การสร้างความปรองดองระหว่างสยามและท้องถิ่นหลังความขัดแย้งกรณีกบฏผู้มีบุญอีสาน พุทธศักราช 2444-2455
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ชื่อเรื่อง การสร้างความปรองดองระหว่างสยาม และท้องถิ่นหลังความขัดแย้งกรณีกบฏผู้มีบุญอีสาน พุทธศักราช 2444-2455 The Harmony builds up between Siam and Local Area after the Holy man rebel, 1901-1912. ผู้วิจัย ปริญ รสจันทร์ เกศินี ศรีวงค์ษา อมรรัตน์ นาคเสพ สถานศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด บทคัดย่อ การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาปัจจัยพื้นฐานทางศรษฐกิจและการเมืองการปกครองของมณฑลอีสาน โดยเปิดพื้นที่ให้คนในท้องถิ่นมีโอกาสและมีส่วนร่วมในพื้นที่ทางประวัติศาสตร์ 2) ศึกษาถึงสาเหตุ สถานการณ์โดยรวม และการสิ้นสุดของเหตุการณ์กบฏผู้มีบุญอีสาน และ 3) ศึกษาวิธีการสร้างความปรองดองระหว่างสยาม และท้องถิ่นหลังความขัดแย้งกรณีกบฏผู้มีบุญอีสาน โดยใช้วิธีการทางประวัติศาสตร์ในการศึกษา ผลการวิจัยพบว่า 1) สภาพภูมิศาสตร์เป็นปัจจัยที่ส่งผลให้คนอีสานเป็นสังคมประเพณีที่มีความสัมพันธ์อันเหนียวแน่นในหมู่เครือญาติ และยังส่งผลต่อวิถีทางเศรษฐกิจที่จะต้องพึ่งพาอาศัยกัน และกัน ตลอดจนส่งผลถึงโลกทัศน์ ความเชื่อ อันเป็นเหตุปัจจัยให้เกิดการกบฏขึ้น 2) สาเหตุหลักของการเกิดกบฏผีบุญมาจากความเปลี่ยนแปลงของท้องถิ่นสู่การเข้าสู่การเป็นส่วนหนึ่งของรัฐชาติของสยาม 3) วิธีการสร้างความปรองดองของสยาม วิธีการแรกคือการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ซึ่งเกิดจากการให้การศึกษาแก่คนในท้องถิ่นแล้วดึงคนเหล่านั้นเข้ามาอยู่ในระบบราชการ วิธีการที่สอง คือการเปลี่ยนโลกทัศน์ให้ข้าราชการจากต่างถิ่น และคนอีสานเอง มองคนอีสานเป็นคนว่านอนสอนง่าย โดยใช้ศาสนาเป็นเครื่องมือในการสร้างโลกทัศน์ดังกล่าว สิ่งที่ได้รับจากการศึกษานี้ คือแนวทางในการสร้างความปรองดองระหว่างรัฐกับท้องถิ่น โดยมีอดีตแห่งความขัดแย้งของอีสานเป็นบทเรียน ซึ่งแสดงให้เห็นว่าความรู้ความเข้าใจในท้องถิ่นอย่างชัดเจนถ่องแท้คือเครื่องป้องกันความขัดแย้งระหว่างรัฐกับท้องถิ่นได้ดีที่สุด หนทางแก้ไขปัญหาความขัดแย้งระหว่างท้องถิ่นกับรัฐนั้นทำได้โดยการให้การศึกษา และการเปิดพื้นที่ให้คนในท้องถิ่นมีโอกาสและส่วนร่วมในระบบราชการ ตลอดจนสร้างความรู้ความเข้าใจในประวัติศาสตร์ ประเพณี และวัฒนธรรมท้องถิ่นให้เกิดขึ้นแก่บุคลากรของรัฐที่อยู่ในพื้นที่ สอดคล้องอย่างอัศจรรย์กับหลักการพัฒนาตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ฯ คือ เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา ซึ่งเป็นบันได 3 ขั้นในการพัฒนาท้องถิ่นให้เกิดความยั่งยืน ซึ่งแสดงให้เห็นว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีความรู้ความเข้าใจในประเทศ และพสกนิกรภายใต้ร่มพระบารมีของพระองค์เป็นอย่างดี จึงนับเป็นความโชคดีของมหาชนชาวสยามเป็นยิ่งแล้ว