิจัย โดยมีกระบวนการและวิธีการ ในการจัดความรู้ด้านการเกษตรกรรมสำหรับผู้สูงอายุ กลุ่มโรงเรียนผู้สูงอายุตำบลไกรนอก อำกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัย โดยมีระยะการดำเนินการวิจัยใน 4 ระยะ ประกอบไปด้วย 4 ชุดกิจกรรมย่อย คือ ชุดกิจกรรมที่ 1 ศึกษาข้อมูลพื้นฐานรูปแบบการทำเกษตรกรรมที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุ ชุดกิจกรรมที่ 2 พัฒนาคู่มือและแนวทางการจัดการความรู้นวัตกรรมด้านการเกษตรเพื่อสุขภาวะของผู้สูงอายุ ชุดกิจกรรมที่ 3 เพื่อพัฒนาแนวทางการจัดการความรู้นวัตกรรมกระบวนการด้านการเกษตรเพื่อสุขภาวะของผู้สูงอายุ และชุดกิจกรรมที่ 4 เพื่อประเมินผลและถอดองค์ความรู้จากการนำใช้แนวทางจัดการความรู้นวัตกรรมกระบวนการด้านการเกษตรเพื่อสุขภาวะของผู้สูงอายุ เผยแพร่องค์ความรู้และขยายผลสู่กลุ่มเป้าหมายในพื้นที่อื่น ระยะเวลาในการดำเนินงาน 12 เดือน (นับจากวันลงนามในสัญญารับทุน) และมีแผนปฏิบัติการดัง ตารางที่ 1 แผนปฏิบัติการ ผลผลิต ผลลัพธ์ ตามระยะเวลา ตารางที่ 1 แผนปฏิบัติการ ผลผลิต ผลลัพธ์ ตามระยะเวลา กิจกรรม ผลผลิต ผลลัพธ์ ไตรมาส ที่ 1 ไตรมาส ที่ 2 ไตรมาส ที่ 3 ไตรมาสที่ 4 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 ชุดกิจกรรมที่ 1 ศึกษาข้อมูลพื้นฐานรูปแบบการทำเกษตรกรรมที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุ 1).จัดประชุมทีมนักวิจัยเพื่อชี้แจงแนวคิดและหลักการการพัฒนาแนวทางการจัดการความรู้นวัตกรรมกระบวนการด้านการเกษตรเพื่อสุขภาวะของผู้สูงอายุ 1) ทีมนักวิจัยทราบแนวคิดและหลักการการพัฒนาแนวทางการจัดการความรู้นวัตกรรมกระบวนการด้านการเกษตรเพื่อสุขภาวะของผู้สูงอายุ / 2).ศึกษาข้อมูลจากเอกสารที่เกี่ยวข้อง 1) ข้อมูลจากเอกสารที่เกี่ยวข้อง / 3).สอบถามผู้เชี่ยวชาญและปราชญ์ทางด้านการเกษตรกรรม 1) องค์ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญและปราชญ์ทางด้านการเกษตรกรรม / / 4).ทีมวิจัยลงพื้นที่สำรวจข้อมูลเบื้องต้นของกลุ่มโรงเรียนผู้สูงอายุ ตำบลไกรนอก อำเภอกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัย 1) ข้อมูลเบื้องต้นของกลุ่มโรงเรียนผู้สูงอายุ ตำบลไกรนอก อำเภอกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัย / / 5).จัดประชุมทีมนักวิจัยเพื่อสรุปข้อมูลจากเอกสารและข้อมูลจากพื้นที่และติดตามผลการดำเนินงานในระยะที่ 1 1) ผลสรุปข้อมูลเบื้องต้นของกลุ่มโรงเรียนผู้สูงอายุ ตำบลไกรนอก อำเภอกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัย / 6).