การพัฒนาระบบการตลาดดิจิทัลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพทางการตลาดข้าวหอมมะลิอินทรีย์จังหวัดสุรินทร์
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสถานการณ์ ปัญหา และความต้องการตลาดดิจิทัล 2) พัฒนาระบบการตลาดดิจิทัล และ3) ประเมินประสิทธิภาพระบบตลาดดิจิทัลข้าวหอมมะลิอินทรีย์จังหวัดสุรินทร์ วิธีดำเนินการวิจัย เป็นแบบผสานวิธีแบ่งการวิจัยออกเป็น 5 ขั้นตอน คือ 1) ศึกษาข้อมูลพื้นฐาน 2) ศึกษาสถานการณ์ทางการตลาด 3) ศึกษาปัญหาและความต้องในการพัฒนาระบบตลาดดิจิทัล 4) พัฒนาระบบการตลาดดิจิทัลข้าวหอมมะลิอินทรีย์จังหวัดสุรินทร์ และ 5) ประเมินประสิทธิภาพทางการตลาดข้าวหอมมะลิอินทรีย์จังหวัดสุรินทร์ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยขั้นที่ 1-3 คือกลุ่มผู้ผลิต 17 กลุ่ม จำนวน 102 คน โดยการกำหนดโควตากลุ่มละ 6 คน และเลือกตัวอย่างแบบแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถามประกอบการสัมภาษณ์ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา ขั้นตอนที่ 4 พัฒนาระบบตลาดดิจิทัล ดำเนินการตามลำดับ ดังนี้ 1) กำหนดเป้าหมายและวางแผนในการพัฒนา 2) วิเคราะห์และจัดโครงสร้างของระบบ 3) ออกแบบเว็บเพจและเตรียมข้อมูล 4) สร้างและทดสอบระบบ และ 5) ทดลองเผยแพร่ และขั้นตอนที่ 5 ประเมินประสิทธิภาพระบบตลาดดิจิทัล เก็บรวบรวมข้อมูลด้วยแบบประเมินจากกลุ่มตัวอย่างที่เป็นผู้บริโภค จำนวน 119 คน ผู้ผลิต/ผู้ขาย 51 คน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา ผลการวิจัยพบว่า 1. สถานการณ์ทางการตลาดข้าวหอมมะลิอินทรีย์สุรินทร์ ส่วนใหญ่มีช่องทางการจำหน่ายข้าวหอมมะลิอินทรีย์ผ่านทางตลาดชุมชน งานแสดงสินค้า โทรศัพท์มือถือ ศูนย์จำหน่ายสินค้าโอท็อป และจำหน่ายหน้าร้าน ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเสนอขายข้าวหอมมะลิอินทรีย์ ได้แก่ แอปพลิเคชั่นไลน์ โทรศัพท์มือถือหรือสมาร์ทโฟน คอมพิวเตอร์ 2. ปัญหาการตลาดดิจิทัลข้าวหอมมะลิอินทรีย์ในจังหวัดสุรินทร์ โดยรวม อยู่ในระดับปานกลาง ( =2.55) เมื่อพิจารณารายด้าน พบว่า ด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงกว่าด้านอื่น คือ ด้านผลกระทบจากภายนอก ( =2.81) รองลงมา คือ ด้านการวิจัยตลาด ( =2.76) และด้านการปฏิบัติงาน ( =2.63) ตามลำดับ 3. ความต้องการระบบตลาดดิจิทัลข้าวหอมมะลิอินทรีย์จังหวัดสุรินทร์ โดยรวม อยู่ในระดับมาก ธุรกิจ ( =3.94) เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ด้านที่มีความต้องการมากที่สุดคือ ด้านเว็บไซต์ มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก ( =4.31) รองลงมา คือ ด้านการตลาดเชิงเนื้อหา ( =4.12) และมีความต้องการน้อยที่สุดคือด้านจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับปานกลาง ( =3.14) ตามลำดับ 4. ประสิทธิภาพระบบตลาดดิจิทัลข้าวหอมมะลิอินทรีย์จังหวัดสุรินทร์ 4.1 ประสิทธิภาพของระบบตลาดดิจิทัลข้าวหอมมะลิอินทรีย์จังหวัดสุรินทร์ โดยรวม อยู่ในระดับมาก ( =4.22) เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ระบบการตลาดดิจิทัลทุกด้านอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ยสูงที่สุดคือ ด้านการออกแบบ และด้านประสิทธิภาพการใช้งาน ( =4.62) รองลงมาคือ ด้านการตลาดเชิงเนื้อหา ( =4.22) และค่าเฉลี่ยน้อยที่สุดในด้านการให้บริการ ( =4.17) ตามลำดับ 4.2 ประสิทธิภาพของระบบตลาดดิจิทัลข้าวหอมมะลิอินทรีย์จังหวัดสุรินทร์ความคิดเห็นของกลุ่มผู้ผลิต โดยรวม อยู่ในระดับมาก ( =4.42) เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า มีค่าเฉลี่ยประสิทธิภาพอยู่ในระดับมากที่สุด 2 ด้าน คือ ด้านการตลาดเชิงเนื้อหา ( =4.62) รองลงมาคือ ด้านการออกแบบ ( =4.60) และค่าเฉลี่ยน้อยที่สุดในด้านการให้บริการ ( =4.19) ตามลำดับ