โครงการพัฒนามาตรฐานทางจริยธรรมในการวิจัยเทคโนโลยีจีโนมในมนุษย์
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
จากการรวบรวมหลักการ และแนวทางปฏิบัติ และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง จากการทบทวนวรรณกรรม และการอภิปรายถึงปัญหาที่เกิดขึ้นในทุกฝ่ายทั้งนักวิจัย ผู้เข้าร่วมในการวิจัย และคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยในโครงการที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีจีโนมในมนุษย์ โดยรูปแบบการสัมภาษณ์ และการประชุมกลุ่มย่อย รวมไปถึงการศึกษาและปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติมตามข้อเสนอแนะจากคณะทางานพิจารณาและตรวจสอบโครงการพัฒนามาตรฐานทางจริยธรรมโครงการวิจัยเทคโนโลยีจีโนมในมนุษย์ ทำให้สามารถกาหนดเป็นมาตรฐานการดาเนินการวิจัย และแนวทางการพิจารณาโครงการวิจัยเทคโนโลยีจีโนมในมนุษย์ เพื่อให้นาไปใช้เป็นครั้งแรก ซึ่งคงจะต้องมีการพัฒนาต่อไปในอนาคตตามการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและปัญหาที่จะเกิดขึ้น นอกเหนือไปจากนี้ จากขอบเขตของแนวทางมาตรฐานจริยธรรมวิจัยในฉบับนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับเทคโนโลยีในการให้ได้ข้อมูลพันธุกรรมหรือจีโนมในมนุษย์ โดยไม่ได้เกี่ยวกับการดัดแปลงหรือแก้ไขจีโนมทั้งในส่วนของเซลล์ร่างกาย หรือเซลล์สืบพันธุ์ ทั้งนี้เนื่องจากยังไม่มีข้อมูลมากเพียงพอในการให้ความเห็นในเรื่องนี้ และมีคณะทางานในการพิจารณาแยกออกไป แม้จะมีความเป็นห่วงในความเร่งด่วนของมาตรฐานดังกล่าว ดังกรณีที่เกิดขึ้นในนักวิจัยของประเทศหนึ่งที่ทาการดัดแปลงพันธุกรรมของเซลล์หลังปฏิสนธิ ซึ่งเป็นการดัดแปลงพันธุกรรมของเซลล์ที่ส่งผลถึงเซลล์สืบพันธุ์ในอนาคต ซึ่งยังไม่เป็นที่ยอมรับในปัจจุบัน ทางคณะทางานดังกล่าวอีกกลุ่มสมควรต้องมีการพิจารณาดาเนินการเป็นการด่วนต่อไปในเรื่องการวิจัยโดยเทคโนโลยีจีโนมในมนุษย์นี้ แม้จะมีรายละเอียดปลีกย่อยที่เป็นไปในลักษณะที่จาเพาะเจาะจง และข้อควรระวังพิเศษเพิ่มเติมจนเป็นที่มาในโครงการพัฒนามาตรฐานจริยธรรมการวิจัยเทคโนโลยีจีโนมในมนุษย์ในกิจกรรมนี้ แต่ในหลักการโดยรวม ก็ยังคงยึดถือหลักการสากลในการป้องกันความเสียหายต่อผู้เข้าร่วมวิจัย และเคารพในศักดิ์ศรี และความเป็นมนุษย์ชองผู้เข้าร่วมวิจัยให้มากที่สุด ซึ่งเป็นไปตามประวัติศาสตร์ที่มา ของการพัฒนาจริยธรรมในการวิจัยในมนุษย์ขึ้นมา เพื่อปกป้องผู้เข้าร่วมวิจัย