Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2565

ประสิทธิภาพของวัสดุในการบำบัดสารอินทรีย์ละลายน้ำเพื่อลดการเกิดสารพลอยได้จากการเติมคลอรีนในน้ำประปา(ชื่อเดิม : นวัตกรรมการผลิตน้ำประปาสะอาด ปราศจากสารก่อมะเร็งกลุ่ม C-DBPs และ N-DBPs)

ปณิธาน จูฑาพร สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2565

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

การเติมสารฆ่าเชื้อโรคในการผลิตน้ำประปาอาจนำไปสู่ความเสี่ยงในการรับสัมผัสกับสารพลอยได้จากการฆ่าเชื้อโรค (DBPs) ซึ่งสารพลอยได้หลายชนิดมีคุณสมบัติเป็นสารก่อมะเร็ง งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาคุณลักษณะของสารอินทรีย์ละลายน้ำที่เป็นสารตั้งต้นของสารพลอยได้เพื่อทำความเข้าใจกลไลการเกิดสารพลอยได้ในน้ำประปา ศึกษาประสิทธิภาพในการกำจัดสารอินทรีย์ละลายน้ำและลดการเกิดสารพลอยได้ กลุ่ม Trihalomethane (THMs) และ Haloacetonitrile (HANs) โดยใช้ถ่านชีวภาพที่สังเคราะห์จากของเหลือใช้ทางเกษตรกรรมในท้องถิ่น (BCRaw และ BC800) ถ่านกัมมันต์ (cAC) เรซินแม่เหล็ก (MIEX) และการสร้างตะกอนด้วย Polyaluminum chloride (PACl) และศึกษาการใช้ค่าการเรืองแสงฟลูออเรสเซนต์ของสารอินทรีย์เป็นดัชนีคุณภาพน้ำเพื่อทำนายการเกิดสารพลอยได้เมื่อเติมคลอรีน ค่าพารามิเตอร์คุณภาพน้ำที่ทำการตรวจวัดในน้ำตัวอย่างก่อนและหลังการบำบัด ได้แก่ ค่าการดูดซับแสง UV ที่ความยาวคลื่น 254 nm (UV254) ปริมาณสารอินทรีย์คาร์บอนละลายน้ำ (DOC) ปริมาณไนโตรเจนละลายน้ำทั้งหมด (TDN) การเกิดสารพลอยได้กลุ่ม THMs และ HANs คุณลักษณะของสารอินทรีย์เมื่อทำปฏิกิริยากับคลอรีนด้วยเทคนิค fluorescence excitation-emission matrix (EEM) และแบบจำลองคณิตศาสตร์ Parallel factor analysis (PARAFAC) การเติมคลอรีนเพื่อฆ่าเชื้อโรคในน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยา ก่อให้เกิดสารพลอยได้กลุ่ม THMs และ HANs เท่ากับ 452.4 ?g/L และ 7.55 ?g/L ตามลำดับ เมื่อทำการบำบัดน้ำดิบด้วยกระบวนการต่างๆ พบว่า ประสิทธิภาพในการลดการเกิดสารพลอยได้ เรียงตามลำดับคือ เรซิน MIEX (73%) = cAC (73%) > BC800 (44%) > PACl (14%) > BCRaw (0%) เรซิน MIEX เท่านั้นที่กำจัดโบรไมด์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนวัสดุดูดซับต่างๆ มีประสิทธิภาพในการกำจัดสารอินทรีย์แต่ไม่สามารถกำจัดโบรไมด์ได้ ผลการวิเคราะห์คุณลักษณะของสารอินทรีย์บ่งชี้ว่าเรซิน MIEX และถ่านชีวภาพแสดงพฤติกรรมเลือกกำจัดสารอินทรีย์กลุ่มฮิวมิก อันเป็นสารตั้งต้นที่สำคัญในการเกิด DBPs คุณสมบัตินี้เองที่ส่งผลให้ เรซิน MIEX และถ่านชีวภาพลดการเกิด DBPs ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงกว่าการรวมตะกอน สารอินทรีย์ที่มีความสามารถในการทำปฏิกิริยากับคลอรีนสูงสุดคือสารอินทรีย์กลุ่มฮิวมิก และความเข้มแสงฟลูออเรสเซนต์ของสารกลุ่มฮิวมิกที่หายไปเมื่อเติมคลอรีน (?Fmax) ของสารอินทรีย์กลุ่มฮิวมิกมีความสัมพันธ์เชิงเส้นตรงอย่างมีนัยสำคัญกับค่าความเข้มข้นของสารพลอยได้ THMs ที่เกิดขึ้น แสดงถึงความเป็นไปได้ที่จะใช้ค่าความเข้มแสงฟลูออเรสเซนต์ของสารอินทรีย์กลุ่มฮิวมิก เป็นดัชนีคุณภาพน้ำที่สัมพันธ์กับการเกิดสารพลอยได้เมื่อเติมสารฆ่าเชื้อคลอรีนในระบบผลิตน้ำประปา

