พัฒนารูปแบบการประกันสุขภาพด้วยการส่งเสริมสุขภาพรองรับสังคมสูงอายุ
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การเตรียมความพร้อมรับสังคมผู้สูงอายุให้มีสุขภาพดี โดยเตรียมความพร้อมของประชาชนวัยทำงาน ในสถานประกอบการ ทั้งด้าน ความพร้อมทางด้านด้านสุขภาพ เศรษฐกิจ (การเงิน) และสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาพดี รวมทั้งสร้างการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย ทั้งภาครัฐและเอกชน เช่น สำนักงานประกันสังคม สถานประกอบการ อีกทั้ง เพื่อได้ข้อเสนอ เชิงนโยบายในการขับเคลื่อนการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพประชาชนวัยทำงานเพื่อให้เกิดการประกันสุขภาพป้องกันการเกิดโรคไม่ติดต่อที่เกิดจากพฤติกรรมสุขภาพ (NCDS) และเตรียมความพร้อมเข้าสู่วัยผู้สูงอายุอย่างมีคุณภาพ แนวทางเชิงยุทธศาสตร์จึงมุ่งเน้นการเตรียมความพร้อมรองรับสังคมผู้สูงวัยอย่างมีคุณภาพ ซึ่งสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2560 – 2579) ในการเสริมสร้างพลังทางสังคมเพื่อเตรียมรองรับสังคมสูงวัยอย่างมีคุณภาพในทุกมิติทั้งมิติสุขภาพ เศรษฐกิจ สังคมและสภาพแวดล้อม โดยพัฒนากลวิธีในการส่งเสริมสุขภาพ อีกทั้งยังเป็นการสร้างแรงจูงใจ และกระตุ้นให้ภาคเอกชนโดย สถานประกอบการ หน่วยงานภาครัฐ ร่วมกันพัฒนาการประกันสุขภาพเพื่อเตรียมความพร้อมประชาชนในวัยทำงานส่งต่อเป็นผู้สูงอายุที่มีสุขภาพดี ลดปัจจัยเสี่ยงต่อการเป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) และให้บรรลุตามเป้าหมายยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี คือ คนไทยมีอายุคาดเฉลี่ยเมื่อแรกเกิด (LE) ไม่น้อยกว่า 85 ปี และอายุคาดเฉลี่ยของการมีสุขภาพดีไม่น้อยกว่า (HALE) 75 ปี ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมาประเทศไทยมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรอย่างรวดเร็วประเทศไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุในปี 2548 หลังจากนั้นก็ได้เผชิญกับภาวการณ์เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของประชากรผู้สูงอายุเรื่อยมา ในปี 2560 ประเทศไทยมีประชากรสูงอายุ 60 ปีขึ้นไป 11.7 ล้านคน (ร้อยละ 17) ของประชากร ทั้งหมด 65.5 ล้านคน คาดประมาณว่าในปี 2590 จะมีสัดส่วนของประชากรสูงอายุถึงร้อยละ 23 1 เมื่อเข้าสู่วัยผู้สูงอายุนั้นจะมีการเปลี่ยนแปลง ทั้งทางร่างกาย จิตใจ และสังคมซึ่งส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ2 จากรายงานสถานการณ์ทางสังคมของผู้สูงอายุ ปี 2552 (รายงานผลในปี 2554) พบว่า สาเหตุการตายของผู้สูงอายุที่สำคัญ คือโรคมะเร็งทุกชนิด โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง หลอดลมอักเสบ และปอดอักเสบ สอดคล้องกับรายงานภาระโรคและการบาดเจ็บของประชากรไทย ล่าสุดในปี 