กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
บทคัดย่อ งานวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) สังเคราะห์ค่าเซ็นเซอร์เฝ้าระวังตะกอนในน้ำประปาภูเขา ชุมชนตาดรินทอง จ.ชัยภูมิ 2) พัฒนานวัตกรรม IoT เฝ้าระวังควบคุมสั่งการระบายตะกอนในท้องช้าง จากค่าที่สังเคราะห์ขึ้น และ 3) ขยายผลนวัตกรรมเฝ้าระวังเตือนภัยน้ำประปาภูเขาสู่ชุมชนอื่น การวิจัยในครั้งนี้ ใช้รูปแบบการวิจัยและพัฒนา (R&D) โดยแบ่งขั้นตอนดำเนินงานเป็น 3 ระยะตามวัตถุประสงค์ คือ ระยะที่ 1 สังเคราะห์ค่าเซ็นเซอร์เฝ้าระวังตะกอนน้ำประปาภูเขา กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ 1) ผู้เชี่ยวชาญสังเคราะห์เซ็นเซอร์ จำนวน 11 คน 2) ผู้ทรงคุณวุฒิรับรองผล จำนวน 5 คน คัดเลือกกลุ่มเป้าหมายโดยวิธีเจาะจง (Purposive Sampling) เครื่องมือที่ใช้วิจัย ได้แก่ 1) แบบประเมินความเหมาะสม สถิติที่ใช้ ได้แก่ และ S.D. ระยะที่ 2 พัฒนานวัตกรรม IoT เฝ้าระวังควบคุมสั่งการระบายตะกอนในท้องช้างที่พัฒนาขึ้น กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ 1) ผู้เชี่ยวชาญด้านเนื้อหาจำนวน 5 คน 2) กลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิคซอฟต์แวร์จำนวน 5 คน คัดเลือกกลุ่มเป้าหมายโดยวิธีเจาะจง (Purposive Sampling) เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ 1) นวัตกรรม IoT ระบายตะกอนที่พัฒนาขึ้น 2) แบบประเมินประสิทธิภาพระบบ สถิติที่ใช้ ได้แก่ และ S.D. ระยะที่ 3 ศึกษาผลการใช้งานระบบต้นแบบที่พัฒนาขึ้น กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ เป้าเหมายชุมชนตาดรินทอง โรงเรียนบ้านตาดรินทอง หน่วยป้องกันรักษาป่า (ชย.11) วัดป่ามหาวัน ศูนย์เพาะพันธุ์กล้าไม้หมู่บ้าน คัดเลือกกลุ่มเป้าหมายโดยวิธีเจาะจง (Purposive Sampling) จำนวน 188 คน และพื้นที่ขยายผลที่ชุมชนตาดภูทอง ชุมชนบ้านตาดโตน จังหวัดชัยภูมิ คัดเลือกกลุ่มเป้าหมายโดยวิธีเจาะจง (Purposive Sampling) จำนวน 30 คน รวมทั้งสิ้น 218 คน ขนาดกลุ่มตัวอย่าง ใช้ตารางคำนวณ คำนวณ Krejcie and Morgan (1970) จำนวน 136 คน ตอบแบบสอบถามความพึงพอใจระบบ เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ แบบสอบถามความพึงพอใจ สถิติที่ใช้ ได้แก่ x และ S.D. ผลการวิจัยพบว่า 1) ผลสังเคราะห์ค่าเซ็นเซอร์เฝ้าระวังตะกอนในน้ำประปาภูเขา ชุมชนตาดรินทอง จังหวัดชัยภูมิ พบว่า มีองค์ประกอบเซ็นเซอร์ 3 ตัว ได้แก่ 1) เซ็นเซอร์วัดความขุ่นใสของน้ำอยู่ที่ระดับไม่เกิน 25 NTU น้ำจะสีความใสที่ชุมชนสามารถใช้งานน้ำได้ปกติ มีความเหมาะสมในระดับมากที่สุด (x =4.67,S.D.