คำสำคัญ

Water treatmentDissolved Organic Matterการผลิตน้ำประปาChlorinationDisinfection By-productsการเติมคลอรีนสารอินทรีย์ละลายน้ำMIEX resinเรซินแลกเปลี่ยนประจุคุณสมบัติแม่เหล็กสารพลอยได้จากการฆ่าเชื้อโรค

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การศึกษาการนำสารที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมาใช้เป็นสารหน่วงการกัดกร่อนเพื่อทดแทนสารเคมีในระบบน้ำหล่อเย็น

มัณฑนา จริยาบูรณ์ มหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. 2559

การพัฒนาตัวดูดซับสำหรับน้ำเสียประเภทสีย้อม (ชื่อเดิม : การพัฒนานวัตกรรมอเนกประสงค์สำหรับบำบัดน้ำเสีย)

ศรชัย อินทะไชย สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2564

การปรับปรุงคุณภาพน้ำโดยการลดสารอินทรีย์ธรรมชาติเพื่อใช้ควบคุมการเกิดสารก่อมะเร็งในน้ำประปา

ชัยศรี สุขสาโรจน์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ พ.ศ. 2553

การควบคุมและตรวจสอบระบบบำบัดน้ำเสียด้วยเทคนิคชีววิทยาโมเลกุล

ปิยะนุช เนียมทรัพย์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ พ.ศ. 2557

การบำบัดน้ำเสียโดยการใช้ปฏิกิริยาการเร่งด้วยแสงของฟิล์มไทเทเนียบางบนชิ้นงานสามมิติ

วิไลลักษณ์ ศิริวงศ์รังสรร สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง พ.ศ. 2559

การพัฒนาระบบพลาสมาดิสชาร์จเพื่อการกำจัดสารอินทรีย์ปนเปื้อนที่เป็นพิษในน้ำใต้ดิน

พีรพงษ์ พรวงศ์ทอง สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2559

โครงการศึกษาประสิทธิภาพเทคโนโลยีการปรับปรุงคุณภาพน้ำบาดาลและประเมินความคุ้มค่า เพื่อการอุปโภคในพื้นที่มีการปนเปื้อนสารหนู (ระยะที่ 1)

สำนักทรัพยากรน้ำบาดาลเขต 8 (ราชบุรี) พ.ศ. 2565

ประสิทธิภาพระบบบำบัดบึงประดิษฐ์แบบน้ำไหลเหนือพื้นผิว กับระบบบำบัดบึงประดิษฐ์แบบน้ำไหลใต้ผิวพื้นผิวในการใช้แฝกพันธุ์สุราษฎร์ธานี เพื่อกำจัดแคดเมียมและสังกะสีจากน้ำเสียสังเคราะห์

ขวัญฉัตร ทวิสุวรรณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี พ.ศ. 2552

การใช้ไลโปไลติกยีสต์เพื่อการบำบัดน้ำเสียขั้นต้น

วรวุฒิ จุฬาลักษณานุกูล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ. 2557

ประสิทธิภาพวัสดุตัวกลางในการบำบัดน้ำเสียระบบโปรยกรอง

ปริญญา ไกรวุฒินันท์ พ.ศ. 2558