กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
โรคหัดเป็นโรคที่ป้องกันได้ด้วยวัคซีนและวัคซีนหัดได้รับการบรรจุในแผนงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคของประเทศตั้งแต่ปี พ.ศ.2527 แต่ยังคงการระบาดใหญ่ในประเทศไทย องค์การอนามัยโลกตั้งเป้าหมายการกำจัดโรคหัดในปี พ.ศ. 2566 โดยกำหนดให้มีการสอบสวนแหล่งที่มาของเชื้อก่อโรคไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ในผู้ป่วยหรือเหตุการณ์ระบาด ด้วยการจำแนกระดับโมเลกุล (molecular epidemiology) อย่างไรก็ตามวิธีมาตรฐานที่ใช้ในการจำแนกสายพันธุ์ไวรัสมีข้อจำกัดทำให้มีความพยายามที่จะใช้ลำดับสารพันธุกรรมทั้งจีโนมในการจำแนกความแตกต่างของสายพันธุ์เชื้อก่อโรค ทำให้คณะผู้วิจัยพัฒนาวิธีการหาลำดับสารพันธุกรรมทั้งจีโนมของไวรัสหัดด้วยวิธี Next General Sequencing (NGS) และทดสอบในตัวอย่างส่งตรวจระหว่างปี พ.ศ. 2558 ถึง 2563 จำนวน เปรียบเทียบกับผลที่ได้จากวิธีมาตรฐานซึ่งใช้ลำดับ 450 นิวคลีโอไทด์ในส่วนของ nucleoprotein gene (N-gene) ผลจากการศึกษาแสดงให้เห็นว่าวิธีที่พัฒนาขึ้นสามารถหาลำดับสารพันธุกรรมทั้งจีโนมของไวรัสหัดได้ 13 (27.7%) จาก 47 ตัวอย่างและสามารถจำแนกสายพันธุ์ได้ตรงกับวิธีมาตรฐาน ซึ่งทั้งข้อมูลระดับจีโนมและวิธีการที่พัฒนาสำหรับไวรัสหัดถือเป็นการรายงานการศึกษาครั้งแรกของประเทศ และควรมีการศึกษาและพัฒนาต่อไป
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 3 — 3. Concept demonstrated analytically or experimentally
สามารถใช้เทคนิค NGS ที่พัฒนาขึ้นในการตรวจหาเชื้อก่อโรคและการศึกษาจีโนม
เทคนิค NGS ได้มีการใช้ในงานวิจัยและงานทางระบาดวิทยา สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข มีเครื่อง Illumina MiSeq สำหรับการทำ sequencing และโปรแกรม Geneious สำหรับการวิเคราะห์ sequences ของเชื้อไวรัส
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 1 — 1. identifying problem and identifying societal readiness