=0.48) 2) เซ็นเซอร์วัดการไหลของน้ำช่วง 200-250 ลิตรต่อชั่วโมง เป็นค่าน้ำไหลที่ชุมชนใช้น้ำปกติ มีความเหมาะสมในระดับมาก ( x=4.47, S.D.= 0.55) และ 3) เซ็นเซอร์วัดแรงดันน้ำช่วง 2.00-3.00 Bar เป็นแรงดันน้ำในท่อประปาที่เป็นสภาวะปกติ มีความเหมาะสมในระดับมากที่สุด ( x=4.73,S.D.= 0.48) เมื่อรวมผลการประเมินเฉลี่ยทั้ง 3 ด้าน อยู่ในระดับมากที่สุด ( x=4.62,S.D.= 0.50) จึงสรุปได้ว่า สามารถนำองค์ความรู้ที่ได้ไปประยุกต์ใช้ตั้งค่าเซ็นเซอร์ในเทคโนโลยี Internet of Things (IoT) แล้วสร้าง Application เป็นนวัตกรรมเฝ้าระวังแจ้งเตือน ควบคุมสั่งการ รายงานน้ำ ซึ่งสามารถช่วยจัดการน้ำในพื้นที่ชุมชนลดปัญหาการสูญเสียทรัพยากรน้ำได้ทันทีทันเวลาต่อไป 2) ผลการพัฒนานวัตกรรม IoT ระบายตะกอนในท้องช้างที่พัฒนาขึ้นใพบว่า ระดับความเหมาะสมของซอฟต์แวร์ที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้น ภาพรวมทุกด้านอยู่ในระดับดีมาก ( x= 4.59,S.D.=0.58)ใและเมื่อพิจารณาในแต่ละด้านของระบบแนะนำที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้น พบว่า ผลการประเมินอยู่ในระดับดีมาก ทั้ง 4 ด้าน ได้แก่ใ ด้านใFunctionใRequirementใTest มีค่าเฉลี่ยระดับความเหมาะสมดีมากใ( x=4.74,S.D.=0.49)ใด้านใFunctionใTestใมีค่าเฉลี่ยระดับความเหมาะสมดีมาก ( x=4.53,S.D.=0.62) ด้านUsabilityใTestใมีค่าเฉลี่ยระดับความเหมาะสมดีมากใ( =4.56,S.D.=0.62) และด้าน Security Test มีค่าเฉลี่ยระดับความเหมาะสม ดีมาก ( x=4.62,S.D.=0.51) จึงสรุปได้ว่า ระบบเฝ้าระวังตะกอนอุดตันใน ท้องช้าง ด้วยเซ็นเซอร์วัดความขุ่นใส เซ็นเซอร์วัดการไหลของน้ำ เซ็นเซอร์วัดแรงดันของน้ำถือเป็นนวัตกรรมใหม่ที่ เฝ้าระวังแจ้งเตือน ควบคุมสั่งการ รายงานน้ำ ซึ่งสามารถนำไปใช้งานได้จริงช่วยจัดการน้ำในพื้นที่ชุมชนลดปัญหาการสูญเสียทรัพยากรน้ำได้ทันทีทันเวลา 3) ศึกษาผลการใช้งานระบบต้นแบบที่พัฒนาขึ้น พบว่า ค่าเฉลี่ยผลการประเมินความพึงพอใจภาพรวมทั้ง 4 ด้านอยู่ในระดับมาก (x =4.34,S.D.=0.76) เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ความพึงพอใจ ด้านความสามารถของระบบมีค่าเฉลี่ยอยู่ระดับมาก ( x=4.33,S.D.=0.75) ด้านการแสดงผลหรือรายงาน มีค่าเฉลี่ยอยู่ระดับมาก(x =4.34,S.D.