ปัจจัยเชิงสาเหตุพหุระดับที่มีอิทธิพลต่อประสิทธิผลความเป็นเลิศ ทางการกีฬาของนักกีฬาในสถาบันการพลศึกษา
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ค้นหาปัจจัยระดับผู้บริหาร ปัจจัยระดับผู้ฝึกสอนกีฬา และปัจจัยระดับนักกีฬา ที่มีอิทธิพลต่อประสิทธิผลความเป็นเลิศทางการกีฬาของนักกีฬาในสถาบัน การพลศึกษา (2) เพื่อสร้างโมเดลเชิงสาเหตุพหุระดับของปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อประสิทธิผลความเป็นเลิศทางการกีฬาของนักกีฬาในสถาบันการพลศึกษา กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ เป็นผู้บริหารสถาบันผู้ฝึกสอนกีฬาและนักกีฬาในสถาบันการพลศึกษา ปีการศึกษา 2556 จำนวน 2,080 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถาม มีลักษณะเป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ มีความเชื่อมั่นระหว่าง 0.767-0.815 จำนวน 13 ฉบับ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลเส้นทางอิทธิพล (Path Analysis) โดยใช้โปรแกรม LISREL 8.31 และโปรแกรม HLM 4.05 เพื่อวิเคราะห์พหุระดับ (Multi-Level Analysis) ผลการวิจัยปรากฏว่า 1. ปัจจัยระดับผู้บริหารสถาบัน พบว่า ปัจจัยที่มีอิทธิพลทางตรง (Direct Effect) ต่อประสิทธิผลความเป็นเลิศทางการกีฬาของนักกีฬา อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ได้แก่ วิสัยทัศน์ทางการกีฬา และพฤติกรรมการบริหารจัดการทางการกีฬา โดยมีสัมประสิทธิ์เส้นทาง (Path Coefficient) เท่ากับ 0.52 และ 0.38 ตามลำดับ 2. ปัจจัยระดับผู้ฝึกสอนกีฬา (โค้ช) พบว่า ปัจจัยที่มีอิทธิพลทางตรง (Direct Effect) ต่อประสิทธิผลความเป็นเลิศทางการกีฬาของนักกีฬา อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ได้แก่ คุณภาพการฝึกทักษะกีฬาของผู้ฝึกสอนกีฬา และการวางแผนกลยุทธ์ทางการกีฬา โดยมีค่าสัมประสิทธิ์เส้นทาง (Path Coefficient) เท่ากับ 0.35 และ 0.34 ตามลำดับ 3. ปัจจัยระดับนักกีฬา พบว่า ปัจจัยที่มีอิทธิพลทางตรง (Direct Effect) ต่อประสิทธิผลความเป็นเลิศทางการกีฬาของนักกีฬา อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ได้แก่ เป้าหมายใฝ่สัมฤทธิ์ทางการกีฬา แรงจูงใจทางการกีฬา ความพร้อมการฝึกซ้อมกีฬา และความเข้มแข็งทางจิตใจ โดยมีค่าสัมประสิทธิ์เส้นทาง (Path Coefficient) เท่ากับ 0.52, 0.42, 0.38 และ 0.34 ตามลำดับ 4. ปัจจัยระดับผู้บริหารสถาบัน ได้แก่ ภาวะผู้นำทางการกีฬา บรรยากาศทางการกีฬา วิสัยทัศน์ทางการกีฬา และพฤติกรรมการบริหารจัดการทางการกีฬา สามารถร่วมกันอธิบายประสิทธิผลความเป็นเลิศทางการกีฬาของนักกีฬาได้ ร้อยละ 33.75 แสดงว่าปัจจัยระดับผู้บริหารสถาบัน การพลศึกษาสามารถนำไปเป็นตัวแปรอิสระเพื่อวิเคราะห์ตัวแปรตามในระดับผู้ฝึกสอนกีฬาได้ 5. ปัจจัยระดับผู้ฝึกสอนกีฬา (โค้ช) ได้แก่ ภาวะผู้นำทางการกีฬา คุณภาพการฝึกทักษะกีฬา ความผูกพันต่อองค์การ และการวางแผนกลยุทธ์ทางการกีฬา สามารถร่วมกันอธิบายประสิทธิผลความเป็นเลิศทางการกีฬาของนักกีฬาได้ ร้อยละ 45.11 แสดงว่าปัจจัยระดับผู้ฝึกสอนกีฬา สถาบัน การพลศึกษา สามารถนำไปเป็นตัวแปรอิสระเพื่อวิเคราะห์ตัวแปรตามในระดับนักกีฬาได้ 6. ปัจจัยระดับนักกีฬา ได้แก่ ความเข้มแข็งทางจิตใจ แรงจูงใจทางการกีฬา เป้าหมายใฝ่สัมฤทธิ์ทางการกีฬา และความพร้อมการฝึกซ้อมกีฬา ร่วมกันอธิบายประสิทธิผลความเป็นเลิศทางการกีฬาของนักกีฬาได้ ร้อยละ 54.33 แสดงว่าตัวแปรระดับนักกีฬา สามารถนำไปเป็นตัวแปรตามเพื่อวิเคราะห์ตัวแปรอิสระระดับผู้ฝึกสอนได้