Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2556

การพัฒนาชีวภัณฑ์จุลินทรีย์สำหรับการควบคุมโรคพืชที่ปนมากับดิน เพื่อใช้ในระบบเกษตรอินทรีย์

ศิริรัตน์ ศิริพรวิศาล มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา พ.ศ. 2556

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

โครงการวิจัยระยะที่ 2 ปี พ.ศ. 2556) มีเป้าหมายในการพัฒนาตำรับชีวภัณฑ์ที่ สามารถควบคุมโรคพืชทางดินได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีสมบัติสอดคล้องกับ หลักเกณฑ์ในการเพาะปลูกพืชอินทรีย์ สามารถนำไปใช้ทดแทนสารเคมีสังเคราะห์ในการ ควบคุมโรคพืชที่ระบาดทางดินได้ ซึ่งในการวิจัยนี้ได้นำเชื้อแอคติโนมัยสีทปฏิปักษ์ Streptomyces sp. MOST -1 ที่คัดเลือกได้จากการวิจัยระยะที่ 1 มาใช้เป็นเชื้อออกฤทธิ์ ในการเตรียมเป็นชีวภัณฑ์ตำรับต่างๆ กัน 4 ตำรับ ได้แก่ 1) ตำรับผงเกล็ดที่ใช้ทาล์คัมเป็น วัสดุตัวพา 2) ตำรับเม็ดแอลจีเนต 3) ตำรับเม็ดดินเผา ซึ่งใช้เม็ดดินเผาเป็นวัสดุตัวพา และ 4 ตำรับพีทมอส ซึ่งใช้พีทมอสผสมเวอร์มิคูไลท์เป็นวัสดุตัวพา ซึ่งเมื่อนำชีวภัณฑ์ทั้ง 4 ตำรับไปทดสอบความคงตัวระหว่างเก็บรักษาที่อุณหภูมิ 4 องศาเซลเชียส และที่ อุณหภูมิห้อง (25 -35 องศาเซลเซียส) โดยพิจารณาอัตราการรอดชีวิตของเชื้อออกฤทธิ์ และการคงสภาพทางกายภาพ พบว่าตำรับชีวภัณฑ์ 3 รายการ ประกอบด้วยตำรับทาล์คัม ตำรับเม็ดดินเผา และตำรับพีทมอส มีระดับความคงตัวสูง ทั้งภายใต้สภาพการเก็บรักษาที่ อุณหภูมิต่ำ (4 องศาเซลเชียส) และที่อุณหภูมิห้อง ส่วนตำรับเม็ดอัลจีเนตพบว่าเชื้อ MOST-1 มีอัตราการรอดชีวิตต่ำกว่าในตำรับอื่น โดยเฉพาะเมื่อจัดเก็บที่อุณหภูมิห้อง ซึ่ง ประชากรของเชื้อ MOST-1 จากประชากรเริ่มมากกว่าร้อยละ 50 ในช่วงเวลาเก็บรักษา 60 วัน ดังนั้น จึงเลือกตำรับตำรับทาล์คัม ตำรับเม็ดดินเผา และตำรับพีทมอส ไปใช้ศึกษา ประสิทธิภาพการใช้ประโยชน์ระดับนำร่องต่อไป การศึกษาการประยุกต์ใช้ตำรับชีวภัณฑ์ที่พัฒนาขึ้นแบ่งเป็น 2 การทดลอง ได้แก่ การทดประสิทธิภาพการควบคุมโรคเหี่ยวเหลืองของมะเขือเทศ และการทดสอบ ประสิทธิภาพการควบคุมโรคโคนเน่าของกวางตุ้งดอก ผลพบว่าชีวภัณฑ์ทั้ง 3 ตำรับมี ประสิทธิภาพในการควบคุมโรคและส่งเสริมการเจริญของพืช และมีศักยภาพที่จะพัฒนาสู่ การใช้ประโยชน์ระดับการค้าต่อไป

คำสำคัญ

เชื้อแอคติโนมัยซีตปฏิปักษ์ (Antagonistic actinomycetes)<br>การควบคุมโดยชีววิธี (Biological control)<br>ชีวภัณฑ์ควบคุมเชื้อรา (Biofungicide)<br>การเตรียมดิน (Soil amendment)

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การส่งเสริมการเจริญเติบโตและเพิ่มผลผลิตของพืชสมุนไพรด้วยเชื้อจุลินทรีย์ในดิน

เนตรดารา จันทร์อุตส่าห์ มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ พ.ศ. 2564

การถ่ายทอดการพัฒนาการใช้ชีวมวลจุลินทรีย์ควบคุมโรคพืชและเพิ่มผลผลิตพืชในรูปปุ๋ยชีวภาพ

กณิษฐา สังคะหะ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. 2556

การสังเคราะห์อนุภาคซิลเวอร์นาโนทางชีวภาพด้วยแอคติโนแบคทีเรียจากดินสำหรับควบคุมการเจริญเชื้อราสาเหตุโรคพืช

อัจฉรียา ชมเชย มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ พ.ศ. 2561

การวิจัยและพัฒนาจุลินทรีย์ปฏิปักษ์ในการควบคุมโรครากเน่าและใบจุดของผักสลัดและการถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อการประยุกต์ใช้การจัดการศัตรูพืชโดยชีววิธี

พิภัทร เจียมพิริยะกุล สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2563

การนำจุลินทรีย์มาใช้ประโยชน์ในระบบเกษตรกรรมแบบยั่งยืน

สมเกียรติ พรพิสุทธิมาศ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ พ.ศ. 2559

โครงการวิจัยนวัตกรรมและเทคโนโลยีการผลิตสารชีวภาพจากจุลินทรีย์และสาหร่ายเพื่อผลิตพืชปลอดภัย

ภรณี สว่างศรี กรมวิชาการเกษตร พ.ศ. 2565

นิเวศจุลชีพในดินและปุ๋ยจากการเกษตรแบบอินทรีย์

นราพร สมบูรณ์นะ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ. 2560

การใช้ปุ๋ยชีวภาพจากจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ไมคอร์ไรซา และสาหร่ายสีเขียวแกมขนาดใหญ่เพื่อเพิ่มผลผลิต และทดแทนการใช้สารเคมี

ทัตพร คุณประดิษฐ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ พ.ศ. 2560

การผลิตหัวเชื้อจุลินทรีย์ ให้เหมาะสมกับการใช้ประโยชน์ทางการเกษตร

สมพร ชุนห์ลือชานนท์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2552

การแยกและคัดเลือกจุลินทรีย์ที่ช่วยส่งเสริมศักยภาพในการผลิตข้าวอินทรีย์เพื่อประยุกต์ใช้ในระบบการปลูกข้าวแบบประณีต

สมคิด ดีจริง มหาวิทยาลัยแม่โจ้ พ.ศ. 2559