กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
โครงการวิจัยระยะที่ 2 ปี พ.ศ. 2556) มีเป้าหมายในการพัฒนาตำรับชีวภัณฑ์ที่ สามารถควบคุมโรคพืชทางดินได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีสมบัติสอดคล้องกับ หลักเกณฑ์ในการเพาะปลูกพืชอินทรีย์ สามารถนำไปใช้ทดแทนสารเคมีสังเคราะห์ในการ ควบคุมโรคพืชที่ระบาดทางดินได้ ซึ่งในการวิจัยนี้ได้นำเชื้อแอคติโนมัยสีทปฏิปักษ์ Streptomyces sp. MOST -1 ที่คัดเลือกได้จากการวิจัยระยะที่ 1 มาใช้เป็นเชื้อออกฤทธิ์ ในการเตรียมเป็นชีวภัณฑ์ตำรับต่างๆ กัน 4 ตำรับ ได้แก่ 1) ตำรับผงเกล็ดที่ใช้ทาล์คัมเป็น วัสดุตัวพา 2) ตำรับเม็ดแอลจีเนต 3) ตำรับเม็ดดินเผา ซึ่งใช้เม็ดดินเผาเป็นวัสดุตัวพา และ 4 ตำรับพีทมอส ซึ่งใช้พีทมอสผสมเวอร์มิคูไลท์เป็นวัสดุตัวพา ซึ่งเมื่อนำชีวภัณฑ์ทั้ง 4 ตำรับไปทดสอบความคงตัวระหว่างเก็บรักษาที่อุณหภูมิ 4 องศาเซลเชียส และที่ อุณหภูมิห้อง (25 -35 องศาเซลเซียส) โดยพิจารณาอัตราการรอดชีวิตของเชื้อออกฤทธิ์ และการคงสภาพทางกายภาพ พบว่าตำรับชีวภัณฑ์ 3 รายการ ประกอบด้วยตำรับทาล์คัม ตำรับเม็ดดินเผา และตำรับพีทมอส มีระดับความคงตัวสูง ทั้งภายใต้สภาพการเก็บรักษาที่ อุณหภูมิต่ำ (4 องศาเซลเชียส) และที่อุณหภูมิห้อง ส่วนตำรับเม็ดอัลจีเนตพบว่าเชื้อ MOST-1 มีอัตราการรอดชีวิตต่ำกว่าในตำรับอื่น โดยเฉพาะเมื่อจัดเก็บที่อุณหภูมิห้อง ซึ่ง ประชากรของเชื้อ MOST-1 จากประชากรเริ่มมากกว่าร้อยละ 50 ในช่วงเวลาเก็บรักษา 60 วัน ดังนั้น จึงเลือกตำรับตำรับทาล์คัม ตำรับเม็ดดินเผา และตำรับพีทมอส ไปใช้ศึกษา ประสิทธิภาพการใช้ประโยชน์ระดับนำร่องต่อไป การศึกษาการประยุกต์ใช้ตำรับชีวภัณฑ์ที่พัฒนาขึ้นแบ่งเป็น 2 การทดลอง ได้แก่ การทดประสิทธิภาพการควบคุมโรคเหี่ยวเหลืองของมะเขือเทศ และการทดสอบ ประสิทธิภาพการควบคุมโรคโคนเน่าของกวางตุ้งดอก ผลพบว่าชีวภัณฑ์ทั้ง 3 ตำรับมี ประสิทธิภาพในการควบคุมโรคและส่งเสริมการเจริญของพืช และมีศักยภาพที่จะพัฒนาสู่ การใช้ประโยชน์ระดับการค้าต่อไป