การวิเคราะห์การไหลของน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาช่วงน้ำท่วม : เทคนิคการต่อเชื่อมลำน้ำบายพาส
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ในวิจัยนี้ได้มีการใช้ระเบียบวิธีทางพลศาสตร์ของไหลเชิงคำนวณ (Computational Fluid Dynamics หรือ CFD) แบบ 3 มิติ แบบจำลองหลายเฟส เพื่อใช้ในการวิเคราะห์อุทกพลศาสตร์และการประเมินผลการป้องกันน้ำท่วมในเขตเทศบาลอ่างทองโดยการประยุกต์ใช้ช่องทางเบี่ยงน้ำ ซึ่งแบบจำลอง 3 มิติ ได้ใช้ระเบียบวิธีแบบปริมาตรสืบเนื่อง (Finite Volume Method, FVM) ในการหาผลเฉลยสมการค่าเฉลี่ยเรโนลด์นาเวีย-สโตกส์ (Reynolds Averaged Navier-Stokes Equations,RANS) ร่วมกับแบบจำลองการไหลแบบปั่นป่วน Standard k-? ซึ่งได้ทำการประมาณค่าภายในด้วยกระบวนการผลต่าง QUICK (Quadratic Upstream Interpolation for Convective Kinematic,) ร่วมกับกระบวนการหาคำตอบแบบ PISO (Pressure-Implicit with Splitting of Operators) สำหรับการจำลองการไหลของแม่น้ำและมีการท่วมนั้นได้ใช้วิธีการติดตามการเปลี่ยนแปลงของผิวน้ำอิสระหรือการไหลในช่องน้ำเปิด (Open Channel Flow) ซึ่งเรียกว่าแบบจำลองหลายเฟสชนิดปริมาตรของไหล (Volume of Fluid หรือ VOF) ทำให้สามารถประมาณค่าความเร็ว ความสูงของน้ำและพื้นที่น้ำท่วมถึงได้ จากผลการจำลองพบว่าการใช้ช่องทางเบี่ยงน้ำสามารถลดผลกระทบจากน้ำท่วมได้จริง ซึ่งมีปริมาณน้ำท่วมที่น้อยกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับแบบลำน้ำเดิมไม่มีช่องทางเบี่ยงน้ำ