การบำบัดสารตกค้างทางยาและสารฮอร์โมนในน้ำเสียชุมชนโดยระบบบำบัดน้ำเสียแบบบึงประดิษฐ์
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
บทคัดย่อ สารตกค้างทางยา (pharmaceutical residuals and and personal care products หรือ PPCPs) และสารประเภทฮอร์โมนในน้ำเสียชุมชนเกิดจากน้ำทิ้งของระบบบำบัดน้ำเสีย และตกค้างอยู่ในระบบนิเวศน์ มีผลต่อระบบนิเวศน์ และความเชื่อมั่นของประชาชนที่นำน้ำจากแหล่งน้ำนั้นมาใช้ จากผลงานวิจัยพบว่ามีการตกค้างของสารดังกล่าวในน้ำทิ้งจากระบบบำบัดน้ำเสียของชุมชน และโรงพยาบาลในประเทศไทย และจากการสำรวจคุณภาพน้ำทิ้งจากระบบบำบัดน้ำเสียของประเทศไทยพบว่า ระบบบำบัดน้ำเสียแบบบึงประดิษฐ์ที่ใช้พืชเป็นตัวกลางในการบำบัดสารมลพิษ สามารถบำบัดสารดังกล่าวได้ดีจน อยู่ในระดับที่ตรวจไม่พบได้ ซึ่งสารตกค้างทางยาดังกล่าวสามารถสลายได้โดยกลไกหลายประเภท ซึ่งกลไกที่สำคัญอันหนึ่งคือการย่อยสลายสารอินทรีย์ด้วยเอนไซม์ที่มีอยู่ในพืชน้ำ เช่น เอนไซม์เปอร์ออกซิเดส เอนไซม์รีดักเตส เอนไซม์ทรานสเฟอเรส และสารไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ที่พืชผลิตขึ้น จากการวัดกิจกรรมของเอนไซม์เปอร์ออกซิเดส และสารไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ในพืชน้ำในเขตร้อนของประเทศไทยจำนวน 30 ชนิด พบว่ามีกิจกรรมของเอนไซม์เปอร์ออกซิเดส (enzyme activity) อยู่ในช่วง 0 – 321 ยูนิตต่อกรัมพืชสด ส่วนปริมาณของสารไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ของพืชแต่ละชนิดจะมีค่าอยู่ในช่วง 0.51 - 1.72 ไมโครโมลต่อกรัมพืชสด ซึ่งเมื่อนำพืชที่มีสารดังกล่าวในปริมาณสูงไปใช้ศึกษาประสิทธิภาพการบำบัดสารตกต้างทางยาและฮอร์โมนรวม 17 ชนิดในน้ำเสียของหอพักของศูนย์วิจัยและฝึกอบรมด้านสิ่งแวดล้อมด้วยระบบบึงประดิษฐ์ เมื่อทำการวิเคราะห์ปริมาณของสารตกค้างทางยาและฮอร์โมน ทั้ง 17 ชนิดในน้ำเสียที่เข้า และในน้ำทิ้งที่ออกจากระบบบึงประดิษฐ์ทุกๆ 2 สัปดาห์ พบว่าการบำบัดสารตกค้างทางยาและฮอร์โมนของชุดทดลองบึงประดิษฐ์ 1 และ 3 สามารถบำบัดสาร Acetaminophen Ibuprofen และยาปฏิชีวนะต่างๆ เช่น Amoxicillin และ Tetracycline ได้ดีกว่าชุดทดลองควบคุม ซึ่งอาจเป็นไปได้ว่าพืชอาจมีส่วนร่วมในกลไกการบำบัดสารดังกล่าว อย่างไรก็ตามยังพบการตกค้างของสาร Phynytoin และฮอร์โมน Estrone ในน้ำออกจากระบบบำบัดด้วยบึงประดิษฐ์หลงเหลืออยู่ ซึ่งต้องทำการวิจัยเพื่อหาวิธีการบำบัดที่เหมาะสมต่อไป นอกจากนี้ยังได้นำอัตราการลดของสารตกค้างทางยาและสารฮอร์โมน 4 ชนิด คือ Acetaminophen Ibuprofen Tetracycline และ Estrone มาหาความสัมพันธ์ของการลดปริมาณทางจลนศาสตร์พบว่าการลดของสารแต่ละชนิด มีความสัมพันธ์กับเวลากักพักทางชลศาสตร์หลายแบบ เช่น แบบ zero order แบบ first order และแบบ second order นอกจากนั้นงานวิจัยยังได้ประเมินค่าคงที่ทางจลนศาสตร์เอาไว้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการออกแบบบึงประดิษฐ์เพื่อบำบัดสารตกค้างทางยาและฮอร์โมนต่อไป