2557 พบว่าโรคที่เป็นสาเหตุของการสูญเสียปีสุขภาวะสำหรับประชากรไทยกลุ่มอายุ 60 ปีขึ้นไป สามอันดับแรกในชาย คือ โรคหลอดเลือดสมอง โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง และโรคหัวใจขาดเลือด ส่วนเพศหญิง คือ โรคหลอดเลือดสมอง โรคเบาหวาน และโรคสมองเสื่อม3 และจากสถานการณ์ผู้สูงอายุไทย ในปี 2560 นี้ มีข้อมูลว่า ประชากรสูงอายุไทยยังมีปัญหาเรื่องสุขภาพ และอยู่ในภาวะช่วยตัวเองไม่ได้ (ไม่สามารถประกอบกิจวัตรพื้นฐาน คือ กิน อาหารเอง เข้าห้องน้ำเอง แต่งตัวได้เอง) มากถึงร้อยละ 5 โดยเฉพาะผู้สูงอายุตอนปลายที่ไม่สามารถ ช่วยตัวเองได้ มีมากถึงร้อยละ 19 ของผู้สูงอายุทั้งหมดอย่างไรก็ดีการเจ็บป่วยด้วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรังข้างต้นนั้นไม่ได้เพิ่งมาเจ็บป่วยตอนเป็นผู้สูงอายุ แต่ภาวะสุขภาพดังกล่าวถูกสะสมจากพฤติกรรมเสี่ยงด้านสุขภาพมาตั้งแต่อยู่ในช่วงวัยทำงาน ซึ่งมีพฤติกรรมสุขภาพที่ไม่เหมาะสม ทั้งเรื่อง การรับประทานอาหารหวาน มัน เค็ม ขาดการออกกำลังกาย ภาวะเครียดหรือขาดการดูแลสุขภาพจิตที่เหมาะสม การสูบบุหรี่ การดื่มสุรา จากการสำรวจพฤติกรรมสุขภาพของผู้สูงอายุไทย โดยกรมอนามัย โครงการประเมินเทคโนโลยีและนโยบายด้านสุขภาพ (HITAPP) และสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ใน พ.ศ. 2556 ระบุว่า ผู้สูงอายุไทยมีพฤติกรรมสุขภาพพึงประสงค์เพียงร้อยละ 26 ประเด็นดังกล่าวส่งผลกระทบต่อการพัฒนาประเทศและสังคมโดยรวม รัฐต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มสูงขึ้นในการดูแลผู้สูงอายุ และส่งผลกระทบต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP) ในที่สุด จากข้อมูลดังกล่าวจึงเป็นคณะผู้วิจัยจึงเล็งเห็นว่าสังคมไทยควรมีการเตรียมความพร้อมหลายด้าน โดยเฉพาะเรื่องสุขภาพ และการมีหลักประกันสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุเพื่อให้มีสุขภาพดี ดังนั้น การจัดทำโครงการวิจัยเส้นทางของพหุโปรแกรมในวัยทำงานมุ่งสู่ผู้สูงวัยสุขภาพดีในครั้งนี้จะทำให้ได้ 1) รูปแบบของการประกันสุขภาพรองรับสังคมสูงอายุโดยประยุกต์ใช้แนวคิดการสะสมทรัพย์เพื่อสุขภาพที่เหมาะสมกับคนไทย 2) รูปแบบการส่งเสริมสุขภาพวัยทำงานผ่านการมีส่วนร่วมของสถานประกอบการเพื่อรองรับสังคมสูงอายุ 3) รูปแบบแพลตฟอร์มด้านเทคโนโลยีในการเก็บข้อมูลสุขภาพ 4) รูปแบบการส่งเสริมสุขภาพเน้นเรื่องกิจกรรมทางกายเพื่อให้มีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ทั้งในสถานประกอบการและในครอบครัว ตลอดจนนำรูปแบบดังกล่าวไปทดลองใช้ทั้งในสถานประกอบการและในชุมชนโดยอาศัยการมีส่วนร่วมของภาคส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้องและพัฒนาเป็นข้อเสนอเชิงนโยบายในระดับประเทศในการพัฒนาระบบประกันสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุต่อไป