=0.77) ด้านการติดต่อกับผู้ใช้มีค่าเฉลี่ยอยู่ระดับมาก (x=4.36,S.D.=0.75) และด้านการช่วยเหลือมีค่าเฉลี่ยอยู่ระดับมาก ( x=4.32,S.D.=0.78) จึงสรุปได้ว่า ความพึงพอใจความรู้สึก เจตคติ อารมณ์ส่วนบุคคลที่ใช้งานระบบมีความพึงพอใจมาก ในการใช้งานนวัตกรรม IoT เฝ้าระวังตะกอนอุดตันในใท้องช้าง ระบบสามารถเฝ้าระวัง แจ้งเตือน ควบคุมสั่งการ รายงานน้ำ สามารถสั่งการจัดการน้ำได้ ช่วยลดปัญหาการสูญเสียทรัพยากรน้ำได้ทันทีทันเวลาในพื้นที่ประปาภูเขาชุมชนตาดรินทอง ตาดภูทอง จังหวัดชัยภูมิ
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 9 — 9. Operational use of deliverable
ชุมชนได้ทีมนักวิจัยชาวบ้านเป็นวิทยากรครู และต้นกล้านักวิจัยเยาวชน เพื่อขยายผลต้นแบบนวัตกรรม IoT เฝ้าระวังเตือนน้ำผ่าน Application การบริหารจัดการน้ำที่มีน้อยและมีจำกัด ไปขยายผลนวัตกรรมเฝ้าระวังน้ำสู่ชุมชนอื่น และเพิ่มช่องทางสร้างความรู้พัฒนาเป็นอาชีพ สร้างรายได้ เพิ่มเศรษฐกิจชุมชน สร้างโอกาสรายได้ยกยกระดับผลิตภัณฑ์สินค้าที่เป็นแบรนด์คนไทย เพื่อเข้าตลาดสากล
1. ชุมชนและนักวิจัยลงพื้นที่สำรวจ เดินสำรวจวิเคราะห์บ่อน้ำบนภูเขา แท้งน้ำ ท่อ PVC สายยาง ถังน้ำ สัญญามือถือ อุปกรณ์พื้นฐานอื่นๆ โดยยึดวิถีการมีส่วนร่วมชุมชน ในการพัฒนาและต่อยอดผลงานวิจัย IoT เฝ้าระวังน้ำประปาภูเขาลงสู่ชุมชน 2. ชุมชนและนักวิจัยร่วมศึกษา วิเคราะห์ สังเคราะห์ ออกแบบ แลพัฒนาวิธีการแก้ปัญหาโดยชุมชนมีส่วนร่วมเป็นเจ้าของผลงาน และมีแรงกระตุ้นระเบิดความต้องการจากภายในมาร่วมกันพัฒนาผลงานวิจัย IoT เฝ้าระวังน้ำประปาภูเขาลงสู่ชุมชน 3. ชุมชนและนักวิจัยร่วมศึกษา แก้ปัญหา น้ำประปาภูเขาลงสู่ชุมชนตามรินทองในชุมชนแบบมีส่วนร่วมและมีแรงระเบิดจากภายในพร้อมรับการพัฒนาผลงานวิจัย IoT ไปใช้
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 8 — 8. proposed solution(s) as well as a plan for societal adaptation complete and qualified
1. ได้วิทยากรชุมชน/ครูชาวบ้านถ่ายทอดต้นแบบนวัตกรรม เพื่อความยั่งยืน และได้นวัตกรรม IoT ที่เฝ้าระวังควบคุมน้ำประปาภูเขาอัจฉริยะ ที่ผ่านการทดลองใช้งานจริงในภาคสนาม และเพิ่มช่องทางสร้างความรู้พัฒนาเป็นอาชีพ สร้างรายได้ เพิ่มเศรษฐกิจในชุมชน 2. ได้ต้นกล้านักวิจัยเด็กและเยาวชนพัฒนา Programs เพื่อความยั่งยืน และได้เทคโนโลยี Application ที่สั่งการจากระยะไกล