การวิจัยและพัฒนาประสิทธิภาพของสาหร่ายในการบำบัดน้ำเสียจากโรงงานขนมจีนในชุมชนตำบลท่าม่วง อำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงทดลอง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลการเจริญเติบโตของสาหร่ายคลอเรลลาในน้ำทิ้ง และประสิทธิภาพของสาหร่ายคลอเรลลาในการลดค่าไนเตรท-ไนโตรเจน และฟอสฟอรัสรวมของน้ำทิ้งจากการผลิตเส้นขนมจีน โดยนำน้ำทิ้งจากการผลิตเส้นขนมจีนมาเพาะเลี้ยงสาหร่ายคลอเรลลาที่มีความหนาแน่นเริ่มต้นแตกต่างกัน ได้แก่ 10, 20 และ 30 มล. ต่อน้ำทิ้ง 200 มล. ทำการเพาะเลี้ยงในห้องปฏิบัติการที่มีการควบคุมการให้แสง อุณหภูมิ และเติมอากาศให้สาหร่ายตลอดเวลา เปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุมที่อยู่ในสภาวะเดียวกันแต่ไม่เติมสาหร่าย บันทึกผลการเจริญเติบโตของสาหร่ายโดยวัดค่าการดูดกลืนแสง (Optical density; OD560) ทุก 3 วัน เป็นระยะเวลา 27 วัน และตรวจวัดค่าไนเตรท-ไนโตรเจน ฟอสฟอรัสรวม และค่าบีโอดีในน้ำทุก ๆ 7 วัน เป็นระยะเวลา 21 วัน ผลการศึกษาพบว่า สาหร่ายคลอเรลลาสามารถเจริญเติบโตได้ในน้ำทิ้งจากการผลิตเส้นขนมจีน โดยความหนาแน่นเริ่มต้นและระยะเวลาเพาะเลี้ยงสาหร่ายต่างกัน มีผลต่อการเจริญเติบโตของสาหร่ายคลอเรลลาอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) โดยที่ความหนาแน่นเริ่มต้นของสาหร่ายที่ 30 มล. มีการเจริญเติบโตสูงสุดเมื่อวัดค่าเฉลี่ยที่ OD560 (Optical density) มีค่าเท่ากับ 0.157?0.074 ตามด้วยความหนาแน่นเริ่มต้นของสาหร่ายที่ 20, 10 และ 0 มล. มีค่า OD560 เท่ากับ 0.116?0.059, 0.021?0.009 และ 0.006?0.005 ตามลำดับ การใช้สาหร่ายความหนาแน่นเริ่มต้น 30 มล.สามารถลดค่าไนเตรท-ไนโตรเจน ฟอสฟอรัสรวม และค่าบีโอดี โดยมีแนวโน้มลดลงเท่ากับ 12.38 มก./ล. 0.93 มก./ล. และ 29.67 มก./ล. ตามลำดับ ภายในระยะเวลา 21 วัน