กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
บทคัดย่อ การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ ๑) ศึกษาความคิดเห็นของนักเรียนต่อการสอนวิชาพระพุทธศาสนาระดับมัธยมศึกษาตอนต้นในจังหวัดเลย พ.ศ.๒๕๕๕ ๒) ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยส่วนบุคคลของนักเรียนกับความคิดเห็นของนักเรียนต่อการสอนวิชาพระพุทธศาสนาระดับมัธยมศึกษาตอนต้นในจังหวัดเลย พ.ศ.๒๕๕๕ ๓) ศึกษาสภาพการสอน ปัญหา และข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการสอนวิชาพระพุทธศาสนาระดับมัธยมศึกษาตอนต้นในจังหวัดเลย พ.ศ.๒๕๕๕ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้คือ นักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้นในจังหวัดเลย จำนวน ๓๘๕ คน เครื่องมือที่ใช้คือแบบสอบถาม สถิติพรรณาที่ใช้คือความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สถิติอ้างอิงในการทดสอบสมมติฐาน คือ ไค-สแควร์ ผลการวิจัย พบว่า การสอนวิชาพระพุทธศาสนาโดยภาพรวม มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า ด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดคือ ด้านบุคลิกภาพ รองลงมาคือ ด้านความรู้ความเข้าใจในเนื้อหา ส่วนด้านที่มีค่าเฉลี่ยน้อยที่สุดคือ ด้านสื่อการเรียนการสอน ตามลำดับ ส่วนความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยส่วนบุคคลกับความคิดเห็นของนักเรียนต่อการสอนวิชาพระพุทธศาสนาระดับมัธยมศึกษาตอนต้นในจังหวัดเลย พ.ศ.๒๕๕๕ พบว่า ปัจจัยส่วนบุคคลของนักเรียน คือ อายุ ชั้นปีที่เรียน เกรดเฉลี่ย มีความสัมพันธ์กับความคิดเห็นของนักเรียนต่อการสอนวิชาพระพุทธศาสนา อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕ ส่วนเพศของนักเรียนไม่มีความสัมพันธ์กับการสอนวิชาพระพุทธศาสนาระดับมัธยมศึกษาตอนต้นในจังหวัดเลย พ.ศ.๒๕๕๕ นอกจากนี้นักเรียนมีข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการสอนวิชาพระพุทธศาสนาระดับมัธยมศึกษาตอนต้นในจังหวัดเลย พบว่า ควรมีสื่อให้นักเรียนได้ชมในขณะที่สอน เช่น วีดิทัศน์ หรือสื่ออิเลคทรอนิคส์อื่น ๆ แต่ต้องคงเนื้อหาสำคัญไว้เหมือนเดิม ควรมีเทคนิคที่หลากหลายเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ ควรไปทัศนศึกษานอกสถานที่ เตรียมความพร้อมก่อนสอนอย่างดี มีการแบ่งงานกันทำเป็นกลุ่มเพื่อให้นักเรียนรู้จักช่วยเหลือกันและกัน ควรมีการบ้านทุกครั้ง ควรมีวิธีกำราบนักเรียนที่ไม่ตั้งใจเรียน ควรให้คำแนะนำในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง คำสำคัญ : การสอน พระพุทธศาสนา ความคิดเห็น