การอนุรักษ์และกระบวนการจัดการน้ำของประชาชนทั่วไป ที่อาศัยอยู่บริเวณแม่น้ำชี ในเขตจังหวัดร้อยเอ็ด
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ชื่อเรื่อง การอนุรักษ์และกระบวนการจัดการน้ำของประชาชนทั่วไปที่อาศัยอยู่บริเวณแม่น้ำชี ในเขตจังหวัดร้อยเอ็ด The water Conservation and water Management of General Public Residing along the Chee River, Roi–Et Province หน่วยงาน สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด ผู้วิจัย ดร.ศักดิ์ศรี สืบสิงห์ ปี พ.ศ. 2557 บทคัดย่อ แม่น้ำชีเป็นแหล่งน้ำธรรมชาติที่สำคัญที่หล่อเลี้ยงประชาชนในเขตจังหวัดร้อยเอ็ด โดยตลอดแนวแม่น้ำเป็นที่ตั้งของบ้านเรือนที่อยู่อาศัย โรงเรียนและชุมชน นอกจากนั้นยังใช้น้ำในการประกอบอาชีพทำการเกษตรกรรม การประมง เช่น การเลี้ยงปลาในกระชัง เป็นสถานที่สำหรับการพักผ่อนหย่อนใจ ตลอดจนเป็นแหล่งรองรับของเสียจากกิจกรรมต่าง ๆ ของมนุษย์ด้วย จุดประสงค์ของการศึกษาในครั้งนี้ 1) เพื่อการศึกษารูปแบบและวิธีการอนุรักษ์แม่น้ำชี ของประชาชนทั่วไปที่อาศัยอยู่บริเวณลุ่มแม่น้ำชีในเขตจังหวัดร้อยเอ็ด 2) เพื่อศึกษากระบวนการจัดการน้ำบริเวณลุ่มแม่น้ำชีของประชาชนทั่วไปในเขตจังหวัดร้อยเอ็ด 3) เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณลุ่มแม่น้ำชีมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์และจัดการน้ำให้คงอยู่อย่างยั่งยืน การวิจัยในครั้งนี้เป็นการวิจัยแบบผสม (Mixed Method) ทั้งการวิจัย เชิงปริมาณซึ่งเป็นการวิจัยเชิงสำรวจ (Survey Research) โดยใช้แบบสอบถามในการเก็บรวบรวมข้อมูลและการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยการวิจัยแบบกึ่งทดลอง (Quasi Experimental Research) ร่วมกับการประชุมเชิงปฏิบัติการอย่างมีส่วนร่วมแบบพาอิก (Participation-Appreciation-Influence-Control: PAIC) โดยบูรณาการการวิจัยเชิงคุณภาพโดยมีการสนทนากลุ่ม (Focus Group Discussion) มาใช้ในระหว่างการฝึกอบรมร่วมกับการประเมินสามด้าน ประเมินการมีส่วนร่วมของผู้รับการอบรม เครื่องมือที่ใช้ในการดำเนินการในครั้งนี้โดยใช้แบบสอบถามในการเก็บรวบรวมข้อมูลกับกลุ่มตัวอย่าง ใช้สถิติพื้นฐานในการวิเคราะห์ข้อมูลของการวิจัยเชิงปริมาณ และใช้สถิติ Paired t-test และใช้สถิติ One way ANOVA เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลในการวิจัยกึ่งทดลอง ขั้นที่สองเป็นการวิจัยเชิงกึ่งทดลองโดยกลุ่มตัวอย่างได้มาจากคัดเลือกอย่างเฉพาะเจาะจง จากประชาชนทั่วไปในเขตอำเภอจังหาร อำเภอธวัชบุรี และอำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด จำนวน 150 คน เพื่อเข้าร่วมการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการอย่างมีส่วนร่วม ตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้คือมีจิตสาธารณะและยินดีเข้าเข้าร่วมตลอดกระบวนการวิจัย โดยระหว่างประชุมมีการประเมินการมีส่วนร่วมด้วยการประเมิน 3 ด้าน ผลการวิจัยในขั้นที่ 1 พบว่า 1. จากการวิจัยเชิงปริมาณของการอนุรักษ์และกระบวนการจัดการน้ำของประชาชนทั่วไปที่อาศัยอยู่บริเวณแม่น้ำชี ในเขตจังหวัดร้อยเอ็ด โดยภาพรวมประชาชนทั่วไปมีการอนุรักษ์และกระบวนการจัดการน้ำ อยู่ในระดับดี เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า 1.1 ด้านการอนุรักษ์น้ำของประชาชนทั่วไปที่อาศัยอยู่บริเวณแม่น้ำชี ในเขตจังหวัดร้อยเอ็ด โดยภาพรวมและรายข้อพบว่า มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับดี เมื่อพิจารณาจากค่าเฉลี่ยมากไปหาน้อยเป็นรายข้อพบว่า ข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดคือ การอนุรักษ์แม่น้ำชีอย่างถูกวิธีจะทำให้น้ำสะอาด สำหรับ การอุปโภคบริโภค รองลงมาคือ ท่านใช้ปุ๋ยเคมีและสารฆ่าแมลงฉีดพ่นในบริเวณที่มีการเพาะปลูกผัก ผลไม้ ใกล้ ๆ บริเวณแม่น้ำชี และการอนุรักษ์แม่น้ำชีอย่างถูกหลักการจะช่วยสนับสนุนให้ประชาชน มีอาชีพเกษตรกรรมที่มั่นคง ตามลำดับ 1.2 ส่วนด้านกระบวนการจัดการน้ำของประชาชนทั่วไปที่อาศัยอยู่บริเวณแม่น้ำชี ในเขตจังหวัดร้อยเอ็ด โดยภาพรวมและรายด้านมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับดีมาก เมื่อพิจารณาค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อย พบว่า มีค่าเฉลี่ยสูงสุดคือ ด้านชุมชนกับการใช้น้ำ รองลงมาคือ ด้านการดูแลรักษาแหล่งน้ำ และด้านการแก้ปัญหาน้ำของประชาชน ตามลำดับที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดคือ ด้านการดูแลรักษาแหล่งน้ำ รองลงมาคือ ด้านการแก้ปัญหาน้ำของประชาชน และด้านการรักษาความสมดุลของสิ่งแวดล้อม ตามลำดับ 2. ผลการศึกษากระบวนการมีส่วนร่วมเกี่ยวกับการอนุรักษ์และกระบวนการจัดการน้ำของประชาชนทั่วไปที่อาศัยอยู่บริเวณแม่น้ำชี ในเขตจังหวัดร้อยเอ็ด โดยการระดมความคิดกลุ่มย่อย (Focus Group) และการอบรมเชิงปฏิบัติการอย่างมีส่วนร่วมแบบพาอิก (PAIC) พบว่า คะแนนเฉลี่ยของความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการอนุรักษ์และกระบวนการจัดการน้ำหลังจากประชุมเชิงปฏิบัติการอย่างมีส่วนร่วมแบบพาอิกสูงกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01, 0.01, 0.01, 0.01 และ 0.01 สำหรับการประเมินสามด้านประกอบด้วยการประเมินตนเอง การประเมินโดยเพื่อน การประเมินโดย ผู้อำนวยความสะดวก ซึ่งจากผลการวิเคราะห์ด้วยความแปรปรวนทางเดียว ในการทดสอบ ความแตกต่างของคะแนนเฉลี่ยทั้งสามกลุ่มพบว่า ในสถานการณ์อดีตมีความแตกต่างของคะแนนเฉลี่ยเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 จึงทดสอบค่าเฉลี่ยระหว่างรายคู่ด้วยเซพเฟ่ พบว่า มีความแตกต่างของการประเมินโดยตนเองและการประเมินโดย ผู้อำนวยความสะดวก และการประเมินโดยเพื่อนกับการประเมินโดยผู้อำนวยความสะดวก อย่างนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 ส่วนในสถานการณ์ปัจจุบันพบว่าการประเมินจากทั้งสามด้านนั้นการมีส่วนร่วมมีความแตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 และในสถานการณ์อนาคตพบว่า การประเมินจากทั้งสามด้านนั้นการมีส่วนร่วมมีความแตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 เช่นกัน สรุปผลการวิจัย การศึกษาการอนุรักษ์และกระบวนการจัดการน้ำ ของประชาชนทั่วไปที่อาศัยอยู่บริเวณแม่น้ำชี ในเขตจังหวัดร้อยเอ็ด จากการประชุมเชิงปฏิบัติการอย่างมีส่วนร่วมแบบพาอิก (PAIC) ทำให้ประชาชนมีการอนุรักษ์และความรู้เกี่ยวกับกระบวนการจัดการน้ำเพิ่มมากขึ้น การสนทนาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ซึ่งกันและกัน ทำให้ประชาชนทั่วไปมีความเข้าใจและความตระหนักเกี่ยวกับการอนุรักษ์และกระบวนการจัดการน้ำ จนได้รูปแบบที่ดีและใช้ประโยชน์ในอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและ การอนุรักษ์น้ำได้ จึงควรนำเอารูปแบบการพัฒนาดังกล่าวไปใช้ในพื้นที่อื่น ๆ ที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันต่อไป คำสำคัญ การอนุรักษ์น้ำ /กระบวนการจัดการน้ำ /ประชาชนทั่วไปในเขตจังหวัดร้อยเอ็ด