จัดเวทีประชุมชี้แจงผู้สูงอายุในพื้นที่และติดตามการสร้างคณะทำงานของชุมชน 1) ผู้สูงอายุในพื้นที่ทราบถึงวัตถุประสงค์ของการวิจัย 2) รายชื่อคณะทำงานของชุมชน / / 7)จัดประชุมคณะทำงานเพื่อประเมินผลการดำเนินงานเป็นระยะที่ 1 ผลการดำเนินงานระยะที่ 1 / ชุดกิจกรรมที่ 2 พัฒนาคู่มือและแนวทางการจัดการความรู้นวัตกรรมด้านการเกษตรเพื่อสุขภาวะของผู้สูงอายุ 1). จัดประชุมคณะทำงานในพื้นที่ ครั้งที่ 1 เพื่อชี้แจงวัตถุประสงค์แนวทางการวิจัยและแผนการดำเนินงาน 1) ตารางนัดหมายการจัดประชุม 2) คณะทำงานในพื้นที่ทราบถึงวัตถุประสงค์แนวทางการวิจัยและแผนการดำเนินงาน / / 2).จัดประชุมเชิงปฏิบัติการร่วมกับคณะทำงาน ตัวแทนเกษตรผู้สูงอายุ และปราชญ์ในพื้นที่ เพื่อยกร่างคู่มือแนวทางในการจัดการความรู้นวัตกรรมกระบวนการด้านการเกษตรเพื่อสุขภาวะของผู้สูงอายุ 1) ตารางนัดหมายการจัดประชุม 2)ร่างคู่มือแนวทางในการจัดการความรู้นวัตกรรมกระบวนการด้านการเกษตรเพื่อสุขภาวะของผู้สูงอายุ / / 3). ทีมนักวิจัยลงสำรวจพื้นที่เพื่อจัดทำแปลงสาธิตและจัดเตรียมฐานการเรียนรู้ในชุดวิชาการเกษตรกรรมเพื่อผู้สูงอายุ 1) พื้นที่เพื่อจัดทำแปลงสาธิตและจัดเตรียมฐานการเรียนรู้ในชุดวิชาการเกษตรกรรมเพื่อผู้สูงอายุ / / 4)จัดประชุมคณะทำงานเพื่อประเมินผลการดำเนินงานเป็นระยะที่ 2 1) ผลการดำเนินงานระยะที่ 2 / / 5).การศึกษาดูงานพื้นที่เด่นในการทำเกษตรกรรม 1).การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เก็บเกี่ยวองค์ความรู้และประสบการณ์ในการทำเกษตรกรรมเพื่อผู้สูงอายุ / / ชุดกิจกรรมที่ 3 เพื่อพัฒนาแนวทางการจัดการความรู้นวัตกรรมกระบวนการด้านการเกษตรเพื่อสุขภาวะของผู้สูงอายุ จัดทำสื่อการเรียนรู้ (ใบความรู้ สื่อการเรียนรู้ในฐานการเรียนรู้ (ไวนิล สมุดบัญชีครัวเรือนและบัญชีกลุ่ม) 1) สื่อการเรียนรู้ (ใบความรู้ สื่อการการเรียนรู้ในฐานการเรียนรู้ สมุดบัญชีครัวเรือนและบัญชีกลุ่ม) / / / จัดสิ่งแวดล้อมสำหรับแหล่งเรียนรู้ 1) จัดหาวัสดุอุปกรณ์สำหรับจัดสภาพแวดล้อมในแหล่งเรียนรู้ / / / จัดหาวิทยากรสำหรับแหล่งเรียนรู้ รายชื่อทีมวิทยากรประจำแหล่ง ตารางนัดหมายการจัดกิจกรรมในแหล่งเรียนรู้ / / / จัดประชุมติดตามความก้าวหน้าการเตรียมพื้นที่ดำเนินงานของทีมวิจัย นักวิชาการในพื้นที่ เกษตรกรผู้สูงอายุในแต่ละฐาน และผู้ที่เกี่ยวข้อง รายงานความคืบหน้าการเตรียมพื้นที่ดำเนินงานของทีมวิจัย นักวิชาการในพื้นที่ เกษตรกรผู้สูงอายุในแต่ละฐาน และผู้ที่เกี่ยวข้อง / จัดกระบวนการเรียนรู้ให้แก่ผู้สูงอายุในพื้นที่ตามคู่มือฯและสรุปการเรียนรู้ของผู้สูงอายุ รายงานการจัดกระบวนการเรียนรู้ให้แก่ผู้สูงอายุในพื้นที่ตามคู่มือฯและสรุปการเรียนรู้ของผู้สูงอายุ / / / / 6) จัดประชุมคณะทำงานเพื่อประเมินผลการดำเนินงานเป็นระยะที่ 3 1)ผลการดำเนินงานระยะที่ 3 / 7) จัดหาช่องทางการตลาดที่เหมาะสมเพื่อเป็นเวทีเชื่อมโยงกลุ่มอื่นๆ ทั้ง ในและนอกตำบล 1) ช่องทางการตลาดที่เหมาะสมเพื่อเป็นเวทีเชื่อมโยงกลุ่มอื่นๆ ทั้ง ในและนอกตำบล 2) กิจกรรมทางการตลาดที่เหมาะสมเพื่อเป็นเวทีเชื่อมโยงกลุ่มอื่นๆ ทั้ง ในและนอกตำบล / / ชุดกิจกรรมที่ 4 เพื่อประเมินผลและถอดองค์ความรู้จากการนำใช้แนวทางจัดการความรู้นวัตกรรมกระบวนการด้านการเกษตรเพื่อสุขภาวะของผู้สูงอายุ เผยแพร่องค์ความรู้และขยายผลสู่กลุ่มเป้าหมายในพื้นที่อื่น 1)จัดประชุมผู้สูงอายุและผู้เกี่ยวข้องเพื่อประเมินผลเชิงสุขภาวะใน 4 มิติ (กาย ใจ สังคม และสติปัญญา) และจัดทำผลเชิงเศรษฐกิจในครัวเรือน (ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้) 1) ผลการประเมินเชิงสุขภาวะใน 4 มิติ (กาย ใจ สังคม และสติปัญญา)ของผู้สูงอายุ 2) ผลลัพธ์เชิงเศรษฐกิจในครัวเรือน (ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้) / 2).จัดประชุมคณะทำงานเพื่อสรุปบทเรียนทบทวนหลังการปฏิบัติงาน (AAR) 1)แนวทางการปรับปรุงคู่มือฯ 2)จัดทำคู่มือฯ ฉบับสมบูรณ์ / 3).จัดเวทีนำเสนอผลการดำเนินงานและเผยแพร่ในรูปแบบของหนังสือการจัดการความรู้นวัตกรรมกระบวนการด้านการเกษตรเพื่อผู้สูงอายุ 1) เวทีวิชาการเพื่อนำเสนอผลการดำเนินงานต่อสาธารณะ 2)หนังสือการจัดการความรู้นวัตกรรมกระบวนการด้านการเกษตรเพื่อผู้สูงอายุจำนวน 200 เล่ม / / 4). จัดทำเล่มวิจัยฉบับสมบูรณ์ 1). รายงานการวิจัยฉบับสมบูรณ์ / / 15.เป้าหมายของผลผลิต (Output) ผลลัพธ์ (Outcome) และตัวชี้วัด ตารางที่ 2 แสดงผลผลิตและตัวชี้วัดของโครงการวิจัย วัตถุประสงค์ ผลผลิต ผลลัพธ์ ตัวชี้วัด ไตรมาส ที่ 1 ไตรมาส ที่ 2 ไตรมาส ที่ 3 ไตรมาส ที่ 4 ตัวชี้วัดเชิงปริมาณ ตัวชี้วัดเชิงคุณภาพ 1.เพื่อศึกษาข้อมูลพื้นฐานรูปแบบการทำเกษตรกรรมที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุ 1.ได้ข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับเกษตรกรรมเพื่อผู้สูงอายุ และการจัดการความรู้ด้านการเกษตรที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุ 1. กลุ่มผู้ให้ข้อมูล กลุ่มนักเรียนโรงเรียนผู้สูงอายุตำบลไกรนอก 1 กลุ่ม จำนวน 80 คน 2. กลุ่มผู้นำท้องถิ่น ท้องที่ร่วมพัฒนาข้อมูล จำนวน 10 คน 3. กลุ่มปราชญ์ผู้ให้ข้อมูลด้านเกษตรกรรมที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุ (ชนิดของพืช วิธีการเพาะปลูก เทคโนโลยีที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุ) อย่างน้อย 10 คน 1. ข้อมูลผู้สูงอายุ (สภาพปัญหา ความต้องการ บริบท และความเหมาะสมของช่วงวัย) 2. ข้อมูลด้านเกษตรกรรมที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุ (ชนิดของพืช วิธีการเพาะปลูก เทคโนโลยีที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุ) / 2.