อุบัติเหตุของรถจักรยานยนต์ในชุมชน: กรณีศึกษา จังหวัดนครศรีธรรมราช
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
บทคัดย่อ ในประเทศที่พัฒนาแล้วมีผู้เสียชีวิตเนื่องจากอุบัติเหตุจากรถจักรยานยนต์ประมาณ 5% - 18% จากจำนวนผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุจราจรทั้งหมด ในขณะที่ประเทศกำลังพัฒนาและประเทศด้อยพัฒนา มีจำนวนผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์สูงกว่าประเทศพัฒนา ตัวอย่างเช่น ในประเทศออสเตรเลีย และสหรัฐอเมริกา มีผู้เสียชีวิตจากรถจักรยานยนต์ประมาณ 10% จากผู้เสียชีวิตจากอุบัติภัยทางถนน แต่ในประเทศอินเดีย 27% ของผู้เสียชีวิตจากอุบัติภัยทางถนนเกี่ยวข้องกับการใช้รถจักรยานยนต์ ในขณะที่ประเทศไทย และมาเลเซีย เกิดขึ้นประมาณ 70% และ 60% ตามลำดับ ประเทศจีนมีจำนวนรถมอเตอร์ไซด์เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ในระหว่างปี พ.ศ. 2530 และ ปี พ.ศ. 2544 จาก 23% เป็น 63% และจำนวนผู้เสียชีวิตเนื่องจากรถจักรยานยนต์เพิ่มขึ้นจาก 7.5% เป็น 19% ในช่วงเวลาเดียวกัน งานวิจัยนี้ได้ศึกษาอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในรถจักรยานยนต์ในชุมชนที่ถูกคัดเลือก ได้แก่ ตำบลในเมือง ตำบลท่าแพ และตำบลท่างิ้ว เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวมีจำนวนอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นโดยมีรถจักรยานยนต์เกี่ยวข้องมากกว่าร้อยละ 60 ของจำนวนรถยนต์ที่เกิดอุบัติเหตุ จากผลการศึกษาพบว่า พื้นที่ตำบลในเมือง รถยนต์ และรถจักรยานยนต์ใช้ความเร็วในการขับขี่ไม่เกินที่ความเร็วที่กำหนด (ต่ำกว่า 80 กม./ชม.) แต่พบว่าในพื้นที่ตำบลท่าแพ และพื้นที่ท่างิ้ว รถยนต์และรถจักรยานยนต์ใช้ความเร็วสูงเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้ และผลการศึกษาพบว่าปริมาณรถยนต์และรถจักรยานยนต์ในพื้นที่ตำบลในเมืองมีจำนวนสูงกว่า พื้นที่ตำบลท่าแพ และตำบลท่างิ้ว ผลการจากทดสอบความสัมพันธ์ของอุบัติเหตุจราจรโดยวิธีไคสแควร์พบว่า อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในแต่ละช่วงเวลาและพื้นที่ศึกษาเป็นอิสระต่อกัน ดังนั้นการกำหนดแผนความปลอดภัยในชุมชนโดยการใช้มาตรการ 3’E เป็นตัวกำหนดมาตรการแก้ไขสำหรับชุมชนนั้นๆ