Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2558

การพัฒนาเทคโนโลยีจัดการหลังการเก็บเกี่ยวลิ้นจี่ในเขตภาคเหนือ

วิทยา อภัย กรมวิชาการเกษตร พ.ศ. 2558

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

ลิ้นจี่เป็นไม้ผลเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศไทย แต่เก็บรักษาได้เพียง 2-3 วันเนื่องจากสีผิวเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลและเน่าเสีย เทคโนโลยีการยืดอายุลิ้นจี่ในปัจจุบันได้แก่ 1) การลดอุณหภูมิด้วยน้ำเย็นช่วยยืดอายุได้ ~10 วันที่อุณหภูมิ 0-5 ?C แต่ปัญหาที่พบคือ การปนเปื้อนในน้ำเย็นจากจุลินทรีย์ ดังนั้นวิธีการลดการปนเปื้อนจึงเป็นสิ่งจำเป็น และ 2) การรมด้วยก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2) สามารถยืดอายุการเก็บรักษาระหว่างส่งออกได้นาน 30-40 วัน แต่พบปัญหา คือ การกำหนดมาตรฐานการตกค้างของ SO2 ในเนื้อผลต่ำของสหภาพยุโรป (EU) เพียง 10 ppm และมาตรฐานโคเดกซ์กำหนดค่าการตกค้างทั้งผลเพียง 50 ppm และมีบางประเทศไม่ยอมรับผลไม้ที่ผ่านการรมก๊าซ SO2 ทำให้เป็นข้อจำกัดในการส่งออกลิ้นจี่ของไทย สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 1 (สวพ.1) จังหวัดเชียงใหม่ จึงได้ดำเนินการวิจัยและพัฒนาการจัดการหลังการเก็บเกี่ยวลิ้นจี่ในเขตภาคเหนือระหว่างปี 2557-2558 โดยวิจัยหาเทคโนโลยีใหม่ทดแทนการรม SO2 เช่น การแช่กรดเกลือ 1 เปอร์เซ็นต์ผสมโซเดียมเมตาไบซัลไฟต์ 3% นาน 5 นาที พบว่า การตกค้างของ SO2 ในเนื้อต่ำกว่า 10 ppm และต่ำกว่าค่าการตกค้างทั้งผล 50 ppm เมื่อเปรียบเทียบกับการรม SO2 ปกติ การวิจัยหาเทคโนโลยีทดแทนที่ไม่มีองค์ประกอบของสารประกอบ SO2 กรณีบางประเทศไม่ยอมรับ พบว่า การแช่ผลในกรดไฮโดรคลอริก 5% นาน 5 นาทีมีประสิทธิภาพสูงสุด รองลงมา คือ แช่คลอรีนไดออกไซด์ 0.6% นาน 5 นาที ทำให้เก็บรักษาลำไยที่ 2-5 oC และความชื้นสัมพัทธ์ 85-90% ได้นาน 28 วัน มีการตกค้างต่ำและปลอดภัยต่อผู้บริโภค ส่วนเทคโนโลยีการลดการปนเปื้อนในน้ำเย็นสำหรับลดอุณหภูมิผลลิ้นจี่นั้นพบว่าการผสมคลอรีนไดออกไซด์ (ClO2) 300 ppm ช่วยลดการปนเปื้อนได้ คณะวิจัยจึงได้ทดสอบพัฒนาเครื่องต้นแบบสารทดแทน คือ การแช่กรดเกลือ 1 เปอร์เซ็นต์ผสมโซเดียมเมตาไบซัลไฟต์ 3% นาน 5 นาที ที่ปลอดภัยต่อผู้ปฏิบัติงาน และเทคโนโลยีการผสมคลอรีนไดออกไซด์ 300 ppm ลดการปนเปื้อนในน้ำเย็นสำหรับลดอุณหภูมิผลลิ้นจี่ทดแทนแรงงานคนที่มีขีดความสามารถ 10 ตะกร้าพลาสติกต่อ 5 นาที ซึ่งผลงานวิจัยและพัฒนานี้ผู้ประกอบการส่งออกสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการส่งออกลิ้นจี่ได้ต่อไป

คำสำคัญ

การส่งออกซัลเฟอร์ไดออกไซด์เทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยวลิ้นจี่การลดอุณหภูมิคลอรีนไดออกไซด์กรดเกลือ

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

โครงการวิจัยการพัฒนาเทคโนโลยีจัดการหลังการเก็บเกี่ยวลำไย

วิทยา อภัย กรมวิชาการเกษตร พ.ศ. 2556

โครงการวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีการจัดการหลังการเก็บเกี่ยวเงาะผลสด

สำเริง ช่างประเสริฐ กรมวิชาการเกษตร พ.ศ. 2556

Review of indicators on active ageing towards sustainable development in Thailand

มหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. 2561

การยืดอายุการเก็บรักษาและอายุการวางจำหน่ายของพริกขี้หนูพันธุ์หัวเรือศก.13 ด้วยการจุ่มน้ำร้อนร่วมกับชนิดบรรจุภัณฑ์และสารเคลือบผิว

วิรญา ครองยุติ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี พ.ศ. 2557

การจัดการวัตถุดิบสำหรับการแปรรูปผลิตภัณฑ์มังคุดคัด

จีราภรณ์ สังข์ผุด มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช พ.ศ. 2558

The impact of age structure on technical ef?ciency in Thai agriculture

มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. 2562

การพัฒนาแนวทางการออกแบบเถียงนาอเนกประสงค์ต้นแบบในจังหวัดกาฬสินธุ์

หัสยา สิงห์ศรี มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ พ.ศ. 2560

การเก็บรักษาเชื้อพันธุ์กล้วยไม้พื้นเมืองไทย

นางสาวนวลทิพย์ ชัยลิ้นฟ้า มหาวิทยาลัยแม่โจ้ พ.ศ. 2551

โครงการวิจัยการปรับปรุงพันธุ์เบญจมาศ

พฤกษ์ คงสวัสดิ์ กรมวิชาการเกษตร พ.ศ. 2553

นวัตกรรมเทคโนโลยีของการยืดอายุการเก็บรักษาและการขนส่งของสาหร่ายพวงองุ่นในเชิงการค้า

ภาณุวัฒน์ สรรพกุล สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) (สวก.) พ.ศ. 2563