เพื่อพัฒนาคู่มือและแนวทางการจัดการความรู้นวัตกรรมด้านการเกษตรเพื่อสุขภาวะของผู้สูงอายุ 1.ได้คู่มือและแนวทางการจัดการความรู้นวัตกรรมด้านการเกษตรเพื่อสุขภาวะของผู้สูงอายุ 1.นักวิชาการและคณะทำงานในพื้นที่จำนวน 6 คน 2.คณะกรรมการดำเนินงานผู้สูงอายุ 10 คน 3.สมาชิกเกษตรกรผู้สูงอายุร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในตำบล 110 คน 4.เครือข่ายองค์กรชุมชนและแหล่งเรียนรู้ร่วมพัฒนาจำนวน 30 แหล่งเรียนรู้ แหล่งละ 3 คน จำนวน 90 คน 5.ผู้นำท้องถิ่น ท้องที่ร่วมพัฒนา 10 6. สื่อการเรียนรู้ สำำหรบัให้ความรู็ในรูปแบบของ Infographic มากกว่า 1 เรื่อง 7. แผ่นพับสำหรับส่งต่อความรู้ของแหล่งเรียนรู้ 1,000 ฉบับ 1.การประสานงานกับพื้นที่ 2.ทีมทำงาน (คณะทำงานในพื้นที่) 3.คู่มือและแนวทางการจัดการความรู้ที่เหมาะสมด้านเกษตรกรรมสำหรับผู้สูงอายุ(จัดชุดวิชาเพื่อสร้างฐานการเรียนรู้ด้านการเกษตรที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุ) / / 3.เพื่อพัฒนาแนวทางการจัดการความรู้นวัตกรรมกระบวนการด้านการเกษตรเพื่อสุขภาวะของผู้สูงอายุ 1. เกิดระบบปฏิบัติการนำใช้ความรู้ในพื้นที่ เช่น เกิดแปลงเกษตรสาธิตของผู้สูงอายุในพื้นที่ เกิดเครือข่ายผู้สูงอายุ เกิดกลุ่มเชื่อมโยงจากกระบวนการจัดการความรู้ เช่น เครือข่ายทางการตลาด เครือข่ายทางวิชาการ เครือข่ายสุขภาพ เป็นต้น 1เกิดบทเรียนชุดวิชาการทำการเกษตรเพื่อผู้สูงอายุอย่างน้อย 1 เล่ม 2. เกิดแปลงเกษตรสาธิต อย่างน้อย 1 แปลง และฐานการเรียนรู้ด้านการเกษตรสำหรับผู้สูงอายุ 3. เกิดการปรับใช้ขยายผลสู่ครัวเรือนผู้สูงอายุ อย่างน้อย 30 ครัวเรือน 4. เกิดเครือข่ายนักวิชาการพื้นที่ อย่างน้อย 5 คน 5. เกิดการเชื่อมโยงกิจกรรมสู่กลุ่มอาชีพอื่นในตำบล อย่างน้อย 5 กิจกรรม 6. เกิดกลุ่มแลกเปลี่ยนเรียนรู้ภายในและภายนอกตำบล อย่างน้อย 30 กลุ่ม 7.เครือข่ายตัวแทนภาครัฐและเอกชนในและนอกพื้นที่ 15 คน 8.เครือข่ายผู้สูงอายุในพื้นที่ใกล้เคียง 30 คน 9. วิทยากรประจำแหล่งเรียนรู้ในตำบลจำนวน 10 คน 10.เกิดช่องทางการตลาดสินค้าเกษตรปลอดภัยในชุมชน 1 แห่ง 4.ลดรายจ่ายการบริโภคผักในครัวเรือนได้ครัวเรือนละ 200 บาทต่อสัปดาห์ 11.เกิดรายได้เสริมจากการปลูกผักปลอดภัยอย่างน้อย 400 บาท ต่อเดือน 1.