กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
การเติมสารฆ่าเชื้อโรคในการผลิตน้ำประปาอาจนำไปสู่ความเสี่ยงในการรับสัมผัสกับสารพลอยได้จากการฆ่าเชื้อโรค (DBPs) ซึ่งสารพลอยได้หลายชนิดมีคุณสมบัติเป็นสารก่อมะเร็ง งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาคุณลักษณะของสารอินทรีย์ละลายน้ำที่เป็นสารตั้งต้นของสารพลอยได้เพื่อทำความเข้าใจกลไลการเกิดสารพลอยได้ในน้ำประปา ศึกษาประสิทธิภาพในการกำจัดสารอินทรีย์ละลายน้ำและลดการเกิดสารพลอยได้ กลุ่ม Trihalomethane (THMs) และ Haloacetonitrile (HANs) โดยใช้ถ่านชีวภาพที่สังเคราะห์จากของเหลือใช้ทางเกษตรกรรมในท้องถิ่น (BCRaw และ BC800) ถ่านกัมมันต์ (cAC) เรซินแม่เหล็ก (MIEX) และการสร้างตะกอนด้วย Polyaluminum chloride (PACl) และศึกษาการใช้ค่าการเรืองแสงฟลูออเรสเซนต์ของสารอินทรีย์เป็นดัชนีคุณภาพน้ำเพื่อทำนายการเกิดสารพลอยได้เมื่อเติมคลอรีน ค่าพารามิเตอร์คุณภาพน้ำที่ทำการตรวจวัดในน้ำตัวอย่างก่อนและหลังการบำบัด ได้แก่ ค่าการดูดซับแสง UV ที่ความยาวคลื่น 254 nm (UV254) ปริมาณสารอินทรีย์คาร์บอนละลายน้ำ (DOC) ปริมาณไนโตรเจนละลายน้ำทั้งหมด (TDN) การเกิดสารพลอยได้กลุ่ม THMs และ HANs คุณลักษณะของสารอินทรีย์เมื่อทำปฏิกิริยากับคลอรีนด้วยเทคนิค fluorescence excitation-emission matrix (EEM) และแบบจำลองคณิตศาสตร์ Parallel factor analysis (PARAFAC) การเติมคลอรีนเพื่อฆ่าเชื้อโรคในน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยา ก่อให้เกิดสารพลอยได้กลุ่ม THMs และ HANs เท่ากับ 452.4 ?g/L และ 7.55 ?g/L ตามลำดับ เมื่อทำการบำบัดน้ำดิบด้วยกระบวนการต่างๆ พบว่า ประสิทธิภาพในการลดการเกิดสารพลอยได้ เรียงตามลำดับคือ เรซิน MIEX (73%) = cAC (73%) > BC800 (44%) > PACl (14%) > BCRaw (0%) เรซิน MIEX เท่านั้นที่กำจัดโบรไมด์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนวัสดุดูดซับต่างๆ มีประสิทธิภาพในการกำจัดสารอินทรีย์แต่ไม่สามารถกำจัดโบรไมด์ได้ ผลการวิเคราะห์คุณลักษณะของสารอินทรีย์บ่งชี้ว่าเรซิน MIEX และถ่านชีวภาพแสดงพฤติกรรมเลือกกำจัดสารอินทรีย์กลุ่มฮิวมิก อันเป็นสารตั้งต้นที่สำคัญในการเกิด DBPs คุณสมบัตินี้เองที่ส่งผลให้ เรซิน MIEX และถ่านชีวภาพลดการเกิด DBPs ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงกว่าการรวมตะกอน สารอินทรีย์ที่มีความสามารถในการทำปฏิกิริยากับคลอรีนสูงสุดคือสารอินทรีย์กลุ่มฮิวมิก และความเข้มแสงฟลูออเรสเซนต์ของสารกลุ่มฮิวมิกที่หายไปเมื่อเติมคลอรีน (?Fmax) ของสารอินทรีย์กลุ่มฮิวมิกมีความสัมพันธ์เชิงเส้นตรงอย่างมีนัยสำคัญกับค่าความเข้มข้นของสารพลอยได้ THMs ที่เกิดขึ้น แสดงถึงความเป็นไปได้ที่จะใช้ค่าความเข้มแสงฟลูออเรสเซนต์ของสารอินทรีย์กลุ่มฮิวมิก เป็นดัชนีคุณภาพน้ำที่สัมพันธ์กับการเกิดสารพลอยได้เมื่อเติมสารฆ่าเชื้อคลอรีนในระบบผลิตน้ำประปา
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 5 — 5. Key elements demonstrated in relevant environments
สามารถระบุแนวทางในการปรับปรุงคุณภาพน้ำประปาโดยการใช้เรซินแม่เหล็กควบคู่กับสารสร้างแกนตะกอน และการฆ่าเชื้อโรคแบบผสมผสาน ClO2/Cl2 เพื่อลดการเกิดสารพลอยได้ และทำการถ่ายทอดองค์ความรู้ดังกล่าวให้กับการประปา
ในระดับห้องปฏิบัติการมีความพร้อมในการเก็บตัวอย่าง ทดสอบการบำบัดสารอินทรีย์ และตรวจวิเคราะห์ความสามารถในการเกิดสารพลอยได้กลุ่มต่างๆ
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 7 — 7. refinement of project and/or solution and, if needed, retesting in relevant environment with relevant stakeholders
เสนอ Solution การปรับปรุงคุณภาพน้ำประปา ผลักดันค่า DBPs ชนิดอื่นๆ ในมาตรฐานน้ำประปา จัดการฝึกอบรมและถ่ายทอดเทคโนโลยีและองค์ความรู้ ใช้ข้อมูลเพื่อเตรียมความพร้อมการเดินระบบเรซิน MIEX ขนาดต้นแบบ (pilot plant) ร่วมกับการประปาส่วนภูมิภาค และบริษัท IXOM
ระบุปัญหาคุณภาพน้ำประปาในด้านการเกิดสารพลอยได้ ชนิดอื่นๆ นอกเหนือจาก THMs ที่ระบุไว้ในค่ามาตรฐานคุณภาพน้ำ และผลกระทบจากการปล่อยน้ำทิ้งลงสู่แหล่งน้ำดิบ ทำให้คุณภาพน้ำเสื่อมโทรม ส่งผลกระทบต่อผู้ใช้น้ำ