เฝ้าระวังควบคุมน้ำประปาภูเขาอัจฉริยะ ที่ผ่านการทดลองใช้งานจริงในภาคสนาม และเพิ่มช่องทางสร้างความรู้พัฒนาเป็นอาชีพ สร้างรายได้ เพิ่มเศรษฐกิจชุมชน 3. ได้ศูนย์เรียนรู้บ่มเพาะต้นกล้านักวิจัยเยาวชน เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้สู่การขยายผลนวัตกรรมเฝ้าระวังน้ำจากเทคโนโลยี Internet Of Things (IoT) ด้วยเซ็นเซอร์ควบคุมน้ำประปาภูเขาลงสู่ชุมชนตามรินทอง รร.บ้านตาดรินทอง หน่วยป้องกันรักษาป่า (ชย.11) วัดป่ามหาวัน ศูนย์เพาะพันธุ์กล้าไม้หมู่บ้าน 4. ได้ทีมนักวิจัยชุมชนเป็นวิทยากรครู เพื่อขยายผลนวัตกรรมเฝ้าระวังน้ำประปาภูเขา สู่ชุมชนน้ำประปาภูเขาตาดภูทอง 188 ครัวเรือน อ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิ,ชุมชนน้ำประปาภูเขาบ้านตาดโตน บ้านค้อ อ.เมือง จ.ชัยภูมิ, ชุมชนน้ำประปาภูเขาบ้านถ้ำแก้ว บ้านซัพแจริญ อ.ภักดีชุมพล จ.ชัยภูมิ,หน่วยจัดการต้นน้ำลำเจาวังทำประปาภูเขาชุมชนทอง อ.ภักดีชุมพล จ.ชัยภูมิ,/ ชุมชนน้ำประปาภูเขานางแดด 5 หมู่บ้าน มีบ้านโหล่น ,บ้านยายชี ,บ้านชีบน,บ้านห้วยสามคลอง และบ้านดอนเขาเขียว อ.หนองบัวแดง จ.ชัยภูมิ ,/ชุมชนน้ำประปาภูเขาโนนทอง อ.เกษตรสมบูรณ์ จ.ชัยภูมิ /น้ำประปาภูเขาชุมชนผาเสวย อ.สมเด็จ จ.กาฬสินธุ์,/น้ำประปาภูเขา นาแห้วอ.นาแห้ว จ.เลย,/ ชุมชนบ่อโพธิ์ อ.นครไทย จ.พิษณุโลก,/ ชุมชนสันลมจอย ต.สุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ,/ ชุมชนน้ำประปาภูเขาบ้านโคก 565 ครัวเรือน อ.บ้านโคก จ.อุตรดิตถ์,/ ชุมชนลัวะบ้านนากึ๋น ต.บ่อเกลือเหนือ อ.บ่อเกลือ จ.น่าน /ชุมชนน้ำประปาภูเขาส้านนาหนองใหม่ อ.เวียงสา จ.น่าน /ชุมชนไทรพัฒนา ต.โป่งน้ำร้อน อ.คลองลาน จ.กำแพงเพชร,/ ชุมชนบ้านสาง อ.เมือง จ.พะเยา,/ ชุมชนมาโมง อ.สุคิริน จ.นราธิวาส เป็นต้น
1. นักวิจัยกับชาวบ้านในชุมชนมีส่วนร่วมลงพื้นที่สำรวจวิเคราะห์และสนใจนำเทคโนโลยีเซ็นเซอร์ IoT มาใช้แจ้งเตือนภัยน้ำประปาภูเขา และเพิ่มช่องทางอาชีพ สร้างรายได้ เพิ่มเศรษฐกิจชุมชน 2. ชาวบ้านในชุมชนมีสนใจศึกษาเรียนรู้การพัฒนานวัตกรรมเฝ้าระวังน้ำจากเทคโนโลยี Internet Of Things (IoT) ด้วยเซ็นเซอร์ควบคุมน้ำประปาภูเขา เพื่อความยั่งยืน 3. เด็กและเยาวชน ม.3-6 ในพื้นที่วิจัยมีพื้นฐานเขียน Code ding ตามหลักสูตรใหม่ สพม. และนักเรียนก็สนใจวิธีการเขียน Programs ในการพัฒนา Application จัดการเตือนภัยเมื่อเกิดระบบน้ำประปาภูเขาเสีย ผ่าน Smart Phone