เกิดองค์ความรู้ด้านการเพาะปลูกผักปลอดภัย สำหรับผู้สูงอายุ 2. เกิดนวัตกรรมกระบวนการในการจัดการความรู้ทางด้านการเกษตรปลอดภัยสำหรับผู้สูงอายุ / / 4.เพื่อประเมินผลและถอดองค์ความรู้จากการนำใช้แนวทางจัดการความรู้นวัตกรรมกระบวนการด้านการเกษตรเพื่อสุขภาวะของผู้สูงอายุ เผยแพร่องค์ความรู้และขยายผลสู่กลุ่มเป้าหมายในพื้นที่อื่น 1.ผู้สูงอายุมีสุขภาวะที่ดีทั้ง 4 มิติ เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจในครัวเรือน 2.เกิดคู่มือที่ผ่านการปรับปรุงตามข้อเสนอแนะจากคณะทำงานวิจัยนักวิชาการในพื้นที่และภาคีร่วมพัฒนา 3.เกิดการขยายผลสู่สาธารณะโดยการจัดทำเวทีนำเสนองานผลการดำเนินงาน และจัดทำหนังสือเพื่อเผยแพร่องค์ความรู้ 4.ผลการวิจัยแนวทางการจัดการความรู้นวัตกรรมด้านการเกษตรเพื่อสุขภาวะของผู้สูงอายุ 1.เวทีการนำเสนอข้อมูลผลการดำเนินงาน และแนวทาง กิจกรรมตอบสนองความต้องการอันจำเป็นและต้องเกิดในสังคมต่อชุมชนและภาคีร่วมพัฒนา เพื่อขยายผลสู่การทำนโยบายสาธาณณะต่อไป จำนวน 1 ครั้ง 2.หนังสือการจัดการความรู้นวัตกรรมกระบวนการด้านการเกษตรเพื่อสุขภาวะของผู้สูงอายุ อย่างน้อย 1 เล่ม 3.เกิดคู่มือที่ผ่านการปรับปรุงตามข้อเสนอแนะจากคณะทำงานวิจัยนักวิชาการในพื้นที่และภาคีร่วมพัฒนา จำนวน 1 เล่ม 4. มีการตีพิมพ์องค์ความรู้ในวารสาร TCI/ISI อย่างน้อย 1 ฉบับ 1.ประเมินสุขภาวะของผู้สูงอายุใน4 มิติ (กาย ใจ สังคม สติปัญญา) 2.ประเมินผลเชิงเศรษฐกิจในครัวเรือนผู้สูงอายุ (ลดรายจ่าย สร้างรายได้เสริม) 3. ผลการทบทวนหลังปฏิบัติการของการใช้คู่มือ(AAR)โดยคณะทำงานวิจัยนักวิชาการในพื้นที่และภาคีร่วมพัฒนา 4.สรุปผลการวิจัยแนวทางการจัดการความรู้นวัตกรรมกระบวนการด้านการเกษตรเพื่อสุขภาวะของผู้สูงอายุ 5.บทเรียนและแนวปฏิบัติที่ดีในการบริหารจัดการแปลงเพาะปลูกเพื่อให้ชุมชนอื่นๆ ได้มาร่วมเรียนรู้ 6.เกิดข้อเสนอแนะในการผลักดันโครงการสู่นโยบายสาธารณะของชุมชน 7.เกิดการเชื่อมโยงเครือข่ายผู้อายุในพื้นที่ใกล้เคียงเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนเรียนรู้ 8. หน่วยงานรัฐและภาคเอกชนสามารถใช้ประโยชน์จากแหล่งเรียนรู้ในการส่งเสริมการเกษตรเพื่อผู้สูงอายุ ผักปลอดภัย และเศรษฐกิจพอเพียงจากแหล่งเรียนรู้ดังกล่าวได้ / /16. 16.ปัจจัยที่เอื้อต่อการวิจัยที่มีอยู่ คณะผู้วิจัยเห็นว่าผู้สูงอายุกลุ่มนี้มีความพร้อมในระดับหนึ่งและเป็นกลไกที่สำคัญในการจัดการความรู้ สร้างกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ บูรณาการและถ่ายทอดองค์ความรู้ได้อย่างเป็นระบบ (Nonaka, Ikujiro and Takeuchi, Hirotaka,1995) มากกว่าผู้สูงอายุในภาคเกษตรกลุ่มอื่น ด้วยเหตุผลประการดังนี้คือ ปัจจัยด้านกลุ่มเป้าหมาย 1.