กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
เชื้อ Klebsiella pneumoniae ดื้อยาคาร์บาพีเนมและโคลิสตินเป็นหนึ่งในสาเหตุของการติดเชื้อในโรงพยาบาล ซึ่งเป็นปัญหาด้านสาธารณสุขที่สำคัญทั่วโลก มีการรายงานข้อมูลจีโนมของเชื้อดื้อยาชนิดดังกล่าวทั่วโลก ปัจจุบันข้อมูลจีโนมของเชื้อ K. pneumoniae ดื้อยาคาร์บาพีเนมและโคลิสตินในประเทศยังมีอยู่อย่างจำกัด ในการวิจัยนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาจีโนมของเชื้อ K. pneumoniae ดื้อยาคาร์บาพีเนมและโคลิสตินในประเทศไทย จากการศึกษาจีโนมของเชื้อ K. pneumoniae ดื้อยาคาร์บาพีเนมและโคลิสตินจำนวน 20 สายพันธุ์ด้วยวิธี next generation sequencing และนำข้อมูลจีโนมมาวิเคราะห์ Sequence type, ยีนดื้อยาและพลาสมิด พบว่า Sequence type ที่พบมากที่สุด 3 อันดับคือ ST-16 (6/20), ST-147 (5/20) และ ST-231 (3/20) จากการวิเคราะห์ยีนดื้อยาคาร์บาพีเนมพบว่า มียีนดื้อยาคู่ blaNDM+blaOXA จำนวน 10 สายพันธุ์ ส่วนยีนดื้อยา blaOXA และ blaNDM จำนวน 5 และ 3 สายพันธุ์ตามลำดับ นอกจากนี้ยังพบยีนดื้อยา blaKPC จำนวน 2 สายพันธุ์ซึ่งในประเทศไทยพบยีนชนิดนี้ได้ไม่บ่อยนัก สำหรับยีนดื้อยาโคลิสติน mcr-1.1 พบจำนวน 2 สายพันธุ์ ในขณะที่เชื้อที่เหลือมียีน arnT, eptB, pmrF, eptA และ ugd ซึ่งเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลง lipopolysaccharide การวิเคราะห์พลาสมิดพบว่าเชื้อทั้งหมดมีพลาสมิดชนิด IncF ซึ่งสามารถส่งถ่ายยีนดื้อยาให้เชื้ออื่นได้ เนื่องจากจำนวนและชนิดเชื้อในการศึกษาครั้งนี้ยังมีข้อจำกัด จึงควรศึกษาจีโนมของเชื้อดื้อยาแบคทีเรียแกรมลบดื้อยาคาร์บาพีเนมและโคลิสตินเพิ่มมากขึ้น เพื่อเป็นฐานข้อมูลเชื้อดื้อยาของประเทศไทยในการสนับสนุนการวางแผนป้องกันและควบคุมการติดเชื้อดื้อยา
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 1 — 1. Basic principles observed and reported
Culture, Biochemical test, Antimicrobial susceptibility test and PCR
Culture, Biochemical test, Antimicrobial susceptibility test and PCR............
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 1 — 1. identifying problem and identifying societal readiness