Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2559

การประยุกต์ใช้เทคนิคการสกัดสารอินทรีย์ระเหยในเนื้อเยื่่อพืชในพื้นที่ที่มีการปนเปื้อนด้วยของเหลวความดันสูงเพื่อการติดตามเฝ้าระวัง

นภัสนันท์ จอกทอง กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2559

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

การวิจัยนี้เป็นการศึกษาเพื่อประยุกต์ใช้เทคนิคการสกัดด้วยของเหลวความดันสูง ในการสกัดสารอินทรีย์ระเหยในเนื้อเยื่อพืช โดยทำการทดสอบหาสภาวะที่เหมาะสมในการสกัดและวิเคราะห์หาปริมาณสารอินทรีย์ระเหยในเนื้อเยื่อพืช รวมทั้งประเมินผลการทดสอบจากร้อยละการได้กลับคืนของสารอินทรีย์ระเหย (%Recovery) จากเนื้อเยื่อพืช และนำเทคโนโลยีที่ได้มาใช้งานจริง โดยจะทำการเก็บตัวอย่างพืชในพื้นที่ปนเปื้อนมาทำการทดสอบหาสารอินทรีย์ระเหยที่ปนเปื้อน จากการศึกษาสภาวะที่เหมาะสมในการสกัด พบว่า ที่อุณหภูมิ 80 ?C สามารถสกัดสารอินทรีย์ระเหยออกจากเนื้อเยื่อพืชได้ดีกว่าสภาวะการสกัดที่อุณหภูมิ 60 ?C, 70 ?C และ 90 ?C เมื่อทำการสกัดสารที่อุณหภูมิ 80 องศาเซลเซียสในเวลา 5,15,30 และ 45 นาที ที่เวลา 15 นาที จะเป็นเวลาที่สกัดสารอินทรีย์ระเหยออกมาได้ดีที่สุด โดยเฉพาะสารไตรคลโรเอทธิลีน สารเตตระคลอโรเอทธิลีนและเบนซีน แต่เมื่อใช้เวลาในการสกัดสูงขึ้นปริมาณของสารแต่ละชนิดมีแนวโน้มลดลง เมื่อทำการศึกษาประสิทธิภาพของการสกัดด้วยเทคนิคของเหลวความดันสูงจากร้อยละการได้กลับคืนของสารอินทรีย์ระเหย 8 ชนิด ได้แก่ cis-DCE, 1,1,2-tricholomethane, Benzene, TCE, Tolunene, PCE, Ethylbenzene, xylene พบว่าร้อยละการได้กลับคืนอยู่ในช่วงร้อยละ 92-106 ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับได้ (80-120%) และจากการศึกษาหาค่าความเข้มข้นต่ำสุดในการสกัดสารอินทรีย์ระเหยด้วยเทคนิคของเหลวความดันสูง พบสาร Benzene,TCE,Toluene, 1,1,2-TCA , PCE, Ethylbenzene และ Xylene มีความเข้มข้นต่ำสุดที่ 0.14 ug/kg, 0.06 ug/kg, 0.10 ug/kg, 0.40 ug/kg,0.12 ug/kg 0.07 ug/kg และ 0.30 ug/kg ตามลำดับ สำหรับการวิเคราะห์หาสารอินทรีย์ระเหยที่ทำการเก็บตัวอย่างพืชในพื้นที่ที่มีรายงาน การปนเปื้อนสารอินทรีย์ระเหย เมื่อนำตัวอย่างมาสกัดด้วยเทคนิคการสกัดด้วยของเหลวความดันสูง ปรากฎว่าพบสารอินทรีย์ระเหยในเนื้อเยื่อพืช แสดงว่า เทคนิคการสกัดด้วยของเหลวความดันสูงสามารถนำไปใช้งานได้จริงในการสกัดสารอินทรีย์ระเหยในเนื้อเยื่อพืชในพื้นที่ที่มีการปนเปื้อน

คำสำคัญ

Phytomonitoringpressurized liquid extractionการติดตามเฝ้าระวังการปนเปื้อนโดยพืชการสกัดด้วยของเหลวความดันสูง

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การประยุกต์ใช้สะไตรีนมาเลอิกแอนไฮไดรด์โคพอลิเมอร์ สำหรับการสกัดสารประกอบทีมีฤทธิ์ทางชีวภาพจากพืช

พัชรา ปัญญามูลวงษา มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง พ.ศ. 2560

การพัฒนาวิธีการตรวจวิเคราะห์ปริมาณสารพิษตกค้างในตัวอย่างทางการเกษตร ให้มีความถูกต้องและแม่นยำ เพื่อรองรับมาตรฐานเกษตรปลอดภัย

เสาวภา ชูมณี มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ พ.ศ. 2565

ผลของกระบวนการแปรรูปต่อการเปลี่ยนแปลงสารพฤกษเคมีและกิจกรรมการต้านอนุมูลอิสระในผลิตภัณฑ์จากฟักข้าว

จารุชา ยี่แสง มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม พ.ศ. 2559

ฤทธิ์ควบคุมการเจริญเติบโตของพืชอื่นของสารสกัดพลูและกลไกการควบคุมพืชอื่นของสารอัลลีโลเคมิคอลจากพลู

ชนนิษฏ์ ชูพยัคฆ์ มหาวิทยาลัยนเรศวร พ.ศ. 2560

การวิเคราะห์ปริมาณสารสำคัญและฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระของพืชสมุนไพร

ธวัชชัย พันธุกาง มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร พ.ศ. 2566

การศึกษาฤทธิ์ทางชีวภาพของน้ำหมักเมี่ยงผลิตภัณฑ์อาหารหมักพื้นบ้านทางภาคเหนือตอนบน

อัจฉรียา ชมเชย มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ พ.ศ. 2557

ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ และปริมาณสารประกอบฟีนอลิกจากพืชสมุนไพรท้องถิ่นและผักพื้นบ้าน เพื่อเป็นประโยชน์ในชุดสำรับ/ตำรับอาหาร

วิไลวรรณ สิมเชื้อ มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย พ.ศ. 2559

การเปรียบเทียบตัวกรองชีวภาพจากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรในการบำบัดกลิ่นน้ำเสียจากกระบวนการแปรรูปยางพารา

อัจฉรา ศรีคงรักษ์ มหาวิทยาลัยบูรพา พ.ศ. 2553

การวิจัยและพัฒนาวิธีการวิเคราะห์สารเคมีกำจัดศัตรูพืชตกค้างโดยใช้เทคนิคโครมาโตกราฟีและอิมมิวโนแอสเสย์

ทิพวรรณ ประภามณฑล มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2554

การแยกธาตุโลหะหนักจากน้ำทิ้งอุตสาหกรรมโดยใช้แทนนินจากพืชธรรมชาติ

นายประกร รามกุล มหาวิทยาลัยศิลปากร พ.ศ. 2555