กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
การเติมน้ำบาดาลด้วยวิธีทางธรรมชาติ เป็นแหล่งที่สำคัญของระบบน้ำบาดาลในแอ่งเจ้าพระยาตอนบน ซึ่งถือได้วาเป็นพื้นที่เติมน้ำที่สำคัญ และใหญ่ที่สุดของลุมน้ำเจ้าพระยา โดยที่ปริมาณน้ำที่เติมในแต่ละไม่มีความพอเพียง เนื่องจากประสบปัญหาของความแห้งแล้ง และส่งผลกระทบต่อพื้นที่ทางการเกษตรที่อยู่นอกเขตชลประทาน ดังนั้นทางกรมทรัพยากรน้ำบาดาลจึงพยายามที่จะพัฒนาระบบการเติมน้ำ ทั้งการเติมน้ำแบบสระ และการเติมน้ำแบบอัดแรงดัน แต่ระดับน้ำบาดาลก็ยังคงมีการลดลงอย่างต่อเนื่อง นอกจากนั้นยังได้มีการติดตามระดับน้ำบาดาลอย่างต่อเนื่อง พบว่าอัตราการเติมน้ำบาดาลมีปริมาณต่ำกว่าอัตราการใช้น้ำบาดาล การศึกษาวิจัยในครั้งนี้จึงมุ่งเน้นไปที่การสำรวจ และการประเมินอัตราการเติมน้ำบาดาลด้วยวิธี CMB WTF ผ่านการตรวจวัดการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำบาดาล และแบบจำลองการไหลทางคณิตศาสตร์ ตลอดจนการใช้เทคนิคไอโซโทป ในการประเมิน และการวิเคราะห์พื้นที่เติมน้ำ ผลลัพท์ของงานวิจัยในครั้งนี้ สามารถให้คำแนะนำ สำหรับการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำบาดาลของพื้นที่เจ้าพระยาตอนบน นอกจากนี้ในการวิเคราะห์หลายๆ วิธี ยังสามารถเพิ่มความถูกต้องในการประเมินความสัมพันธ์ระหว่างน้ำฝน น้ำผิวดิน และน้ำบาดาลได้ ผลจากการศึกษายังพบว่าแหล่งที่มาของน้ำบาดาลที่สำคัญมาจากน้ำฝน และน้ำผิวดิน ส่วนข้อมูลทางไอโซโทปเทคนิคยังสามารถบอกสัดส่วนของน้ำฝน และน้ำผิวดินที่เติมลงไปในระบบน้ำบาดาล พบว่าในการเติมน้ำบาดาลมาจากน้ำฝน ร้อยละ 76.8 และ น้ำผิวดินรอยละ 23.2 ได้แก่ บึง คลอง แม่น้ำ หรือพายุต่างๆ เป็นตอน สำหรับพื้นที่มีการเติมน้ำที่สำคัญ มาจากทางตอนบน ตะวันตก และตะวันออกของพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนบน อัตราการเติมน้ำที่ถูกประเมินจากการศึกษาวิจัยในครั้งนี้อยู่ที่ประมาณ 3071.2 3831.3 และ 2859.8 ล้านลูกบาตกเมตร โดยอาศัยวิธี WTF CMB และแบบจำลองการไหลของน้ำบาดาลตามลำดับ
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 6 — 6. Representative of the deliverable demonstrated in relevant environments
จะถ่ายทอดผลงานวิจัยให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ทราบ
มีห้องปฏิบัติการไอโซโทป ไฮโดรโลยีที่ได้มาตรฐาน และบุคลากรที่มีความรู้ ความสามารถและประสบการในการใช้แบบจำลองการไหลของระบบน้ำบาดาล ขณะนี้มีข้อมูลบางส่วนของพื้นที่
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 6 — 6. solution (s) demonstrated in relevant environment and in co-operation with relevant stakeholders to gain initial feedback on potential impact
คาดว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะนำไปใช้ในการกำหนดนโยบายในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน
พื้นที่ดังกล่าวมีปัญหาน้ำท่วม และภัยแล้งซ้ำซาก โดยบังไม่มีข้อมูลของอัตราการไหลของระบบน้ำบาดาลในชั้นลึก และการประเมินอัตราการเติมน้ำบาดาลในชั้นตื้น เพื่อนำไปใช้ในการศึกษาของความสัมพันธ์ระหว่างน้ำผิวดิน น้ำในแม่น้ำว่ามีความสัมพันธ์กับน้ำบาดาลอย่างไร