กลุ่มผู้สูงอายุกลุ่มนี้มีการรวมกลุ่มกันอย่างเข้มแข็งภายใต้ชื่อกลุ่มโรงเรียนผู้สูงอายุตำบลไกรนอก อำเภอกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัย 2.กลุ่มผู้สูงอายุส่วนใหญ่มีพื้นฐานอาชีพด้านการเกษตรมาก่อน และบางคนก็ยังประกอบอาชีพเกษตรกรรมอยู่ 3. ในพื้นที่ตำบลไกรนอก อำเภอกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัย มีกลุ่มแกนนำในชุมชนที่เข้มแข็ง ทั้งผู้นำท้องถิ่น และผู้นำท้องที่มีการทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่อง 4. เจ้าหน้าที่และผู้บริหารองค์การบริหารส่วนตำบลไกรนอก มีประสบการณ์ในการทำโครงการวิจัยและพัฒนามาก่อน 5. องค์การบริหารส่วนตำบลไกรนอก มีความพร้อมในด้านโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกในการจัดพื้นที่อำนวยความสะดวกในกระบวนการวิจัย ปัจจัยด้านองค์กรผู้ขอทุน 1.เป็นองค์กรที่มีความพร้อมทั้งทางด้านบุคลากร และองค์ความรู้ด้านการวิจัยเป็นอย่างดี 2.มีศักยภาพในการวิจัยเนื่องจากมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับกลุ่มเป้าหมายจึงมีความพร้อมในด้านพื้นที่วิจัย และมีความเชี่ยวชาญในประเด็นการเกษตรกรรม 17.งบประมาณของโครงการวิจัย รายการ งบประมาณที่เสนอขอ (บาท) งบบุคลากร 269,600 ค่าตอบแทนนักวิจัย 2 คน 80,000 ค่าตอบแทนคณะที่ปรึกษาโครงการวิจัย 3 คน 30,000 ค่าตอบแทนนักวิชาการในพื้นที่ (ผู้ช่วยวิจัย) จำนวน 1 คน 12 เดือน เดือนละ 13,300 บาท 159,600 งบดำเนินงาน 860,400 ค่าตอบแทน 13,000 ค่าตอบแทนปราชญ์และผู้เชี่ยวชาญจำนวน 10 แหล่ง แหล่งละ 1,000 บาท 10,000 ค่าตอบแทนวิทยากรประจำแหล่งเรียนรู้ของกลุ่มผู้สูงอายุ 3,000 ค่าใช้สอย 633,510 จัดประชุมทีมนักวิจัยเพื่อชี้แจงแนวคิดและหลักการการพัฒนาแนวทางการจัดการความรู้นวัตกรรมกระบวนการด้านการเกษตรเพื่อสุขภาวะของผู้สูงอายุ 5,300 ค่าเดินทางสอบถามผู้เชี่ยวชาญและปราชญ์ทางด้านการเกษตรกรรมจำนวน 10 แหล่ง 65,000 ทีมวิจัยลงพื้นที่สำรวจข้อมูลเบื้องต้นของกลุ่มโรงเรียนผู้สูงอายุ (ค่าเดินทาง ค่าที่พัก และอาหาร) จำนวน 2 วัน 11,200 จัดประชุมทีมนักวิจัยเพื่อสรุปข้อมูลจากเอกสารและข้อมูลจากพื้นที่และติดตามผลการดำเนินงานในระยะที่ 1 5,300 จัดเวทีประชุมชี้แจงผู้สูงอายุในพื้นที่และติดตามการสร้างคณะทำงานของชุมชน (2 วัน) ประกอบด้วย คณะกรรมการผู้สูงอายุ 10 คน คณะทำงานในพื้นที่ 5 คน นักวิชาการพื้นที่ 2 คน และทีมวิจัย 2 คน 15,000 จัดประชุมคณะทำงานเพื่อประเมินผลการดำเนินงานเป็นระยะที่ 1 5,300 จัดประชุมคณะทำงานในพื้นที่ ครั้งที่ 1 เพื่อชี้แจงวัตถุประสงค์แนวทางการวิจัยและแผนการดำเนินงาน 7,000 ดำเนินการยกร่างคู่มือแนวทางในการจัดการความรู้นวัตกรรม จำนวน 1 วัน ประกอบด้วยตัวแทนเกษตรกรผู้สูงอายุหมู่ละ 2 คน จำนวน 8 หมู่, ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำท้องที่จำนวน 10 คน,ปราชญ์ชาวบ้านในตำบล 6 คน ,ตัวแทนจากภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง 15 คน (ผู้เข้าร่วมทั้งสิ้น 45 คน) และทีมวิจัยและนักวิชาการในพื้นที่ 9 คน รวม 54 คน) 36,540 สำรวจและดำเนินการจัดทำแปลงสาธิตในตำบล จำนวน 1 ไร่ 20,000 นำนักเรียนโรงเรียนผู้สูงอายุศึกษาดูงานแหล่งเรียนรู้หรือแนวปฏิบัติที่ดีในด้านการเกษตรเพื่อผู้สูงอายุ เกษตรปลอดภัย และศาสตร์พระราชา จำนวน 3 วัน จำนวน 120 คน และคณะทำงานจำนวน 9 คน 170,700 การปรับสภาพสิ่งแวดล้อมแปลงสาธิตและแหล่งเรียนรู้ 15,000 ติดตามความก้าวหน้าการเตรียมพื้นที่ดำเนินงานของทีมวิจัยนักวิชาการในพื้นที่ เกษตรกรผู้สูงอายุในแต่ละฐาน และผู้ที่เกี่ยวข้อง(จำนวน 26 คน) 21,420 จัดกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ให้แก่ผู้สูงอายุในพื้นที่ตามคู่มือฯและสรุปการเรียนรู้ของผู้สูงอายุ ตามกลุ่มเป้าหมายประกอบด้วย (310 คน) และกิจกรรมจัดหาช่องทางการตลาดที่เหมาะสมเพื่อเป็นเวทีเชื่อมโยงกลุ่มอื่นๆ ทั้งในและนอกตำบล 176,350 จัดประชุมผู้สูงอายุและผู้เกี่ยวข้องเพื่อประเมินผลเชิงสุขภาวะใน 4 มิติ (กาย ใจ สังคม และสติปัญญา) และจัดทำผลเชิงเศรษฐกิจในครัวเรือน(ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้) (ผู้สูงอายุจำนวน 70 คน) ภาคเช้า และ .จัดประชุมคณะทำงานเพื่อสรุปบทเรียนทบทวนหลังการปฏิบัติงาน (AAR) (คณะวิจัย นักวิชาการพื้นที่และคณะกรรมการผู้สูงอายุ 19 คน) ภาคบ่าย รวมผู้เข้าร่วมทั้งสิ้น 89 คน 29,360 จัดเวทีนำเสนอผลการดำเนินงาน และขยายผลไปสู่ข้อเสนอการพัฒนานโยบายสาธารณะของตำบล ( 1วัน) รวม 122 คน 50,040 ค่าวัสดุ 145,000 สำรวจและดำเนินการจัดทำแปลงสาธิตในตำบล จำนวน 1 ไร่ 80,000 จัดทำสื่อการเรียนรู้ (ใบความรู้ สื่อการการเรียนรู้ในฐานการเรียนรู้ สมุดบัญชีครัวเรือนและบัญชีกลุ่ม) 20,000 วัสดุสำหรับการปรับสภาพสิ่งแวดล้อมแปลงสาธิตและแหล่งเรียนรู้ 15,000 ค่าจัดทำหนังสือการจัดการความรู้นวัตกรรมกระบวนการด้านการเกษตรเพื่อผู้สูงอายุ เล่มละ 100 บาท จำนวน 300 เล่ม 30,000 งบบริหารแผนงานวิจัย 68,890 ค่าวัสดุอุปกรณ์เครื่องใช้สำนักงานและค่าใช้จ่ายติดต่อประสานงาน 68,890 ค่าธรรมเนียมอุดหนุนสถาบัน 70,000 ค่าสาธารณูปโภค ตลอดโครงการ 70,000 รวม (บาท) 1,200,000