การเสริมสร้างความเข้มแข็งแก่ชุมชนในยุคไทยแลนด์ 4.0: กรณีศึกษาชุมชนเข้มแข็งองค์การบริหารส่วนตำบลหนองกุงธนสาร อ.ภูเวียง จ.ขอนแก่น
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
งานนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ เพื่อศึกษาความเข้มเข็งของชุมชนในองค์การบริหารส่วนตำบลหนองกุงธนสาร อ.ภูเวียง จ.ขอนแก่นศึกษากระบวนการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชนขององค์การบริหารส่วนตำบลหนองกุงธนสาร อ.ภูเวียง จ.ขอนแก่นและเพื่อเสนอแนวทางการสร้างชุมชนเข้มแข็งในยุคไทยแลนด์ ๔.๐ แก่ชุมชนขององค์การบริหารส่วนตำบลหนองกุงธนสาร อ.ภูเวียง จ.ขอนแก่นซึ่งเป็นการวิจัยเชิงคุณภาพโดยการสัมภาษณ์เชิงลึกและการสนทนากลุ่ม มีผู้ให้ข้อมูลสำคัญจำนวน ๖๐ คน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยวิธีการวิเคราะห์เชิงพรรณนาตามหลักอุปนัยวิธี ผลการวิจัยพบว่า๑. ความเข้มเข็งของชุมชนหนองกุงธนสาร อ.ภูเวียง จ.ขอนแก่น มี ๖ ด้านคือ ๑) ด้านคุณภาพชีวิต ผ่านกิจกรรม โครงการ เช่น โรงเรียนผู้สูงอายุ กิจกรรมตามเทศกาล ๒) ด้านเศรษฐกิจชุมชน มีนวัตกรรมชุมชนที่เกิดจากภูมิปัญญา ๓) ด้านการสร้างเครือข่าย มีการเรียนรู้ร่วมกับชุมชนอื่น ๔) ด้านความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ได้มีอาสาสมัครประจำหมู่บ้าน ๕) การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีการตั้งศูนย์เฝ้าระวังภัยเพื่อดูแลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และ ๖) ด้านวัฒนธรรมชุมชน มีการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นที่นำไปสู่ความสันติสุขของชุมชน ๒. กระบวนการเสริมสร้างความเข้มแข็งพบว่า องค์การบริหารส่วนตำบลหนองกุงธนสาร อ.ภูเวียง จ.ขอนแก่น มี ๕ กระบวนการคือ ๑) ด้านการประชาสัมพันธ์และการให้ความรู้๒) ด้านการประชุม๓) ด้านการทำประชาคมชุมชน๔) ด้านการจัดทำแผน และ๕) ด้านการติดตามและประเมินผลซึ่งกระบวนทั้ง ๕ ด้านนี้ นำไปสู่ความเข้มแข็งของชุมชนที่สร้างความมั่งคั่ง มั่นคง และยั่งยืนให้แก่ชุมชน๓. แนวทางการเสริมสร้างชุมชนเข้มแข็งในยุคไทยแลนด์ ๔.๐ แก่ชุมชนขององค์การบริหารส่วนตำบลหนองกุงธนสาร อ.ภูเวียง จ.ขอนแก่นพบว่ามี ๕ ด้าน คือ๑) ด้านเทคโนโลยีของชุมชน ประชาชนในชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองได้ด้วยเครื่องมือที่จำเป็นการผลิตเพื่อใช้เป็นประโยชน์ต่อชุมชน ๒)ด้านเศรษฐกิจของชุมชน มีรากฐานมาจากศักยภาพ ภูมิปัญญา และต้นทุนทางวัฒนธรรมของชุมชน ที่สร้างรายได้พออยู่พอกินจนกลายเป็นชุมชนนวัตวิถี๓) ด้านทรัพยากรของชุมชน เป็นต้นทุนของชุมชนที่มีทรัพยากรธรรมชาติที่มีความอุดมสมบูรณ์ ที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติ และที่มนุษย์สร้างขึ้น ๔) ด้านการจัดการของชุมชนมีการจัดการด้านภูมิปัญญา องค์กรชุมชน และกระบวนการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องแก่คนในชุมชน ๕) ด้านการสร้างเครือข่ายของชุมชนมีการแบ่งกลุ่มเครือข่ายออกเป็น ๓ กลุ่ม คือ๑) เครือข่ายด้านกลุ่มอาชีพ แบ่งเป็น ๔ กลุ่ม คือ(๑) กลุ่มหัตถกรรม (๒) กลุ่มเกษตรกรรม (๓) กลุ่มหัตถเวชกรรม (๔) กลุ่มแปรรูปอาหาร ๒) เครือข่ายด้านภูมิปัญญาและ๓) เครือข่ายด้านสารสนเทศ