การใช้เฟซบุ๊กที่มีผลกระทบต่อลีลาชีวิตของนักศึกษา สถาบันการพลศึกษา
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
โครงการวิจัย การใช้เฟซบุ๊กที่มีผลกระทบต่อลีลาชีวิตของนักศึกษา สถาบันการพลศึกษา ชื่อผู้วิจัย นฤมล รอดเนียม จาเป็น เกิดดา และ วนิดา พูลนวล เดือนปีที่ทาเสร็จ กันยายน 2556 คาสาคัญ พฤติกรรม เฟซบุ๊ก ลีลาชีวิต นักศึกษา สถาบันการพลศึกษา บทคัดย่อ การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาพฤติกรรมการใช้เฟซบุ๊ก และผลกระทบของการใช้ เฟซบุ๊กที่มีต่อลีลาชีวิตของนักศึกษา สถาบันการพลศึกษา กลุ่มตัวอย่างคือนักศึกษาระดับปริญญาตรี สถาบันการพลศึกษา ที่ลงทะเบียนเรียนในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2556 จานวน 400 คน ได้มาโดย การสุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม และแบบสัมภาษณ์แบบ กึ่งโครงสร้าง ข้อมูลเชิงปริมาณใช้การวิเคราะห์ข้อมูลโดยหาค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ส่วนข้อมูลเชิงคุณภาพใช้การวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า: 1. นักศึกษาส่วนใหญ่ใช้เฟซบุ๊คเชื่อมต่อผ่านอุปกรณ์ทางโน้ตบุ๊กมากที่สุด รองลงมาคือ สมาร์ทโฟน และคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ ตามลาดับ จะเปิดใช้เฟซบุ๊กทุกวัน โดยเฉลี่ยใช้วันละ 1-3 ชั่วโมง ในช่วงเวลาระหว่าง 20.00-24.00 น. ลักษณะการใช้งานแต่ละครั้งส่วนใหญ่จะใช้และพักสลับกันไปตามโอกาส โดยมีวัตถุประสงค์ในการใช้งานเพื่อการติดต่อกลุ่มเพื่อนส่วนกิจกรรมที่ทาเป็นประจาขณะใช้เฟซบุ๊กโดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่า กิจกรรมส่วนใหญ่อยู่ในระดับปานกลาง แต่มีเพียง 2 ข้ออยู่ในระดับสูง และอีก 2 ข้ออยู่ในระดับน้อย โดยกิจกรรมที่ทาสูงสุดอันดับแรกๆ ได้แก่ การสนทนา, การติดตามกิจกรรมในชั้นเรียน, รับและส่งข้อความส่วนตัว, ดูรูปถ่ายของบุคคลอื่น และแสดงความคิดเห็นของตนหรือข้อความของบุคคลอื่น ตามลาดับ 2. ผลกระทบของการใช้เฟซบุ๊คที่มีต่อกิจกรรมการดาเนินชีวิตโดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่า มีผลกระทบอยู่ในระดับปานกลาง จานวน 12 ข้อ และระดับน้อยจานวน 13 ข้อ โดยผลกระทบที่สูงสุดอันดับแรกๆ ได้แก่ ใช้เวลาอยู่กับตัวเองมากขึ้น, รู้สึกปวดตา/ปวดหัว/เมื่อยเวลาเล่นนานๆ, นอนดึกขึ้นและตื่นสายกว่าเดิม, ทางานอดิเรกน้อยลง และออกไปเที่ยวในวันหยุดน้อยลง ส่วนผลกระทบของการใช้เฟซบุ๊กที่มีต่อการศึกษาโดยรวมอยู่ในระดับน้อย เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า กิจกรรมส่วนใหญ่มีผลกระทบในระดับน้อย แต่มีเพียง 3 ข้อที่อยู่ในระดับปานกลาง ได้แก่ มีความรู้รอบตัวเพิ่มขึ้น, อ่านหนังสือน้อยลง และ ไม่ได้ทบทวนบทเรียนที่ได้เรียนไปแล้ว