การขยายพันธุ์ต้นกันเกรา (Fagraea fragrans Roxb.) และพะยอม (Shorea roxburghii G. Don) โดยวิธี seed priming และการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
บทคัดย่อ การขยายพันธุ์ด้วยเมล็ดเป็นวิธีที่ใช้โดยทั่วไป แต่มักพบปัญหางอกช้าและไม่สม่ำเสมอ ดังนั้นงานวิจัยนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการกระตุ้นความงอกของเมล็ดพันธุ์กันเกราและพะยอมโดย GA3, kinetin, KNO3, NaCl, ascorbic acid และ sulphuric acid โดยวางแผนการทดลองแบบสุ่มสมบูรณ์ มี 7 ทรีทเมนต์ คือ 1) เมล็ดที่ไม่กระตุ้นการงอก (control) 2) แช่เมล็ดในสารละลาย GA3 500 ppm นาน 48 ชั่วโมง 3) แช่เมล็ดในสารละลาย kinetin 25 ppm นาน 24 ชั่วโมง 4) แช่เมล็ดในสารละลาย KNO3 นาน 3 ชั่วโมง 5) แช่เมล็ดในสารละลาย NaCl 200 mM นาน 24 ชั่วโมง 6) แช่เมล็ดในสารละลาย ascorbic acid 500 ppm นาน 24 ชั่วโมง และ 7) แช่เมล็ดในสารละลาย sulphuric acid 5, 10, 15 และ 20% นาน 5, 10 และ 15 นาที พบว่า การแช่เมล็ดกันเกราในสารละลาย sulphuric acid 15% นาน 15 นาที มีแนวโน้มทำให้ความงอกสูงที่สุด มีเวลาเฉลี่ยในการงอก 45 วัน และการแช่เมล็ดพะยอมในสารละลาย GA3 500 ppm นาน 48 ชั่วโมง มีแนวโน้มทำให้ความงอกสูงที่สุด (86.67%) ในขณะที่เมล็ดที่ไม่ได้กระตุ้นความงอก (control) มีความงอกเพียง 6.67% ส่วนการแช่เมล็ดพะยอมในสารละลาย kinetin 25 ppm นาน 24 ชั่วโมง และการแช่เมล็ดพะยอมในสารละลาย GA3 500 ppm นาน 48 ชั่วโมง มีเวลาเฉลี่ยในการงอกเร็วที่สุด (8 และ 10.5 วัน ตามลำดับ) ในขณะที่เมล็ดที่ไม่ได้กระตุ้นความงอก (control) มีเวลาเฉลี่ยในการงอก 24.5 วัน