กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาศักยภาพชุมชนเพื่อเป็นแนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวแบบฟาร์มสเตย์ตามศาสตร์พระราชา 2) เพื่อศึกษาแนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวแบบฟาร์มสเตย์ตามศาสตร์พระราชา 3) เพื่อสร้างรูปแบบการท่องเที่ยวแบบฟาร์มสเตย์ตามศาสตร์พระราชา และ 4) เพื่อประเมินมาตรฐานคุณภาพแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร และประเมินผลการทดลองท่องเที่ยว ผลสรุปที่ได้ พบว่า การประเมินมาตรฐานคุณภาพแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร ได้รูปแบบการจัดการการท่องเที่ยวเชิงเกษตร คือ รูปแบบที 6 (F) ชุมชนหรือกลุ่มชาวบ้านที่รวมกลุ่มกันพัฒนาภูมิปัญญาทางการเกษตร จำนวน 8 คน คิดเป็นร้อยละ 40 ของจำนวนผู้ประเมิน รองลงมาเป็น รูปแบบที 4 (D) ศูนย์การเรียนรู้หรืออนุรักษ์ภูมิปัญญาทางการเกษตร จำนวน 7 คน คิดเป็นร้อยละ 35 ของจำนวนผู้ประเมิน และ รูปแบบที่ 3 (C) แหล่งเกษตรเอกชนหรือชาวบ้านที่ไม่ได้มุ่งเน้นการท่องเที่ยวแต่มีภูมิปัญญา หรือเทคนิควิธีการที่น่าสนใจจนเป็นที่ยอมรับจากคนภายนอก จำนวน 5 คน คิดเป็นร้อยละ 25 ของจำนวนผู้ประเมินตามลำดับ และลักษณะการทำเกษตรที่มีความดึงดูดใจ แสดงความคิดเห็นด้วยกับลักษณะการทำเกษตรที่มีความดึงดูดใจ จำนวนเรียงจากมากที่สุดไปหาน้อยที่สุดดังนี้ ข้อที่ 4 จุดเด่นด้านภูมิปัญญาท้องถิ่น วิถีชีวิตชุมชน ประเพณีและวัฒนธรรม จำนวน 9 คน คิดเป็นร้อยละ 45 ของจำนวนผู้ประเมิน รองลงมาเป็น ข้อที่ 1 จุดเด่นด้านเศรษฐกิจพอเพียง และเกษตรทฤษฏีใหม่ จำนวน 5 คน คิดเป็นร้อยละ 25 ของจำนวนผู้ประเมิน ข้อ 5. จุดเด่นด้านวิสาหกิจชุมชน การสร้างเครือข่ายความเข็มแข็งของชุมชนท้องถิ่น จำนวน 4 คน คิดเป็นร้อยละ 20 ของจำนวนผู้ประเมิน และข้อ 7.จุดเด่นด้านกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงเกษตร จำนวน 2 คน คิดเป็นร้อยละ 10 ของจำนวนผู้ประเมิน ตามลำดับ
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 1 — 1. Basic principles observed and reported
เสนอแนะการพัฒนาแนวทางการท่องเที่ยว อีกทั้งมีฐานข้อมูลความรู้อย่าง เพียงพอที่สามารถนำมาพัฒนาต่อยอดได้ เพื่อช่วยให้สมาชิกร่วมมือกันบริหารจัดการชุมชนให้เกิดความเข้มแข็ง
เสนอแนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวแบบฟาร์มสเตย์ตามศาสตร์พระราชาในการรักษาวิถีชีวิตชุมชนแบบมีส่วนร่วม
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 4 — 4. problem validated through pilot testing in relevant environment to substantiate proposed impact and societal readiness
ชุมชนสามารถสร้างการมีส่วนร่วมให้กับนักท่องเที่ยวในกิจกรรมทางการท่องเที่ยวแบบฟาร์มสเตย์ของตน สร้างความประทับใจให้แก่ผู้มาเยือน และสร้างให้ชุมชนสนใจพัฒนาท้องถิ่นของตนเอง
การพัฒนาและการบริหารจัดการต้องอยู่ภายใต้ขีดความสามารถการรองรับได้ ทั้งทางกายภาพชีวภาพ สังคมและวัฒนธรรม ซึ่งเป็นฐานทรัพยากรสำคัญ และถ้าจำเป็นก็จะต้องมีการฟื้นฟูหรือทดแทนรวมทั้งควบคุมระบบของธรรมชาติให้สามารถผลิตและให้บริการต่าง ๆ ได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน